สถานการณน้ำท่วมล่าสุด ที่ศรีมหาโพธิ น้ำเริ่มลดลงจากเมื่อวาน แต่ ต.ท่าตูม ยังวิกฤติ น้ำสูง 2 เมตร ช่วงสายวันนี้ นายกรัฐมนตรี จะลงตรวจพื้นที่ ด้าน ผอ.ศูนย์ภัยพิบัติ ห่วง 30 ก.ย. วารินชำราบ เสี่ยงท่วมหนักสุดจากพายุหวู่ติ๊บ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ พบว่า ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาเมื่อคืนจนถึงช่วงเช้า แต่ไม่หนักมากนัก โดยบริเวณถนนทางเข้าเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ ระดับน้ำที่ท่วมพื้นผิวการจราจร ลดลงเหลือประมาณ 15-20 เซนติเมตร และท่วมถนนเป็นระยะ แต่หากเข้าไปในพื้นที่ ต.ท่าตูม ในส่วนของหมู่บ้านที่อยู่ติดแม่น้ำ ระดับน้ำยังคงท่วมสูงกว่า 2 เมตร
ซึ่งการสัญจรของชาวบ้าน ต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เจ้าหนัาที่อาสาสมัคร มูลนิธิจตุรธรรมประทีป จาก จ.ชลบุรี นำรถยนต์ 37 คัน และเจ้าหน้าที่กว่า 150 คน เพื่อนำข้าวสาร อาหารแห้ง เข้าไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วม ต.ท่าตูม จำนวน 5 หมู่บ้าน
ทางด้านของนิคมอุตสาหกรรม 304 หลังจากที่เมื่อคืนมีฝนตกลงมานั้น ส่งผลให้น้ำท่วมบริเวณถนนด้านในนิคมฯ บางจุด แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำได้เกือบหมดแล้ว พร้อมกันนี้ ทางนิคมฯ ได้วางแนวถุงบิ๊กแบ็กเพื่อป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว
และวันนี้ ในช่วงเวลา 10.30 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะเดินทางมาตรวจประตูระบายน้ำท่าแห ที่ อ.ศรีมหาโพธิ
ผอ.ภัยพิบัติ ลั่น ปราจีนฯไม่ท่วมกว่านี้-30ก.ย.อุบลฯอ่วม
น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ขณะนี้ ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในประเทศ แต่หลังจากที่คันกั้นน้ำพังลง และมีการผันน้ำออกให้ท่วมทุ่ง ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ จ.ปราจีนบุรี จะไม่ท่วมหนักไปกว่านี้แล้วแน่นอน มีแต่ทรงตัวกับลดลงไปเรื่อยๆ เพราะน้ำจะไหลลงไปสู่ที่ อ.บางคล้า จ. ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะเป็นในลักษณะน้ำท่วมทุ่ง คนริมแม่น้ำได้รับผลกระทบบ้าง
อย่างไรก็ตาม คาดว่า จ.ปราจีนบุรี จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ทุกอย่างจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่วนการแก้ไขพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากนั้น กำลังดำเนินการตามแผน อีก 3 ปี จะไม่ประสบอุทกภัยหนักเช่นนี้อีกแล้ว
ทั้งนี้ หลังวันที่ 30 กันยายน สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ พายุหวู่ติ๊บ ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม ส่งผลกระทบต่อไทย ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่งในพื้นที่อีสาน บริเวณริมน้ำโขง โดยเฉพาะที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จุดที่แม่น้ำชีกับแม่น้ำมูลไหลบรรจบกัน ก่อนจะลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป
น้ำท่วมปราจีนบุรี ยังวิกฤติ ขณะศรีสะเกษ หวั่นโดนรอบ 2
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายหลังมีฝนตกหนักติดต่อกัน ล่าสุด หลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง มีน้ำท่วมขังสูง อาทิ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบ ทำให้บางจุดมีปริมาณน้ำสูงกว่า 1 เมตร
ขณะที่มีรายงานว่า มวลน้ำจากลำน้ำชี ที่ไหลมาจาก จ.ร้อยเอ็ด จ.มหาสารคาม และ จ.สุรินทร์ ได้ไหลเข้ามาสมทบกับแม่น้ำมูลที่ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลทำให้ลำห้วยเสียว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านใน อ.ศิลาลาด วิตกกังวลเกรงว่าน้ำจะเอ่อล้นไหลเข้าท่วมไร่นาและบ้านเรือน จึงเร่งทำคันกั้นน้ำ และช่วยกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำใน จ.ศรีสะเกษ นั้น ยังไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากยังคงมีประกาศเตือนและมีฝนตกหนักในพื้นที่อยู่ จึงอาจจะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ที่เคยถูกน้ำท่วมเดิมได้อีกครั้งเป็นรอบที่ 2






