กกต.เผยผลหารือรัฐบาลคลี่คลายสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง

กกต. ระบุผลหารือรัฐบาลสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนกปปส.ยังไม่สรุป

08

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า ผลการหารือกับตัวแทนของรัฐบาลเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการเจรจาที่ดีได้มีการทำความเข้าใจกับทั้งฝ่าย กกต. และรัฐบาล โดยได้ข้อสรุปที่เป็นทั้งข้อเสนอแนะและแนวทาง สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ดีในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ เพราะเป็นข้อเสนอทางเดียว ต้องรอให้มีการพูดคุยกันทุกฝ่ายก่อน นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการพูดคุยพร้อมกันทั้ง 3 ฝ่าย หากทุกฝ่ายมีความคิดเห็นที่คล้ายคลึงไปในทางเดียวกัน

ส่วนกลุ่ม กปปส. ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบตกลงว่าจะมีการนัดหมายพูดคุยเมื่อไหร่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงหลังเทศกาลปีใหม่และวันพรุ่งนี้ (31 ธ.ค.56) ได้มีการนัดหมายพูดคุยกับตัวแทนระดับสูงของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

MThai news

สื่องดตั้งฉายารัฐบาลหวั่นถูกนำไปใช้หาเสียง

สื่อทำเนียบแถลงการณ์แจงเหตุงดตั้งฉายารัฐบาลปี 56 หวั่นถูกนำไปใช้ในการหาเสียง

03
ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลออกแถลงการณ์กรณีการตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี ตามที่เคยถือเป็นธรรมเนียบปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ต่อการทำงานของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี ซึ่งในปีนี้รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 เพื่อเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ.57

ทำให้รัฐบาลปัจจุบันอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ เพื่อรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ตามหลักปฏิบัติที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ที่กำหนดไว้สืบเนื่องตลอดมาว่า กรณีรัฐบาลรักษาการรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร หรือในสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ปกติ จะไม่มีการตั้งฉายา ทำให้ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลจึงมีมติงดการตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปีตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด

ทั้งนี้ การงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรี เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากมีการปฏิวัติเมื่อปี 2549 , รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังการประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่เมื่อปี 2550 และรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช

MThai news

โซเชียลเน็ตเวิร์คพุ่ง’24ล้านคน’ท้าทายสื่อกระแสหลัก

ยอดคนใช้”โซเชียลเน็ตเวิร์ค”ในไทยปี 2556พุ่ง 24 ล้านคน เหตุคนไทยใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น จับตา “โซเชียล ทีวี” เกิดหลังทีวีดิจิตอลออกอากาศ ลุ้นปีหน้ายอดคนใช้พุ่ง 30 ล้านคน

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ1
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโซเชียล อิงค์ กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แนวโน้มการใช้ “โซเชียล เน็ตเวิร์ค” ในไทยปี 2556 มีการเติบโตมากขึ้นที่สุด จากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาคนไทยใช้ โซเชียล เน็ตเวิร์ค 18 ล้านคน แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 24 ล้านคน คาดว่าปี 2557 แนวโน้มคนใช้โซเชียลจะเพิ่มสูงแตะ 30 ล้านคน  ที่น่าจับตามาก คือ อายุเฉลี่ยของคนที่ใช้โซเชียลฯได้ขยายไปสู่กลุ่มอายุ40-60 ปี เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล ที่จะดันให้ “โซเชียล ทีวี” มีความคึกคักขึ้น

“ปี 2557 การเปลี่ยนแปลงของโซเชียล เน็ตเวิร์คน่าจับตามาก กระแสทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ดันให้ มีจำนวนคนใช้โซเชียลเพิ่มขึ้น เพราะทีวีไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยออนไลน์ เราจะเห็น โซเชียลเน็ตเวิร์คในทีวี(Social TV) อุปกรณ์ต่อกับทีวีหรืออินเทอร์เน็ต เซ็ท ท็อป บ็อกซ์ เริ่มได้รับความนิยม สมาร์ททีวีที่หล่อหลอมอินเทอร์เน็ตเข้าไปอยู่ร่วมกัน ทีวีปีหน้าจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและโซเชียลได้ เป็นพื้นฐานรายการทีวีและสื่อต่างๆ จะเริ่มมีแฮชแท็ก (#Hash Tag) ของตัวเองเพื่อใช้สื่อสารผ่านโซเชียลมากขึ้น รวมถึงคนจะดูทีวีผ่านยูทูบเพิ่มขึ้นมาก จนทำให้วงการโฆษณาไทยต้องเริ่มหันมามองการลงโฆษณาในโลกออนไลน์มากขึ้นด้วย”

นายภาวุธกล่าวว่า ปี 2556 เป็นปีที่ปริมาณคนใช้โซเชียล เน็ตเวิร์คในไทยทุกประเภทเติบโตขึ้นกว่า 10 เท่าตัว หรือประมาณ 1000% โซเชียล เน็ตเวิร์ค 3 อันดับแรก ที่คนไทยใช้มากที่สุดได้แก่ 1.เฟซบุ๊ค มีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคน 2.ทวิตเตอร์ มีผู้ใช้งานมากกว่า 2.3 ล้านคน และ 3.อินสตาแกรมมีผู้ใช้งานมากถึง 1.4 ล้านคน โดยไทยจัดว่าเป็นเมืองที่มีผู้ใช้อินสตาแกรมมากเป็นอันดับ 2 ของโลกตามหลังนิวยอร์ก

ขณะที่ ความนิยมอินสตาแกรมส่งผลให้สถานที่ในไทย  2 ใน 10 ขึ้นอันดับสถานที่สุดฮิตที่ถูกถ่ายภาพและแชร์ต่อมากที่สุดในโลกประจำปี 2013 โดย “สยามพารากอน” ครองแชมป์อันดับ 1 ขณะที่ “สนามบินสุวรรณภูมิ” อยู่ในอันดับ 9 ขณะที่ “กรุงเทพมหานคร” ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีอัตราการใช้ดาต้าเพื่อเข้าเฟซบุ๊คเป็นอันดับหนึ่งของโลก อีกทั้งแอพพลิเคชั่นแชทต่างๆ จะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะ “ไลน์” เป็นช่องทางการสื่อสารโดยปกติ ทั้งซื้อขายออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซก็จะไหลไปสู่ช่องทางกลุ่มนี้มากขึ้น และคนไทยที่ใช้ไลน์มีมากกว่า 20 ล้านคน

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์3

นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงโซเชียล มีเดียว่า “โซเชียล มีเดีย ทำให้คนมีช่องทางการสื่อสารของตัวเอง เรื่องบางเรื่องถ้าคิดตามคุณค่าข่าวของสื่ออาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับบนโลกออนไลน์กลับเป็นเรื่องใหญ่ สร้างกระแสที่คนสนใจได้

“ผู้กำหนดข่าวสารไม่ใช่สื่อเพียงอย่างเดียวเหมือนอดีต คนที่ใช้ โซเชียล มีเดีย ซึ่งกำหนดวาระข่าวสารได้จากการแชร์ข้อมูล โจทย์ใหญ่ของสื่อกระแสหลักหลังจากนี้ คือ 1.จะเลือกอะไรมาเป็นข่าว 2.องค์กรต้องมีเกณฑ์ มาตรฐานในการคัดเลือกข้อมูล 3.การนำประเด็นจากโซเชียลมาต่อยอดให้มีมุมมองที่มีคุณค่าของข่าวมากกว่าการ copy มารายงาน นักข่าวต้องใช้พลังการตั้งคำถาม คิดและต่อยอดประเด็นจากโซเชียลมีเดีย”นายมานะกล่าว

MThai News