กยศ. ลั่นส่งชื่อเข้าเครดิตบูโร หากผู้กู้ค้างจ่ายหนี้ 5ปี เพื่อความชัดเจนด้านฐานะทางการเงิน และลดภาระการติดตามทวงหนี้ พร้อมให้สิทธิลดต้น 3.5% หากลูกหนี้ชำระปกติอยากปิดบัญชี
จากกรณีที่กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เกิดปัญหาผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด จนทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ไปจำนวนมหาศาลนั้น วานนี้ (2 ก.ย.) นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยระบุว่า

มติที่ประชุมคณะกรรมการ กยศ. เมื่อวันที่ 27สิงหาคมที่ผ่านมา ได้สรุปว่า
1. ลูกหนี้ที่ชำระหนี้ปกติ หากนำเงินมาชำระหนี้ กยศ.ทั้งจำนวน จะได้รับส่วนลดจากยอดเงินต้นทั้งหมด 3.5%
และ2 ลูกหนี้ที่ค้างชำระหนี้ แต่หากต้องการชำระหนี้ทั้งจำนวน จะได้รับการยกเว้นค่าปรับทั้งจำนวน และลดอัตราดอกเบี้ยคงค้างอีก 50% ส่วนกลุ่มที่ค้างชำระบางงวด จะได้รับการยกเว้นค่าปรับ แต่ยังคิดอัตราดอกเบี้ยปกติ
ทั้งนี้การที่ลูกหนี้จะได้สิทธิดังกล่าวจะต้องเข้าติดต่อกับทางกยศ.เอง ถึงจะได้เงื่อนไขตามที่ประกาศ โดยที่จะเปิดให้เข้ายื่นขอสิทธิได้ระหว่างเดือนพฤศจิกายนปีนี้ จนถึงมีนาคมปีหน้า อย่างไรก็ดีหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ กยศ. ใน 5ปี จะถูกส่งรายชื่อไปยังบริษัทศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ด้วย เพื่อความชัดเจนด้านฐานะทางการเงิน และลดภาระการติดตามทวงหนี้ เพื่อจะได้เดินหน้ากับเกณฑ์ใหม่
ขณะที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกร้องไปยังผู้กู้ที่ยังค้างชำระด้วยว่า ควรเร่งเคลียร์บัญชีเงินกู้ของตัวเอง เพื่อไม่ให้ปรากฏชื่อเป็นแบล็คลิส เพราะอาจจะส่งผลต่อเครดิตการกู้ยืมเงินในอนาคตได้ อีกทั้งเงินจำนวนดังกล่าวได้นำมาหมุนเวียนปล่อยกู้ให้กับรุ่นน้องที่จะกู้ยืมเรียนต่อไปด้วย
สำหรับผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระที่มีทั้งสิ้น 2.8 ล้านราย คิดเป็นยอดหนี้คงค้าง 2.5 แสนล้านบาท
MThai News