สุดแค้น! หญิงจีนฆ่าสามีใหม่ ก่อนนำศพไปต้ม เหตุข่มขืนลูกสาว

MThai News: สำนักข่าวของจีนรายงานว่า หญิงชาวจีนวัย 48 ปี แซ่เจิ้ง จากเมืองลิ่วอัน มณฑลอันฮุย ของจีน ได้ลงมือทรมานสามีของตนเองให้อดอาหารจนตาย จากนั้นก็ตัดแขนตัดขาของเขาก่อนนำไปต้มอำพรางคดี เพราะโกรธแค้นที่เขาข่มขืนลูกสาวซึ่งเกิดจากสามีเก่า

pressure-cooker-murder

ทั้งนี้นางเจิ้งสารภาพว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เธอได้ผสมยานอนหลับให้สามีกิน ก่อนจะนำร่างของเขาไปแขวนไว้กับหลังคาโรงรถและฟาดด้วยพลั่ว จากนั้นตึงปล่อยให้อดอาหารนาน 3 วันจนกระทั่งเขาเสียชีวิต นางเจิ้งจึงชำแหละแขนขาของเขานำไปต้มในหม้อสูญญากาศ

นางเจิ้งโกหกทุกคนว่าสามีของนางไปเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างเมือง กระทั่งหลังจากนั้น 1เดือน นางเจิ้งได้เดินทางไปมอบตัวที่สถานีตำรวจ โดยสารภาพว่าเธอทนอยู่ในสภาพหวาดระแวงเกรงจะถูกจับอยู่ตลอดเวลา

MThai News

หนุ่มใหญ่ เตรียมฟ้องร.พ. ตรวจผิดบอกว่าเป็นเอดส์ เครียดเกือบ9ปี

 วันนี้(3 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายบ๊อบบี้ รัสเซลล์ หนุ่มใหญ่วัย 43 ตัดสินใจฟ้องศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเคนตักกี้ คลีนิกบลูกลาส แคร์ และแผนกสาธารณสุขเอะ ฟาเยต เค้าท์ตี้ และแพทย์อีกจำนวนมากที่วินิจัยตรวจผิดพลาดระบุว่าเขาเป็นโรคเอดส์

หนุ่มใหญ่ เตรียมฟ้องร.พ. ตรวจผิดบอกว่าเป็นเอดส์ เครียดเกือบ9ปี

โดยเขาต้องทนอยู่กับความฝันอันโหดร้ายถึง 9 ปี เต็มและต้องรับการรักษาแบบที่ผู้ป่วยเอดส์ได้รับ ซึ่งตั้งแต่ได้ทราบผลตรวจในครั้งนั้น ชีวิตเขาหดหู่ หลีกหนีจากสังคม จนเกือบฆ่าตัวตาย โดยเขาระบุในคำฟ้องว่า แพทย์เหล่านั้นไม่ได้วินิจฉัยอย่างถี่ถ้วนเลย และด่วนสรุป โดยเป็นการตรวจแค่เบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งเขาได้รับการตรวจตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 9 ปี ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

MthaiNews

กยศ. ลั่นส่งชื่อเข้าเครดิตบูโร หากผู้กู้ค้างจ่ายหนี้ 5ปี

กยศ. ลั่นส่งชื่อเข้าเครดิตบูโร หากผู้กู้ค้างจ่ายหนี้ 5ปี เพื่อความชัดเจนด้านฐานะทางการเงิน และลดภาระการติดตามทวงหนี้ พร้อมให้สิทธิลดต้น 3.5% หากลูกหนี้ชำระปกติอยากปิดบัญชี

จากกรณีที่กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เกิดปัญหาผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด จนทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ไปจำนวนมหาศาลนั้น วานนี้ (2 ก.ย.) นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยระบุว่า

กยศ., เงินกู้ กยศ., ข่าวกยศ.

มติที่ประชุมคณะกรรมการ กยศ. เมื่อวันที่ 27สิงหาคมที่ผ่านมา ได้สรุปว่า
1. ลูกหนี้ที่ชำระหนี้ปกติ หากนำเงินมาชำระหนี้ กยศ.ทั้งจำนวน จะได้รับส่วนลดจากยอดเงินต้นทั้งหมด 3.5%
และ2 ลูกหนี้ที่ค้างชำระหนี้ แต่หากต้องการชำระหนี้ทั้งจำนวน จะได้รับการยกเว้นค่าปรับทั้งจำนวน และลดอัตราดอกเบี้ยคงค้างอีก 50% ส่วนกลุ่มที่ค้างชำระบางงวด จะได้รับการยกเว้นค่าปรับ แต่ยังคิดอัตราดอกเบี้ยปกติ

ทั้งนี้การที่ลูกหนี้จะได้สิทธิดังกล่าวจะต้องเข้าติดต่อกับทางกยศ.เอง ถึงจะได้เงื่อนไขตามที่ประกาศ โดยที่จะเปิดให้เข้ายื่นขอสิทธิได้ระหว่างเดือนพฤศจิกายนปีนี้ จนถึงมีนาคมปีหน้า อย่างไรก็ดีหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ กยศ. ใน 5ปี จะถูกส่งรายชื่อไปยังบริษัทศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ด้วย เพื่อความชัดเจนด้านฐานะทางการเงิน และลดภาระการติดตามทวงหนี้ เพื่อจะได้เดินหน้ากับเกณฑ์ใหม่

ขณะที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกร้องไปยังผู้กู้ที่ยังค้างชำระด้วยว่า ควรเร่งเคลียร์บัญชีเงินกู้ของตัวเอง เพื่อไม่ให้ปรากฏชื่อเป็นแบล็คลิส เพราะอาจจะส่งผลต่อเครดิตการกู้ยืมเงินในอนาคตได้ อีกทั้งเงินจำนวนดังกล่าวได้นำมาหมุนเวียนปล่อยกู้ให้กับรุ่นน้องที่จะกู้ยืมเรียนต่อไปด้วย

สำหรับผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระที่มีทั้งสิ้น 2.8 ล้านราย คิดเป็นยอดหนี้คงค้าง 2.5 แสนล้านบาท

MThai News