เผยชื่อบริษัท ทำนาฬิกาหรูให้รัฐสภา อ้างนำเข้าจากฝรั่งเศส

เว็บไซต์สำนักข่าวอิศราได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลของบริษัท อีควิป แมน จำกัด ผู้รับเหมาขายนาฬิกาให้รัฐสภาและโครงการอื่นๆอีก 3 โครงการ รวมวงเงิน 22,881,083 บาท ได้แก่
1.การปรับปรุงระบบแลกบัตรเข้า-ออก 4,150,000.00 บาท เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 55
2.ปรับปรุงระบบนาฬิกาภายในและโดยรอบรัฐสภาวงเงิน 14,891,083 บาท เมื่อวันที่ 29 มี.ค.56
3.จัดทำห้องจำหน่ายสินค้าที่ระลึกรัฐสภา วงเงิน 3,840,000.00 บาท เมื่อวันที่ 29 มี.ค.56

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวเป็นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ทำสัญญา 29 มี.ค.56 จดทะเบียนวันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ทุน 3 ล้านบาท รับออกแบบและวางระบบ ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ค้ากล้องวงจรปิด มีนายศราวุธ พงษ์สงวนสุข ถือหุ้นใหญ่และเป็นกรรมการ

สำนักข่าวอิศราได้รายการผลสอบถามรายละเอียดการจัดซื้อนาฬิกาและโครงการอื่นๆจากนายศราวุธ พบว่า ได้งานโดยวิธีประมูลเปิดซองตามขั้นตอนปกติ ในปี 2551โดยนายศราวุธยืนยันว่าไม่รู้จักคนใหญ่คนโตใดๆทั้งสิ้น

กรณีเป็นผู้รับเหมาปรับปรุงระบบนาฬิกาภายในและโดยรอบรัฐสภาวงเงิน 14.8 ล้านบาทว่า เป็นนาฬิกาแขวนผนังยี่ห้อ Bodet ที่สั่งซื้อจากประเทศฝรั่งเศส จำนวน 238 เรือน ทำงานด้วยระบบ Master Clock ซึ่งนาฬิกาทุกเรือนในรัฐสภาที่ติดตั้งจะเดินตรงกันทุกนาที และวินาที อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เน็ตเวิก และอุปกรณ์ UPS และรับประกัน 3 ปี

นอกจากนี้ยังมีบริษัท อีควิป แมน จำกัด ยังเป็นผู้รับเหมาและคู่สัญญาในอีกหลายโครงการ ดังนี้
– เป็นคู่สัญญากับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในการจัดซื้อครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ วงเงิน 1,700,000 บาท เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 49
– เป็นผู้รับเหมาติดตั้ง ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 2 ครั้ง
ครั้งแรกวงเงิน 6,470,000 บาท วันที่ 20 ส.ค. 51
ครั้งที่สอง 6,999,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. 50
และ ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า โทรศัพท์ และระบบ LAN วงเงิน 3,356,590 บาท วันที่ 10 ก.พ. 55
– เป็นคู่สัญญา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จ้างปรับปรุงทดแทนสายสัญญาณ(FiberOptic)ของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทางพิเศษฉลองรัช วงเงิน 10,290,000 บาท เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 52
และซื้ออุปกรณ์รับส่งสัญญาภาพและสัญญาณควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV) 1,199,794.90 บาท เมื่อวันที่ 10 เม.ย.56

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา

MThai News

ศาลเลื่อนนัดสอบ คดีมัลลิกา-ชวนนท์ หมิ่นนายกฯ ปมว.5 โฟว์ซีซั่น

ศาลเลื่อนนัดสอบหลักฐานไป 4ธ.ค. คดีมัลลิกา-ชวนนท์ หมิ่นนายกฯ ปมว.5 โฟว์ซีซั่น หลังอ้างติดประชุมสภา และทนายไม่ว่างว่าความให้คดีอื่นอยู่

วันนี้ (23ก.ย.) ศาลอาญารัชดาฯ ผู้พิพากษาได้ออกบัลลังค์พิจารณาในคดีที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ-โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.มัลลิกา บุญมี รองโฆษกพรรค กรณีหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปม ว.5 โฟร์ซีซั่น

ว.5โฟว์ซีซั่น, โฟว์ซีซั่น, มัลลิกา บุญมีตระกูล, ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต

โดยศาลพิเคราะห์แล้วได้มีคำสั่งให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานของคดี ไปเป็นวันที่ 4ธ.ค.นี้ เวลา 09.00น. ซึ่งน.ส.มัลลิกา อ้างว่าทนายความติดว่าความคดีอื่นที่ศาลแขวงธนบุรี ขณะที่นายชวนนท์เป็น ส.ส. และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภา ซึ่งฝ่ายโจทก์ไม่คัดค้าน จึงได้เลื่อนนัดออกไปดังกล่าว

MThai News

เตือน!น้ำเหนือมาถึง กทม.แล้ว

กรมชลประทาน เผย มวลน้ำจากนครสวรรค์ มาถึงกรุงเทพแล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ด้านผู้ว่าฯกทม.สั่งเกาะตอิดสถานการณ์เตรียมพร้อมรับมือ          

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน เผย มวลน้ำที่มาจากนครสวรรค์ มาถึงกรุงเทพแล้ว ทำให้ลุ่มเจ้าพระยา มีระดับน้ำสูงขึ้น ส่งผลกระทบบ้างในพื้นที่ลุ่มอย่างเกาะเกร็ด และพื้นที่แนวคันกั้นน้ำ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำลง 2-3 วันจะมีน้ำไหลผ่านมาก ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีระดับน้ำสูงขึ้นตามมวลน้ำที่ไหลผ่าน แต่ไม่มีผล ในพื้นที่ กทม.

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือน้ำฝนในพื้นที่ กทม.ว่า จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝนตกน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้พอสมควร รวมถึงช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่ไม่มากเฉลี่ยเพียง 10 มิลลิเมตรเท่านั้น

ส่วนน้ำเหนือซึ่งขณะนี้พื้นที่ด้านบน อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา มีหลายอำเภอท่วมแล้ว นั้น กทม.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด น้ำในเขื่อนสำคัญ ๆ อย่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำในเขื่อนมีร้อยละ 40-50 เมื่อเทียบกับปี 2554 มีปริมาณมากถึงร้อยละ 80-90 น้ำที่ปล่อยมาวัดจากที่บางไทรไหลมาที่ปริมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้เมื่อเทียบกับปี 54 ที่มีกว่า 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าสถานการณ์ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าจะเกิดภาวะวิกฤต แต่ยังคงให้เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยเหลือประชาชนด้านการจราจรในช่วงที่ฝนตกและมีน้ำท่วมขังด้วย

MThai News