ฮือฮาพบกบหัวเขียว พ่อค้าเชื่อนำโชค

ประชาชนอ่างทอง ฮือฮา พบกบนำโชคหัวเขียว พ่อค้าเชื่อนำโชค

กบหัวเขียว

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแม่ค้าขายกบในตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง ว่า บริเวณร้านขายกบ มีกบประหลาดคือ ลักษณะหัวกบนั้น เป็นสีเขียว ซึ่งแตกต่างจากกบตัวอื่น ที่มีสีน้ำตาลหลังจากผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง เหตุจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า มีชาวบ้านยืนดูกบอยู่ สอบถาม นายบุญฤทธิ์ สมพงษ์ชิด อายุ 54 ปี ชาวต.บ้านนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พ่อค้าขายกบ กล่าวว่า ตนเองซึ่งได้ประกอบอาชีพขายกบมาประมาณ 25 ปี โดยประกอบอาชีพนี้มานาน ไม่เคยพบเห็นกบประหลาดแบบนี้มาก่อน

กบตัวนี้ เมื่อช่วง 2 วันก่อน เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกบ นำมาส่งให้จำนวน 100 กิโลกรัม ตนจึงจับขังเพื่อขายให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อไว้ จนกระทั่งมาสังเกตเห็นกบตัวนี้ มีลักษณะประหลาดคือ ที่หัวกบตัวนี้เป็นสีเขียวซึ่งแปลกจากกบตัวอื่นที่เป็นสีน้ำตาล ตนจึงจับแยกออกมาขังไว้ในถังต่างหาก เพราะตนคิดว่า มันไม่ค่อยมีมากนัก และน้อยคน ที่จะเจอกบในลักษณะนี้

แม้แต่ตนก็ยังไม่เคยเจอมาก่อน เพิ่งจะมาเจอครั้งนี้นี่เอง บางคนถูกใจมากถึงกับขอซื้อ โดยที่ให้เรียกราคาได้เลยโดยไม่เกี่ยงราคาที่ตนจะเรียก แต่ ตนบอกว่าไม่ขาย เพราะตั้งใจจะนำไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน โดยเชื่อว่ากบตัวนี้ อาจจะนำโชคลาภมาให้ก็ได้แต่ก็ไม่รู้ว่าใครคิดอย่างไง แต่ตนเชื่อว่าเป็นกบนำโชค

กบหัวเขียว

เซ็งสภาป่วน! ขุนค้อนบ่น “โคตรเบื่อเลย”

24-1

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า วันนี้( 21 ส.ค.) ระหว่างที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กำลังเตรียมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลต้นแบบคนพอเพียงวิถีประชาธิปไตย ที่ห้องโถงรัฐสภา สื่อมวลชนได้ถามถึงการทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสว.ที่ถูกสมาชิกรัฐสภาประท้วงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความวุ่นวาย ซึ่ง นายสมศักดิ์ กล่าวเพียงสั้นๆก่อนเดินจากไปเพื่อปฏิบัติภารกิจว่า “ไม่ปวดหัว มีเหนื่อยเล็กน้อย แต่โคตรเบื่อเลย”

MThai news

สุริยะใสหนุนฝ่ายค้าน ใช้สารพัดวิธีสู้เผด็จการสภา

สุริยะใส หนุนฝ่ายค้าน ใช้แทคติกสารพัดวิธียื้อ และต่อต้านร่างกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม ต่อสู้เผด็จการรัฐสภา

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า ขอสนับสนุน ส.ส. – ส.ว. เสียงข้างน้อยใช้วิธีฟิลิบัสเตอร์ หรือการใช้แทคติกสารพัดวิธี เพื่อยื้อและต่อต้านร่างกฎหมายที่ไม่ชอบธรรมต่อสู้เผด็จการรัฐสภา เพราะก็ถือว่าเป็นวิธีการที่จำเป็นต้องทำ เพราะไม่มีทางเลือกสำหรับเสียงข้างน้อย เพราะโหวตทีไรก็แพ้

สุริยะใส กตะศิลา, ประชุมสภา, ข่าวสภาวุ่น

แต่ว่าที่อัปยศที่สุด คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เสนอญัตติให้โหวตเพื่อตัดสิทธิ์ 57 ส.ส. และ ส.ว.โดยอ้างว่าสงวนคำแปรญัตติขัดกับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รับหลักการในวาระที่ 1 จึงไม่มีสิทธิ์อภิปราย

ทั้งที่สิทธิ์อภิปรายเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าหากเสียงข้างน้อย ยอมรับวิธีการฆาตกรรมหมู่แบบนี้ ก็เท่ากับว่าเสียงข้างน้อยจะถูกทำให้น้อยลงไปอีก และจะทำให้เสียงข้างมากใช้เป็นเครื่องมืออ้างเป็นบรรทัดฐานกับกรณีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพราะใครแปรญัตติเห็นต่าง อาจถูกห้ามอภิปรายในสภาได้