จับตาเจรจาขาใหญ่ คงต้องแลก แช่แข็งประเทศไทย?!

จับตาเจรจาขาใหญ่ งานนี้คงต้องแลก แช่แข็งประเทศไทย?!

19-2

นาทีนี้ต้องบอกว่า “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” อาการน่าเป็นห่วง…

เนื่องเพราะขณะนี้ “นโยบายประชานิยม” กำลังเป็น “ยาขม” ให้พรรคเพื่อไทยต้องออกอาการ ส่อเสียด มวลท้อง จะกลืนก็กลืนไม่เข้า จะคลายก็คลายไม่ออก (ท่าจะต้องอ้วกสถานเดียว) มึนงงจนปัญญาจะหาเงินมาจ่ายชาวนาในเร็ววัน

จะหันไปพึ่งแบงก์กรุงไทย ก็ “เซโน”  หันไปแบงก์ออมสิน ก็ ร้องโนๆๆเหมือนกัน…

อีก 33 แบงก์ในประเทศ ที่ “บิ๊กโต้ง-กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เล็งขอกู้เพื่อมาจ่ายชาวนาโครงการจำนำข้าวจำนวน 1.3 แสนล้าน ก็ดูไม่มีสัญญาณตอบรับ เพราะไม่อยากแลก “ภาพลักษณ์” ที่ต้องถูกตำหนิจากขาใหญ่…

ขนาด “กรุงไทย – ออมสิน” แบงก์รัฐแท้ๆยังบอกปัด ก็นับประสาอะไรกับ “แบงก์พาณิชย์” ที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทศจะกล้าทัดทาน   

เกิดวันดี คืนดี ถูกนำเรื่องนี้ไป “ขยาย”…ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ อาจต้องสูญเงินจำนวนมหาศาล เพราะขัดรัฐธรรมนูญก็เป็นได้ แล้วใครเขาจะกล้าเสี่ยงกับเรื่องนี้กันหละหนอ…

เพราะขนาด “บิ๊กโต้ง” ยังออกตัว ยอมรับว่า อาจจะกู้ได้ยาก ที่ผ่านมาหลายแบงก์ปฏิเสธ ทั้งธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน เพราะมีผู้ชุมนุมประท้วงไปกดดันไม่ให้ปล่อยกู้ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็กังวลว่าการปล่อยกู้จะไม่ถูกต้อง เพราะไม่แน่ใจว่าการดำเนินการของรัฐบาลจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ในภายหลัง

หมดทางออกเพราะโดนกดล็อคทุกประตู…

นี่หาก พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใจร้อน นั่งจิบน้ำชาบนดอย คอยเวลาที่เหมาะก็คงไม่ต้องเปลืองตัวกว่าที่กำลังเป็น …เปลืองตัวขนาดยอมทิ้งความเป็นสถาบันการเมือง ยอมทิ้งหลักการ  ยอมทิ้งประชาธิปไตย มาสู้ข้างถนน แทน สภาฯ

เพียงรออีกสักนิด…ความชอบทำก็จะมาเยือน

ก็อย่างที่เคยบอกกล่าวเอาไว้ในข้อเขียนที่ผ่านๆมาว่า  “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ยังไงๆก็รอดยาก เพราะถูกกดล็อคไว้หลายประตู…ประตูหนึ่งผ่านได้แล้ว อีกประตูหนึ่งแม้จะรอด แต่สุดท้ายก็โดนล็อกตายเข้าจนได้

วันนี้ไม่ว่า เกจิ สำนักใดต่างฟังธงว่าดวงชะตา “นารี” ใกล้ “ถึงฆาต” …จะตระเวนสร้างโบสก์ สร้างวิหาร เสริมบารมีต่อดวงชะตาทุกทิศทั่วไทย ก็ไร้ซึ่งทางรอด

ล่าสุด ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ) ได้ส่งสัญญาณออกมาว่า กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเอกสารเพื่อทำหนังสือยื่นข้อกล่าวหาไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี 15 ราย

แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น คือ ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”  รักษาการนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) พร้อมกับจะนำไปรวมกับคดียื่นถอดถอนซึ่งพรรคฝ่ายค้าน

ได้เคยยื่นเรื่องถอดถอนผ่านมาทางวุฒิสภาก่อนหน้านี้ ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 …

