ประชากร11ล้านคน เลิกเล่นเฟซบุ๊ก หวั่นภาวะฆ่าตัวตาย

ผลสำรวจ ม.เวียนนา ประเทศออสเตรีย พบ มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 11 ล้านคน ในสหรัฐและอังกฤษ เลิกใช้เฟซบุ๊กแล้ว เพราะกลัวติด จากภาวะที่ถูกเรียกว่า การฆ่าตัวตายเสมือนจริงทางโลกออนไลน์ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า มหาวิทยาลัยเวียนนาของประเทศออสเตรีย ได้สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เฟซบุ๊ก พบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวอังกฤษและสหรัฐ 11 ล้านคน เลิกใช้เฟซบุ๊กแล้ว เนื่องจากกังวลว่า เฟซบุ๊ก จะทำให้พวกเขาสูญเสียความเป็นส่วนตัว รวมทั้ง ไม่ต้องการเป็นคนประเภทเสพติดเฟซบุ๊ก โดยภาวะดังกล่าวถูกเรียกว่า การฆ่าตัวตายเสมือนจริง ทางโลกออนไลน์

ผลสำรวจ ระบุว่า ความกดดันทางสังคมในการเพิ่มเพื่อน และการวิตกต่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้คนเลิกเล่นเฟซบุ๊ก  ขณะที่ บางส่วนระบุเหตุผลว่า เบื่อ หมดความสนใจในเฟซบุ๊ก ความไม่พอใจส่วนตัว การมีทัศนคติด้านลบต่อเพื่อนทางเฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ ยังพบว่า คนที่เลิกใช้เฟซบุ๊กส่วนใหญ่ มีอายุมากและส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จากกรณีวิกิลีกส์ และการแฉว่า ทางการสหรัฐ มีการดักฟังข้อมูลโทรศัพท์ และทางโลกสังคมออนไลน์ ผู้คนอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบอย่างมาก และมีส่วนทำให้ผู้คนเลิกใช้สังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฟซบุ๊ก

ผัดกะเพราโดนแบน! ทบ.สั่งห้ามขาย เหตุกลิ่นโชยไปถึงห้องทำงาน

 รายงานข่าวแจ้งว่าเกิดเรื่องฮือฮาขึ้นเมื่อโรงอาหาร ภายในอาคารสำนักงานเลขานุการ ทบ. ได้ติดประกาศว่า “ลูกค้าโปรดทราบ ห้ามสั่งผัดกะเพรา” สร้างความงุนงงให้กับผู้ที่มารับประทานอาหารอย่างมาก

ทั้งนี้พ่อค้าแม่ค้าได้ชี้แจงว่า เหตุผลที่ถูกสั่งห้ามขายผัดกะเพราเพราะกลิ่นฉุนจากใบกะเพรา ส่งกลิ่นไปไกลถึงห้องทำงานผู้ใหญ่ ส่งผลรบกวนจิตใจอันมีผลต่อการทำงาน แม้จะมีการติดตั้งเครื่องดูดควันไว้ทุกร้านค้า แต่กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทั้งยังส่งเสียงดังรบกวนพ่อค้า-แม่ค้าอีกด้วย จึงมีคำสั่งจากผู้ใหญ่ห้ามผัดกะเพราเด็ดขาด เว้นแต่จะมีการปรุงประกอบมาจากบ้านและนำมาขายเป็นข้าวแกง

MThai News

ปชป.แนะสภารอศาลเลื่อนโหวตแก้รธน.ดื้อเจอถอด

“วิรัตน์ กัลยาศิริ” เผย เตรียมยื่น ป.ป.ช. ถอดถอน 312 ส.ส. – ส.ว. หากลงมติแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 และดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรี หากนำขึ้นทูลเกล้าฯ

นาย วิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ในฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราวการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.ว่า การที่ศาลมีคำสั่งว่าพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีมูลก็คือการกระทำของเสียงข้าง มากเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศนอกรัฐธรรมนูญ

ซึ่งทางออกก็คือ ต้องเลื่อนการลงมติออกไป และนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่นำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้วินิจฉัย และเมื่อเป็นเช่นนี้ เสียงข้างมากจะต้องชะลอและหยุดการลงมติวาระ 3 ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ หากใช้เสียงข้างมากลากไป พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องดำเนินการถอดถอน ส.ส. 300 กว่าคน ไปยัง ป.ป.ช. และถ้าหาก นายกรัฐมนตรี นำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูล ก็จะต้องดำเนินดคีทุกประเภทกับนายกรัฐมนตรี ด้วย

นอกจากนี้ นายวิรัตน์ ยังกล่าวถึงการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า ต้องดำเนินการในหลายเรื่อง เพราะถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นไปลงมติแทน และทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย