จับตาเจรจาขาใหญ่ งานนี้คงต้องแลก แช่แข็งประเทศไทย?!

นาทีนี้ต้องบอกว่า “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” อาการน่าเป็นห่วง…
เนื่องเพราะขณะนี้ “นโยบายประชานิยม” กำลังเป็น “ยาขม” ให้พรรคเพื่อไทยต้องออกอาการ ส่อเสียด มวลท้อง จะกลืนก็กลืนไม่เข้า จะคลายก็คลายไม่ออก (ท่าจะต้องอ้วกสถานเดียว) มึนงงจนปัญญาจะหาเงินมาจ่ายชาวนาในเร็ววัน
จะหันไปพึ่งแบงก์กรุงไทย ก็ “เซโน” หันไปแบงก์ออมสิน ก็ ร้องโนๆๆเหมือนกัน…
อีก 33 แบงก์ในประเทศ ที่ “บิ๊กโต้ง-กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เล็งขอกู้เพื่อมาจ่ายชาวนาโครงการจำนำข้าวจำนวน 1.3 แสนล้าน ก็ดูไม่มีสัญญาณตอบรับ เพราะไม่อยากแลก “ภาพลักษณ์” ที่ต้องถูกตำหนิจากขาใหญ่…
ขนาด “กรุงไทย – ออมสิน” แบงก์รัฐแท้ๆยังบอกปัด ก็นับประสาอะไรกับ “แบงก์พาณิชย์” ที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทศจะกล้าทัดทาน
เกิดวันดี คืนดี ถูกนำเรื่องนี้ไป “ขยาย”…ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ อาจต้องสูญเงินจำนวนมหาศาล เพราะขัดรัฐธรรมนูญก็เป็นได้ แล้วใครเขาจะกล้าเสี่ยงกับเรื่องนี้กันหละหนอ…
เพราะขนาด “บิ๊กโต้ง” ยังออกตัว ยอมรับว่า อาจจะกู้ได้ยาก ที่ผ่านมาหลายแบงก์ปฏิเสธ ทั้งธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน เพราะมีผู้ชุมนุมประท้วงไปกดดันไม่ให้ปล่อยกู้ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็กังวลว่าการปล่อยกู้จะไม่ถูกต้อง เพราะไม่แน่ใจว่าการดำเนินการของรัฐบาลจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ในภายหลัง
หมดทางออกเพราะโดนกดล็อคทุกประตู…
นี่หาก พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใจร้อน นั่งจิบน้ำชาบนดอย คอยเวลาที่เหมาะก็คงไม่ต้องเปลืองตัวกว่าที่กำลังเป็น …เปลืองตัวขนาดยอมทิ้งความเป็นสถาบันการเมือง ยอมทิ้งหลักการ ยอมทิ้งประชาธิปไตย มาสู้ข้างถนน แทน สภาฯ
เพียงรออีกสักนิด…ความชอบทำก็จะมาเยือน
ก็อย่างที่เคยบอกกล่าวเอาไว้ในข้อเขียนที่ผ่านๆมาว่า “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ยังไงๆก็รอดยาก เพราะถูกกดล็อคไว้หลายประตู…ประตูหนึ่งผ่านได้แล้ว อีกประตูหนึ่งแม้จะรอด แต่สุดท้ายก็โดนล็อกตายเข้าจนได้
วันนี้ไม่ว่า เกจิ สำนักใดต่างฟังธงว่าดวงชะตา “นารี” ใกล้ “ถึงฆาต” …จะตระเวนสร้างโบสก์ สร้างวิหาร เสริมบารมีต่อดวงชะตาทุกทิศทั่วไทย ก็ไร้ซึ่งทางรอด
ล่าสุด ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ) ได้ส่งสัญญาณออกมาว่า กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเอกสารเพื่อทำหนังสือยื่นข้อกล่าวหาไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี 15 ราย
แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น คือ ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” รักษาการนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) พร้อมกับจะนำไปรวมกับคดียื่นถอดถอนซึ่งพรรคฝ่ายค้าน
ได้เคยยื่นเรื่องถอดถอนผ่านมาทางวุฒิสภาก่อนหน้านี้ ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 …
สุดท้ายอาจจะถูก “ยุบพรรค” ตามมาอีกหนึ่งกระทง นี้จึงเป็นเรื่องที่ “พรรคเพื่อไทย” สุดกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ป.ป.ช.กำหนดเวลาไว้แล้วว่าคดีนี้จะรู้ผลชัดไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า หรืออาจจะเร็วกว่านี้ …
สอดคล้องกับท่าทีของ กกต. ที่ร้องกระจอง งอแง ทุกวี่วันให้ เลื่อนเลือกตั้ง…เลื่อนเลือกตั้ง
ฉะนั้นจึงต้องจับตาดูท่าทีการเจรจาระหว่าง รัฐบาล กับ กกต.ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ม.ค.นี้เป็นสำคัญว่า จะหาทางออกให้กับประเทศได้หรือไม่
เพราะประเด็นอยู่ที่ ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง มิฉะนั้นกำนันเขาไม่ยอม…
“แมนเมือง”



