ตีทะเบียน ข้าวหอมมะลิ ปลากัดไทย มรดกวัฒนธรรมของชาติ

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ  7 สาขา 68 รายการ  อาทิ ลำตัด อีแซวผ้าขาวม้า ข้าวหอมมะลิ ปลากัดไทย เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

21

นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในปีนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ใน 7 สาขา จำนวน 68 รายการ ดังนี้ สาขา ศิลปะการแสดง 15 รายการ ได้แก่ วงปี่จุ่ม วงมังคละ วงมโหรี ลำตัด อีแซว แคน พิณ สรภัญญะ เพลงบอก เพลงเรือแหลมโพธิ์ กรือโต๊ะ ฟ้อนเล็บ รำปะเลง ฟ้อนกลองตุ้ม ลิเกป่า

สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม 13 รายการ ได้แก่ ผ้าทอไทพวน ผ้าขาวม้า ตะกร้อหวาย ขัวแตะ เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว ฆ้องบ้านทรายมูล ประเกือมสุรินทร์ งานคร่ำ หัวโขน บายศรี สาขาวรรณกรรมพื้นบ้าน 9 รายการ ได้แก่ เจ้าแม่สามมุก ปัญญาสชาดก ตำนานกบกินเดือน ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกเหนี่ยว นิทานยายกะตา นิทานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ บทเวนทาน ผญาอีสาน ตำราพรหมชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย 6 รายการ ได้แก่ กาฟักไข่ หนอนซ้อน ชีละ มวยโบราณสกลนคร มวยตับจาก มวยทะเล

สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล 12 รายการ ได้แก่ ประเพณีตักบาตรเทโว บุญบั้งไฟ ผีตาโขนจ.เลย กวนข้าวทิพย์ โกนจุก บายศรีสู่ขวัญ ทำขวัญนาค ลงเล กองข้าวศรีราชา ชลบุรี แห่พญายมบางพระ ชลบุรี

สาขาความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล 9 รายการ ได้แก่ อาหารบาบำ กระยาสารท ขนมเบื้อง ข้าวยำ ข้าวหลาม ยาหม่อง คี่ฉึ่ยของกะเหรี่ยง ข้าวหอมมะลิ ปลากัดไทย และสาขาภาษา 8 รายการ ได้แก่ ภาษาเลอเวีอะ ภาษาโซ่(ทะวีง) ภาษาตากใบ(เจ๊ะเห) ภาษาสะกอม ภาษาอูรักลาโวยจ ภาษามานิ(ซาไก) ภาษาไทยโคราช(ไทยเบิ้ง) ภาษาพิเทน ภาษาเขมรถิ่นไทย

นายสนธยา กล่าวว่า การประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งที่มุ่งส่งเสริมให้ตระหนักถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ยกย่องภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ส่งเสริมศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของกลุ่มชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เกิดการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม

รวมทั้งเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่อยู่ในอาณาเขตประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมการเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกในอนาคต

MThai news

เผยคลิปนิติกรโหด จ่อยิงพี่เขยดับ พี่สาวเจ็บ ฉุนไม่ให้เงิน

จากกรณีที่เมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้รับแจ้งมีเหตุมีผู้เสียชีวิต ภายในห้องแถวสุขกมล เลขที่ 148/60 ม.3 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่เกิดเหตุพบศพนายสมคิด การเพียร อายุ 37 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนเตียงไม้  ส่วนนางภิญญาพัชญ์ ไกรทอง อายุ 39 ปี เป็นภรรยา และเจ้าของร้านชำถูกยิงที่ขา ล่าสุดได้มีการเผยคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดที่บันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดของในที่เกิดเหตุ ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ

นิติกร,ยิงพี่เขย

จากการสอบสวนนางภิญญาพัชญ์ ให้การทั้งน้ำตาว่า คนยิงคือนายพรพิทักษ์ หรือบอย ไกรทอง อายุ 35 ปี น้องชายของตนเองที่ทำงานเป็นนิติกร ลูกจ้างชั่วคราวอยู่ อบต.มาบยางพร ที่มีพฤติกรรมเสพยาบ้า และมักมาขอเงินเป็นประจำ ขณะเกิดเหตุนั้นนายบอยได้มาขอเงิน แต่ตนไม่ให้จึงเกิดมีปากเสียงกัน นายบอยเดินออกไป ก่อนกลับเข้ามาพร้อมจ่อยิงนายสมคิดและตน แต่ตนพยายามลุกหนี กระทั่งลูกชายเข้ามาช่วยเหลือ นายสมคิดจึงขับรถยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 4790 ระยอง หลบหนีไป

MThai News

เงินบริจาคพรรคไม่เกิน5พันลดภาษีได้

04

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ร่างพ.ร.บ.ประมวลรัษฎากร การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 โดยกำหนดให้เงินที่บริจาคแก่พรรคการเมือง ไม่เกิน 5,000 บาท สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนรายได้สุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550

นอกจากนี้เฉพาะเงินบริจาคที่ไม่เกิน 20,000 บาท ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเป็นรายจ่ายในการคำนวณ กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

kittirat

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493  เป็นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมที่ใช้มานาน อีกทั้งสินค้าเกือบทุกรายการมีอัตราภาษีที่ชนเพดานแล้ว ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้  ทำให้สามารถดูแลได้ครอบคลุมทุกกลุ่มประเภท

ทั้งนี้นายกิตติรัตน์ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีเพื่อให้มีรายรับจากภาษีสุราเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามอัตราภาษีใหม่ตามโครงสร้างภาษีใหม่ จะทำให้สุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะเบียร์ คาดว่าจะปรับราคาขายปลีกขึ้นตั้งแต่ 3 บาทไปจนถึง 7 บาทต่อขวด รวมถึง เบียร์ที่มีดีกรีสูง(เช่น ช้าง และลีโอ)จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น 32-34% ต่อขวด

MThai news