ชูวิทย์ ซัดนักการเมือง ต้นเหตุการศึกษาไทยตามหลังอาเซียน

ชูวิทย์ โพสต์แนะรัฐ ควรเน้นการศึกษา มากกว่าประชานิยม หลังผลสำรวจเผยการศึกษาไทยรั้งท้ายในอาเซียน

วานนี้ (7 ก.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นถึงเรื่องระบบการศึกษาไทย หลังจาก world Economic Forum (WEF)-The Global Cometitiveness Report 2012-2013 ได้เผยว่าการศึกษาของเด็กไทยอยู่ในอันดับสุดท้ายจากทั้งหมด 8ประเทศอาเซียน ตามหลังกัมพูชา และเวียดนาม โดยระบุว่า

การศึกษาไทย, ระบบการศึกษาไทย, ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์

ความหวังสุดท้าย

ทำไมการศึกษาของเราถึงตามหลังเขมร และเวียดนาม?

สังคมไทย “ตื่นตระหนก” กับผลการวิจัยดังกล่าว ที่เผยแพร่ต่อสารธารณชนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ความจริงแล้ว มันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ “น่าแปลกใจ” นัก หากคุณได้ไปบริเวณ “สยามสแควร์” ในวันอาทิตย์

ผมได้พบกับ “เด็กนักเรียน” จำนวนมาก ตั้งแต่ประถม ถึง มัธยม พากันมา “เรียนพิเศษ” ในบริเวณนี้เต็มไปหมด ตึกแถวอาคารพาณิชย์ถูกดัดแปลงให้เป็นโรงเรียนสอนพิเศษ แม้กระทั่ง สร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีโรงเรียนสอนพิเศษวิชาต่างๆ

ไม่ว่า ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ บางที่โฆษณาชักชวน “หากอยากให้ลูกเป็นหมอ เป็นวิศวะ สถาปนิก มาเรียนกับเรา” ถึงขนาดมีโปรโมชั่นค่าเรียน ลด แลก แจก แถม เหมือนขายสินค้ายังไงอย่างงั้น

นอกจากนั้นแล้ว ผมยังพบพ่อแม่ที่มานั่งรอตามฟุตบาท ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่ง กินนอน เอาทีวีมาดูในรถ พวกเขายอมรอเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันคือ ให้ลูกของเขา “มีการศึกษามากขึ้น”

นี่เป็นเพราะ “การศึกษาในระบบ” ไม่เพียงพอต่อลูกหลานของเราหรือเปล่า? หรือเป็นเพราะว่า เราต้องการผลักดัน แข่งขันกัน เพื่อให้ได้ไปสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น?

เหตุผลอะไรกันที่ทำให้พ่อแม่ของเด็กนักเรียน ต้องใช้เวลากลางถนนแบบนี้? หากไม่ใช่เพราะว่า ต้องการให้ลูกของเขามีการศึกษาที่ดี คาดหวังว่าจะมีงานที่ดี มีเงินเดือนที่ดี ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แล้วจบลงที่ความแก่ชรา

ระบบการศึกษาของเรายัง “ล้าหลัง” จำนวนเด็กนักเรียนในห้องมากเกินกว่าที่ครูจะดูแลการเรียนการสอนได้อย่าง “มีประสิทธิภาพ” เด็กๆจำเป็นต้องไป “เรียนเสริม” เพิ่มเติมเป็นพิเศษ ถึงจะประสบความสำเร็จ หรือเป็นเพราะว่าโรงเรียนของเราไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ? หรืออุปกรณ์การเรียนการสอนของเราไม่ทันสมัย? นักเรียนจึงต้องไปหาการเรียนนอกระบบ

“การศึกษา” เป็นสิ่งเดียวที่นักการเมือง “ไม่ชอบ” เพราะผลลัพธ์ของมันไม่ได้แสดงออกมาโดยทันที ต้องใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะเห็นผลความสำเร็จของการศึกษา

มันเปรียบกันไม่ได้กับ “กองทุนหมู่บ้าน” “30 บาทรักษาทุกโรค” “โอท็อป” “จำนำข้าว 15,000” หรือ “โครงการรถคันแรก” นโยบายต่างๆเหล่านั้นเห็นผลโดยทันที และตอบแทนเป็น “คะแนนเสียงเลือกตั้ง” เพื่อให้นักการเมืองได้กลับมาอีกครั้ง

การศึกษาในระบบจึง “ล้าหลัง” ตามเขาไม่ทันสักที น่าสงสารนักเรียนไทย “ความหวังสุดท้าย” ของการศึกษา ดันไปอยู่ที่บรรดา “นักการเมือง”

MThai News

ตั้ม พฤษ์พล MAMAFAKA กราฟฟิคดีไซน์ชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว

วันนี้(9 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่า ตั้ม พฤษ์พล มุกดาสนิท หรือ MAMAFAKA  กราฟฟิคดีไซเนอร์ชื่อดังของไทย ที่เคยสร้างผลงานให้กับสินค้าแบรนเนมและสตรีทอาร์ตไว้มากมาย รวมถึงเป็นไอดอลแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ ได้เสียชีวิตลงแล้ว

1005827_571362972924067_589942533_n

จากเหตุการณ์อุบัติเหตุจมน้ำที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเพื่อนๆได้นำส่งโรงพยาบาลและพักรักษาตัวที่ห้อง ICU โดยตั้ม นอนหมดสติ อาการโคม่า เกือบ 48 ชั่วโมง และเสียชีวิตลงอย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (03.00 น.) ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและเพื่อนในวงการ 

1236309_565867886806909_1769821812_n

ตั้ม พฤษ์พล

1236768_570648142995550_132245215_n

ภาพประกอบจากเพจ MAMAFAKA

MthaiNews

นายกฯ เด้ง ปลอดประสพ พ้นกำกับกระทรวงทรัพย์

นายกฯ เด้ง ปลอดประสพ พ้นกำกับกระทรวงทรัพย์ ด้านเจ้าตัวบอกไม่มีปัญหา บอกเพื่อต้องการให้เห็นความโปร่งใส แต่ไม่วายด่ากลับพวกร้องค้านทุกเรื่อง ขวางความเจริญชาติ

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีคำสั่งปลดนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ พ้นจากการทำหน้าที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แล้วให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เข้ามาทำหน้าที่แทน เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้เปลี่ยนตัวบุคคลที่จะมาดูแลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนั้น

ปลอดประสพ สุรัสวดี, ข่าวเด้งปลอดประสพ

วานนี้ (7 ก.ย.) นายปลอดประสพ ก็ได้ให้สัมภาษณ์สื่อถึงเรื่องดังกล่าวยอมรับว่าถูกโยกย้ายการทำหน้าที่จริง และตนก็ไม่ได้ทีปัญหาอะไร โดยตนได้กำกับดูแลในส่วนกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่นๆ อีก 2-3แห่ง

แต่ก็ยังกำกับดูแล กบอ.และโครงการบริหารจัดการน้ำตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็เพื่อต้องการแสดงและพิสูจน์ให้เห็นถึงความโปร่งใสของรัฐบาลในการดำเนินโครงการทั้งหมด ซึ่งไม่ว่าใครมาอยู่ตรงนี้ก็ทำงานได้

อย่างไรก็ดีตนขอประณามพวกที่ชอบร้องและค้านทุกเรื่องว่าเป็นพวกที่ไม่นึกถึงบ้านเมือง และเป็นพวกขัดขวางการพัฒนาของประเทศชาติ

MThai News