แม่ยายสุดโหด ใช้เครนยกรถ แก้เผ็ดเขยยืมเงินไม่คืน

วันนี้(30 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวว่า ที่มณฑลเจ้อเจียง ของประเทศจีน เกิดเรื่องราวสุดฮือฮา เมื่อแม่ยายสุดโหดได้ว่าจ้างรถเครนคันหนึ่งมายกรถยนต์คันสีดำซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของลูกเขยของเธอเอง

แม่ยายสุดโหด ใช้เครนยกรถ แก้เผ็ดเขยยืมเงินไม่คืน

โดยรถเครนได้ยกรถยนต์คันนี้ขึ้นไปไว้บนระเบียงบ้านของแม่ยาย ซึ่งเป็นตึกสูง โดยสาเหตุที่แม่ยายสุดโหดต้องทำเช่นนี้ เนื่องจากเป็นการแก้เผ็ดที่ลูกเขยยืมเงินไปแล้วไม่ยอมเอามาใช้คืน และฝ่ายลูกเขยก็ผลัดผ่อนที่จะใช้หนี้จนเธอเอือมระอาจึงต้องแก้เผ็ดด้วยวิธีนี้ ซึ่งเธอบอกว่าจะยอมยกรถลงมาคืนก็ต่อเมื่อได้เงินคืนครบแล้วเท่านั้น

แม่ยายสุดโหด ใช้เครนยกรถ แก้เผ็ดเขยยืมเงินไม่คืน

แม่ยายสุดโหด ใช้เครนยกรถ แก้เผ็ดเขยยืมเงินไม่คืน

MThai News

ชายมะกันเจ้าของฉายา มนุษย์ผิวน้ำเงิน เสียชีวิตแล้ว

มนุษย์ผิวน้ำเงินของโลกเสียชีวิตแล้ว หลังต้องทนทรมานกับโรคผิวหนังเปลี่ยนสีจากผลของสารเงินมานานกว่า 10ปี

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า นายพอล คาราสัน ชายชาวอเมริกัน วัย 62 ปี เจ้าของสมญามนุษย์ผิวน้ำเงินได้เสียชีวิตแล้ว จากอาการหัวใจวาย ติดเชื้อปอดบวม และมีอาการเส้นเลือดสมองแตกอย่างรุนแรง

มนุษย์ผิวน้ำเงิน, ข่าวมนุษย์ผิวน้ำเงินเสียชีวิต, สารเงิน, คุณพ่อสเมิร์ฟสีน้ำเงิน

โดยคาราสัน มีชื่อเสียงและรู้จักไปทั่วโลก จากการที่เขามีผิวหนังสีน้ำเงิน ซึ่งการเปลี่ยนสีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 10ปีที่แล้ว หลังได้รับสารสีเงินเพื่อใช้รักษาอาการผิวหนังบนหน้า แต่เขากลับเกิดอาการแพ้ จนมันเปลี่ยนเม็ดสีในร่างกายเป็นสีน้ำเงินในที่สุด อย่างไรก็ดีแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในฉายา คุณพ่อสเมิร์ฟสีน้ำเงิน แต่เขากลับไม่ต้องการมัน เพราะมันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ถูกเอ่ยชื่อนี้

ทั้งนี้แม้สารเงินจะมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้และถูกใช้มาแล้วกว่าพันปี แต่ทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐก็ได้สั่งระงับห้ามใช้สารดังกล่าวในวงการแพทย์ในปี 1999 เพราะมันมีผลข้างเคียงสามารถเปลี่ยนสีผิวหนังและอวัยวะอื่น ๆ ไปตลอดอย่างถาวร เหมือนกับที่นายคาราสันได้ประสบพบเจอ อีกอย่างวงการแพทย์ได้คิดค้นยาปฎิชีวนะชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติเดียวกันแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าขึ้นมาได้นั่นเอง

MThai News

มนุษย์ผิวน้ำเงิน, ข่าวมนุษย์ผิวน้ำเงินเสียชีวิต, สารเงิน, คุณพ่อสเมิร์ฟสีน้ำเงิน

เคลียร์พื้นที่สนามบิน ขายโอทอป แข่ง แบรนด์เนม

พาณิชย์ จับมือบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ตั้งร้านจำหน่ายสินค้าโอทอป และผลิตภัณฑ์สปา ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งเป้ายอดขายโตไม่ต่ำกว่า 10%

23

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอทอปไทย ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับบริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด เพื่อจัดตั้งร้านค้าจำหน่ายสินค้าโอทอป ในหมวดอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ของตกแต่ง และผลิตภัณฑ์สปา ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใต้การบริหารจัดการร้านโดยบริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด โดยจะมีการคัดเลือกสินค้า เน้นคุณภาพและราคา มั่นใจจะสามารถสู้กับสินค้าแบรนด์เนมที่จัดจำหน่ายอยู่ภายในบริเวณสนามบินได้

ทั้งนี้ จะเริ่มเปิดจำหน่ายสินค้าภายในท่าอากาศสุวรรณภูมิได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่าปีละ 30,000 ล้านบาท และในช่วงปลายปีมีแผนจะขยายร้านเพิ่มเติมไปยังสนามบินนานาชาติในประเทศ เช่น ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติในภูมิภาค

สำหรับการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าโอทอปได้มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ อาทิ สินค้าประเภทอาหาร มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบ และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับผิดชอบ เป็นต้น ซึ่งจากการผลักดันการจำหน่ายสินค้าโอทอปอย่างต่อเนื่องทำให้มียอดขายปีละไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายแต่ละปีต้องเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

MThai news