หนุ่มมะกันกลายเป็นอัจฉริยะด้านดนตรี หลังอุบัติเหตุหัวกระแทกพื้น

MThai News: สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวน่าเหลือเชื่อของหนุ่มน้อยวัยมัธยมปลาย ลอเชน คอนเนอร์ จากเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ที่กลายเป็นอัจฉริยะด้านดนตรี สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้มากถึง 13 ชนิด หลังเกิดอุบัตเหตุจากการเล่นกีฬาลาครอสเมื่อสมัยอยู่ชั้นประถม 6

อัจฉริยะ,ดนตรี,หัวกระแทกพื้น

คอนเนอร์เล่าว่า ในช่วงนั้นเขาหลงใหลการเล่นกีฬาลาครอสมาก แล้วก็เกิดประสบอุบัติเหตุล้มหงายหลังจนศีรษะกระแทกพื้น จนสุดท้ายเขาถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังเกิดอาการลมชัก หมอสั่งห้ามเขาเล่นกีฬาที่ต้องปะทะกันอีกโดยเด็ดขาด และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาค้นพบอัจฉริยะภาพด้านดนตรีของตนเอง แม่ของเขากล่าวว่า คอนเนอร์ไม่มีความรู้ด้านตัวโน้ตหรือทฤษฎีดนตรีใดๆ แต่เขากลับเล่นดนตรีออกมาได้อย่างดี ทั้งเปียโน กีตาร์ อุคูเลเล่ แมนโดลิน ฮาโมนิกา คาริมบา ปี่สก็อต

ขณะที่แพทย์กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงด้านสมองของคอนเนอร์นั้นเป็นภาวะที่สมองเปิดเผยอัจฉริยะภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ หลังจากสมองส่วนนั้นฟื้นตัวจากการถูกทำลาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคลนั้นๆ

MThai News

อัจฉริยะ,ดนตรี,หัวกระแทกพื้น
(สมัยประถม.6 ตอนที่ประสบอุบัติเหตุ)

อัจฉริยะ,ดนตรี,หัวกระแทกพื้น

อัจฉริยะ,ดนตรี,หัวกระแทกพื้น

อัจฉริยะ,ดนตรี,หัวกระแทกพื้น

คลิปม็อบหื่น เดินไล่จับของกลางตำรวจ

วันนี้(29 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปที่มาจากเฟซบุ๊คชื่อ รุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่ง ซึ่งเป็นคลิปเผยแพร่ภาพเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มล้มระบอบทักษิณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคล้องแขนทำเป็นกำแพงมนุษย์เพื่อรักษาพื้นที่

3

โดยในคลิปพบเห็นเหตุการณ์ชายคนหนึ่งใส่ชุดขาวพร้อมมือถือธงชาติไทย ไล่จับอวัยวะเพศของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อยของผู้ชุมนุม

ซึ่งไม่ใช่แค่คนเดียวเท่านั้น แต่ชายคนนี้เดินจับไปอีกหลายคน เล่นเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหลบแต่ก็หลบไม่พ้น แต่ก็ไม่ได้ใช้กำลังความรุนแรงกับผู้ชุมนุมรายนี้ โดยมีผู้ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณศาลาว่าการจังหวัดจันทบุรี

1 2  4

พท.แถลงการณ์ 7 ข้อ วอนม็อบยุติ – คืนสถานที่ราชการ

พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ วอนม็อบยุติชุมนุม-คืนสถานที่ราชการ พร้อมระบุไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

02

วันนี้ (29 พ.ย.56) พรรคเพื่อไทย ออกแถลงกาณ์ 7 ข้อ ถึงกรณีสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง และการบุกยึดสถานที่ราชการของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยขอร้องให้ยุติการชุมนุมและคืนสถานที่ราชการ เนื่องจากเป็นการสร้างความเสียหายให้กับระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในบ้านเมืองที่เป็นรากฐานการปกครองประเทศที่ดีและเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนทุกคน ซึ่งแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยต่อกรณีการชุมนุมทางการเมือง ได้ระบุว่า

“จากที่มีการชุมนุมทางการเมือง และในขณะนี้การชุมนุมที่สงบได้เปลี่ยนเป็นการชุมนุมที่มีการละเมิดกฎหมายและมีการยึดสถานที่ราชการ ซึ่งไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยขอแถลงว่า

1. พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้แกนนำผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมที่ยึดสถานที่ราชการซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายและหลักนิติธรรม ให้ออกจากอาคารและสถานที่ราชการ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและข้าราชการสามารถให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง

2. พรรคเพื่อไทยสนับสนุนท่าทีของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการเปิดพื้นที่พูดคุยระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อแก้ความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี

3. พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยและสนับสนุนรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลผู้ที่มาชุมนุมอย่างละมุนละม่อม สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

4. เนื่องจากแกนนำผู้ชุมนุมเป็นสมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัย และพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยดำเนินการให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำผู้ชุมนุม ยุติการยึดสถานที่ราชการโดยพลัน

5. พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณมิตรประเทศและเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ที่แสดงท่าทีว่าควรยุติข้อขัดแย้งทางการเมืองโดยการพูดคุยกันอย่างสันติวิธี ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นด้วย

6. พรรคเพื่อไทยขอเรียนชี้แจงว่า การที่ผู้ชุมนุมหรือพรรคประชาธิปัตย์ได้ใส่ร้ายรัฐบาลว่าขาดความชอบธรรม เพราะไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญนั้น พรรคขอชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยประเด็นที่มาของ ส.ว. ในวันที่ 20พฤศจิกายน 2556

เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่จะรับคดีไว้พิจารณาและวินิจฉัยเช่นนั้น ซึ่งเป็นการประกาศว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการรับและพิจารณาคดีนี้เป็นการเฉพาะเจาะจง และมิใช่เป็นการประกาศไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเป็นการทั่วไป

7. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าข้อเรียกร้องของหัวหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมที่จะตั้งสภาประชาชน ไม่อาจทำได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 50

พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการชุมนุมโดยสงบ เป็นการใช้เสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการยึดสถานที่ราชการ ซึ่งเสมือนเป็นการใช้ประเทศและคนไทยเป็นตัวประกัน ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในบ้านเมืองที่เป็นรากฐานการปกครองประเทศที่ดีและเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนทุกคน

MThai news