ม็อบยางนครศรีธรรมราช ตัดต้นไม้ขวางถนนสาย 41 ทั้งขาขึ้น-ขาล่อง ยัน เจรจากับนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ขณะชุดปราบจลาจล กระจายกำลังตั้งรับอยู่รอบนอก ด้าน ผวจ.นครศรีฯ ประกาศใช้กฎหมายพิเศษ อีก 24 ชม. หลังสถานการณ์ยังตึงเครียด

บรรยากาศบริเวณแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เริ่มคึกคัก เกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน เริ่มเดินทางมาสมทบ โดยกลุ่มผู้ชุมนุม มีการตัดต้นไม้ ขวางถนนสาย 41 ทั้งขาขึ้นและขาล่อง รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ แต่ยังมีการเปิดเส้นทางให้รถนักเรียน และรถผู้ป่วย วิ่งผ่านได้
นอกจากนี้ ได้รับการยืนยันจากกลุ่มเกษตรกรว่า จะไม่มีการตั้งเวทีปราศรัยอย่างแน่นอน พร้อมกับต่อว่าการเข้าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าทำเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุมอีกด้วย ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมจะยกระดับการชุมนุม ด้วยการปิดถนน และเส้นทางรถไฟเพิ่มเติม และพร้อมจะเจรจากับนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล ทั้งจากตำรวจภูธรภาค 8 และ 9 ได้กระจายกำลังตั้งรับอยู่รอบนอก ห่างจากจุดชุมนุมประมาณ 15 – 20 กิโลเมตร
ผวจ.นครศรีฯ ใช้ กม.พิเศษ อีก 24 ชั่วโมง
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ยังมีความตึงเครียด จึงจำเป็นต้องมีการต่อการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ต่ออีก 24 ชั่วโมง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรึงกำลังห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 15 กิโลเมตร นอกจากนี้ นายวิโรจน์ ยังระบุว่า การขึ้นทะเบียนรับเงินชดเชยปัจจัยค่าผลิต 2,520 บาทต่อไร่ ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 40 ราย จากเกษตรกรสวนยางพาราทั้งหมด กว่า 1 แสนราย
สำหรับกรณีขอย้ายออกจากพื้นที่ ผู้ราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวยอมรับว่า ยังไม่มีคำสั่งออกมา แต่จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด
ผบ.ตร.ลงนครฯคุมม็อบยาง-เร่งตามอาวุธคืน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยก่อนเดินทางลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมชาวสวนยางพารา บริเวณแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด โดยระบุว่า สำหรับสถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งต้องเดินทางลงไปตรวจสอบอีกครั้ง แต่เชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่พยายามไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่
ทั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ดำเนินการรวบรวมหลักฐาน เพื่อออกหมายจับแกนนำและผู้กระทำความผิดเพิ่ม หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการออกหมายจับไปแล้วทั้งหมด 19 หมาย ซึ่งสามารถติดตามจับกุมได้แล้วบางส่วน พร้อมสั่งการให้ติดตามอาวุธ ซึ่งมีข้อมูลว่า ถูกขโมยไปกลับคืนมาด้วย
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวถึงกรณีมีภาพปรากฏผู้ที่แต่งกายคล้ายตำรวจชุดปราบจลาจล ใช้ไม้ยืนทุบกระจกรถควบคุมผู้ต้องหา โดยเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุม หรือกลุ่มที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง



