ทอ.ไทย – สหรัฐฯ ซ้อมแผนเผชิญเหตุ ลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ รับมือภัยพิบัติ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ 20 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่าที่ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมืองว่า สถาบันเวชศาสาตร์การบินกองทัพอากาศ ฝึกซ้อมการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ รวมถึงการฝึกการติดตั้งอุปกรณ์ในการลำเลียงผู้ป่วยบนอากาศยาน

ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศ โดย สถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ ร่วมกับ กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ได้จัดให้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่ปี 2551 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ด้านการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ กับกองกำลังทางอากาศสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก รวมทั้งได้เรียนรู้เครื่องมือ และอุปกรณ์การลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศที่ทันสมัย และมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี

อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศไทย และ กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา รวมถึงการพิจารณาขยายขอบเขตในการฝึกอบรม แลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ทางด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และบรรเทาภัยพิบัติทางด้านการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศของกองทัพอากาศ และกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งการฝึกแบบทวิภาคี หรือ พหุภาคีในอนาคต

นอกจากนี้ จากสถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน รัฐบาลจึงได้มีนโยบายให้กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และบรรเทาภัยพิบัติทางทหารที่มิใช่สงคราม โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้ซ้อมท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังซ้อมแผนเผชิญเหตุกันอย่างไม่ย่อท้อแม้สภาพอากาศจะไม่ เป็นใจ

MThai news

CP โต้ข่าวไข้หวัดนก H1 N1ระบาดในอาคาร

เครือเจริญโภคภัณฑ์ แจง ไม่มีการระบาดของไข้หวัดนก และ H1 N1 ใน อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม มีเพียงพนักงาน 1 คนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เท่านั้น

สำนักกิจกรรมสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน ระบุว่า  ตามที่มีการส่งข้อความ เมื่อค่ำของวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาว่า มีการระบาดของไข้หวัดนกH1 N1 ในอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ขอเรียนข้อเท็จจริงว่า อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ สีลมไม่มีการระบาดของไข้หวัดนก และ H1 N1ในวันที่ 19 กันยายน 2556 ช่วงบ่ายมีเพียงพนักงาน 1 คนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และได้พบแพทย์ที่โรงพยาบาล

ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ในเวลาเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาล  และฝ่ายอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ สีลมได้ปิดพื้นที่บริเวณที่พนักงานคนนั้นทำงานอยู่ เพื่อทำการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อทันที ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ของเครือเจริญโภคภัณฑ์

MThai news

ยึดทรัพย์ 3 คดีดัง เสี่ยอู๊ด โดนด้วย 23 ล้าน

ปปง. มีมติสั่งอายัดทรัพย์คดีบีบีซี  25 ล้านบาทแและตามคืนอีก 10,000 ล้านบาท พร้อมอายัดเงินสดเสี่ยอู๊ด 23 ล้านบาท คดีฉ้อโกงประชาชน จัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว และอายัดข้าวโรงสีพิจิตรกว่าพันตัน

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 15/2556มีมติยึดทรัพย์ ส่งเรื่องอัยการและคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 3คดี สำคัญ คือ คดีอดีตผู้บริการธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด ( มหาชน ) หรือบีบีซี ที่อนุมัติสินแชื่อให้บริษัท ซิตี้เทรดดิ้ง คอร์ปอรเรชั่นจำกัด

ทั้งนี้ ปปง.พิจารณาแล้ว มีหลักฐานเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดยักยอกทรัพย์สินในสถาบันการเงิน เป็นความผิดมูลฐานตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้ชั่วคราว ส่งเรื่องให้อัยการพิจารณา ทำความเห็นเพื่อให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งมีมูลค่า25 ล้านบาท จากที่ดิน 61 แปลงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

เลขาธิการ ปปง.ยืนยันว่าจะติดตามทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ คดีบีบีซีซึ่งเป็นของนายเกริกเกียรติและผู้เกี่ยวข้งในคดี กลับคืนมา พบว่ายังมีทรัพย์สินอีก5000-10,000ล้านบาท ที่ปปง.ต้องติดตาม ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัพย์ที่ประเทศอังกฤษ และสวิเซแลนด์ ประมาณ 2 – 3 พันล้านซึ่งเดิม ก็เคยอายัดไว้แล้ว กว่า4 ล้านเหรียญ การอายัดดังกล่าง ปปง. ไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาเพราะเป็นความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว  และหากพบการถ่ายโอน เปลี่ยนมือ ยักย้ายถ่ายเทสามารถใช้กม.ฟอกเงินติดตามมาได้

ส่วนคดีฉ้อโกงประชาชนในการจัดสร้างและให้เช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัว ของนายสิทธิกร บุญฉิม หรือเสี่ยอู๊ด คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงประชาชน ปปง.มีมติให้อายัดเงินสด23ล้านบาท 4 บัญชีไว้ชั่วคราวเพื่อตรวจสอบและผู้เสียหายมาร้องขอเพื่อคืนเงิน หากไม่มาทรัพย์จะตกเป็นของแผ่นดิน

สำหรับ คดีทุจริตโครงการจำนำข้าว ที่จังหวัดพิจิตร ปปง.เห็นว่ามีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน  จากการตรวจสอบข้าวสารที่บรรจุกระสอบแล้ว จำนวน 553 กระสอบ และข้าวสารที่อยู่ระหว่างการสี และบรรจุในไซโลจำนวน 1120 ตัน มูลค่า 13 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด คณะกรรมการจึงมีมติให้อายัดข้าวและคุ้มครองสิทธิประชาชนรีบดำเนิน อตก.เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเนื่องจากอายุการจัดเก็บข้าวมีข้อจำกัด

นอกจากนั้น เลขาปปง. ยังฝากเตือนประชาชนที่อย่าหลงเชื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ที่โทรมาหลอกลวงให้โอนเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หากพบแจ้ง1710

MThai news