โพลเผยคน70.5% เชื่อใบกระท่อมยังเป็นยาเสพติด

โพลเผยคน70.5% เชื่อใบกระท่อมยังเป็นยาเสพติด ขณะที่ร้อยละ 61.1 เชื่อแก้ปัญหายาบ้าไม่ได้

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงยุติธรรมเตรียมจะยื่นแก้กฎหมายให้ใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เนื่องจากพบว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษและเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนการเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า ให้หันมาเสพใบกระท่อมแทนนั้น

ใบกระท่อม, ข่าวใบกระท่อม

วันนี้ (11 ก.ย.) ทางศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ ได้เปิดเผยผลสำรวจประชาชนจำนวน 1,171 คน ถึงเรื่องดังกล่าวข้างต้น พบว่า

ร้อยละ 70.5 คิดว่าใบกระท่อมเป็นยาเสพติด
ร้อยละ 29.5 ที่ไม่คิดว่าเป็นยาเสพติด

เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่กระทรวงยุติธรรมจะแก้กฎหมายให้ยกเลิกใบกระท่อมพ้นจากบัญชียาเสพติด
ร้อยละ 46.3 เห็นด้วยหากนำมาใช้ในวงการแพทย์เท่านั้น
ร้อยละ 27.5 ไม่เห็นด้วยเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นยาเสพติด
และร้อยละ 14.6 เห็นด้วยและยอมรับได้ในทุกกรณี
ที่เหลือร้อยละ 11.6 ไม่แน่ใจ

เมื่อถามว่าการยกเลิกใบกระท่อมพ้นจากบัญชียาเสพติดจะช่วยลดปริมาณคนเสพยาบ้าได้หรือไม่
ร้อยละ 61.1 ระบุว่า “แก้ไม่ได้”
ร้อยละ 19.0 ระบุว่า “แก้ได้”

เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าการยกเลิกใบกระท่อมพ้นจากบัญชียาเสพติดจะช่วยลดเงื่อนไขความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากการจับกุมคนเสพกระท่อมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นชนวนเหตุเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับมวลชนในพื้นที่
ร้อยละ 60.2 ไม่เชื่อ
ร้อยละ 12.6 เชื่อว่า“แก้ได้”

ทั้งนี้หากมีการยกเลิกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดจริง รัฐต้องมีมาตราการควบคุมอย่างไร
ร้อยละ 49.2 เห็นว่าต้องควบคุมให้ปลูกเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น
ร้อยละ 38.7 เห็นว่าต้องควบคุมปริมาณและพื้นที่ปลูกให้ชัดเจนและมีการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง
ร้อยละ 5.1 เห็นว่าไม่ต้องควบคุม ให้ปลูกได้อย่างเสรี

ส่วนความกังวลใจหรือไม่หากมีการเปิดเสรีใบกระท่อมนั้น ร้อยละ 52.2 บอกว่ากลัวและกังวล โดย
ร้อยละ 12.1 กลัวจะมีคนเสพใบกระท่อมมากขึ้นเพราะหาซื้อง่ายขึ้น
ร้อยละ 9.2 กลัวจะเอาไปใช้ในทางที่ผิดเอาไปดัดแปลง
ร้อยละ 8.7 กลัวลูกหลาน วัยรุ่น เยาวชน จะอยากรู้อยากลองมากขึ้น

ขณะที่ร้อยละ 47.8 ไม่ห่วงและกังวลเลย
โดย ร้อยละ12.6 ให้เหตุผลว่าเป็นพืชสมุนไพรใช้รักษาโรคได้
ร้อยละ 12.0 ฤทธิ์ไม่รุนแรง กินแล้วสู้แดด มีกำลัง และรุนแรงน้อยกว่าบุหรี่
และร้อยละ 6.1 คิดว่าไม่ใช่ยาเสพติด

อย่างไรก็ดีเมื่อถามว่าการกินหรือเสพ ใบกระท่อมอาจนำไปสู่การเสพสิ่งเสพติดที่ร้ายแรงกว่าใช่หรือไม่
ร้อยละ 45.6 ระบุว่า “ใช่”
ร้อยละ32.5 ระบุว่า “ไม่ใช่”
และร้อยละ 21.9 ไม่แน่ใจ

MThai News

อึ้ง ! จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ไทยไม่ติด 1 ใน 199

วันนี้(11 ก.ย.)  ยบริษัทวิจัยของเอกชนในประเทศอังกฤษ  ได้เปิดเผย รายงานผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยประจำปี2013 หรือ QS World University rankings ซึ่งมีผลการจัดอันดับดังต่อไปนี้ 

จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก

อันดับ 1 ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)
อันดับ 2 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
อันดับ 3 มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
อันดับ 4 ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน
อันดับ 5 อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน
อันดับ 6 มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
อันดับ 7 มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
อันดับ 8 มหาวิทยาลัยเยล
อันดับ 9 มหาวิทยาลัยชิคาโก
อันดับ 10สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (คาลเทค)

ส่วนมหาวิทยาลัยในเอเซียที่ติดอันดับ 199 มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้แก่
อันดับ 24 มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
อันดับ 32 มหาวิทยาลัยโตเกียว
อันดับ 35 มหาวิทยาลัยเกียวโตและมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล
อันดับ 41 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง จากสิงคโปร์
อันดับ 46 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
อันดับ 48 มหาวิทยาลัยชิงเต่า
อันดับ 55 มหาวิทยาลัยโอซากา
อันดับ 60 สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเกาหลี (KAIST) จากเกาหลีใต้

ส่วนมหาวิทยาลัยในประเทศไทยไม่ติดอยู่ใน 1 ของอันดับ 199 ของการจัดอันดับดังกล่าว แต่ติดอันดับ 239 คือ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย,อันดับที่ 283 มหาวิทยาลัยมหิดล

thai

MthaiNews

โหด ! ส.ส.จอร์แดน ชักปืนไรเฟิล ยิงกลางสภา

วานนี้(10 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประเทศจอร์แดน ในระหว่างการประชุมสภา ได้เกิดเหตุการณ์สุดอื้อฉาวขึ้น เมื่อนายทาลัล ชารีฟ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชักปืนไรเฟิลขึ้นมายิงนายคูไซ ดมิซึ ซึ่งเป็นส.ส.ที่มีเรื่องขัดแย้งกัน แต่กระสุนพลาดเป้าทำให้นายคูไซไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่ากับส.ส.คนดังกล่าวแล้ว

ส.ส.จอร์แดน ชักปืนไรเฟิล ยิงกลางสภา

ด้านซาอัด อัลซรัวร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และสร้างความไม่พอใจให้กับตนเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นการอุกอาจและเป็นภัยอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในรัฐสภาและเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

MthaiNews