สุดท้ายอาจจะถูก “ยุบพรรค” ตามมาอีกหนึ่งกระทง นี้จึงเป็นเรื่องที่ “พรรคเพื่อไทย” สุดกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ป.ป.ช.กำหนดเวลาไว้แล้วว่าคดีนี้จะรู้ผลชัดไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า หรืออาจจะเร็วกว่านี้ …

สอดคล้องกับท่าทีของ กกต. ที่ร้องกระจอง งอแง ทุกวี่วันให้ เลื่อนเลือกตั้ง…เลื่อนเลือกตั้ง

ฉะนั้นจึงต้องจับตาดูท่าทีการเจรจาระหว่าง รัฐบาล กับ กกต.ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ม.ค.นี้เป็นสำคัญว่า จะหาทางออกให้กับประเทศได้หรือไม่

เพราะประเด็นอยู่ที่ ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง มิฉะนั้นกำนันเขาไม่ยอม…

“แมนเมือง”

แชร์ว่อนยูทูป!!ผู้ใช้สิทธิ์เขตบางพลัดโวยขอเลือกตั้งล่วงหน้า

รายงานข่าวจากผู้สื่อข่าว Mthai News ถึงคลิ๊ป ผู้เรียกร้องขอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ เขตบางพลัด หลังสำนักงานเขตปิดการเลือกตั้งก่อนเวลา บนเว็บยูทูป

บางพลัด

นายสุวิทย์ สุวรรณคีรี  ชาวบ้าน จังหวัดหนองคาย ผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า และนอกเขต ณ สำนักงานเขต บางพลัด เปิดเผยว่า ตนมาที่เขตบางพลัดเพื่อขอใช้สิทธิ์แต่เช้า แต่ปรากฏว่าปิดหน่วยไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ ผู้มารอใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก แต่กลับปิดการเลือกตั้งตั้งแต่เช้า ซ้ำไม่นำรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกมาให้ตรวจสอบ ตนต้องยกบอร์ดรานชื่อมาเช็คชื่อเอง ที่สำคัญม็อบ กปปส.มีจำนวนน้อยนิด แล้วก็กลับไปจากพื้นที่เขตแล้ว โดยตนเกือบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วว่าถูกละเมิดสิทธิ์

ในขณะที่นางลำดวน พลศรีพิน ชาวมหาสารคาม กล่าวว่า ทุกคนที่เดินมาก็อยากมาใช้สิทธิ์ เมื่อเห็นเขาปิดหีบเลือกตั้งก็อยากให้เปิดหีบ อยากใช้สิทธิ์แบบ ประชาธิปไตย การปิดการเลือกตั้งก่อนเวลา โดยไม่แจ้งประชาชนล่วงหน้า เป็นการริดรอนสิทธิ์ของประชาชน

ทั้งนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่รอเรียกร้องการขอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ร้องขอ กกต.ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนด้วย รวมถึงการแจ้งความแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องนี้

MThai News

ด้วยรักและห่วงใย เนติวิทย์ ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงลุงสุเทพ

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และเลขาธิการสมาพันธ์นักเรียนไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทย  ได้โพสเฟซบุ๊คเผยว่าตนได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มกปปส.และแกนนำ โดยได้มีการนำไปมอบให้กองอำนวยการทั้ง 3 เวที ได้แก่ เวทีปทุมวัน เวทีราชประสงค์ เวทีดาราชิดลม โดยเผยว่า

1779273_648367038558091_1662325051_n

เรียน ลุงกำนัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส และคณะ
เรื่อง ข้อสงสัยและความห่วงใยจากนักเรียนคนหนึ่ง

กำนันสุเทพที่เคารพ กระผมนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนมัธยม ม.5 คนหนึ่งที่สนใจและศึกษาข่าวสารทางการเมืองคนหนึ่ง มีความเป็นห่วงอย่างแรงกล้าต่อวิกฤติบ้านเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ซึ่งมันรุนแรงมากและมีการเสียเลือดเสียเนื้อเกิดขึ้นแล้ว กระผมเห็นว่าลุงกำนันเป็นส่วนสำคัญของวิกฤติครั้งนี้ด้วย กระผมจึงปรารถนาเขียนจดหมายถึงลุงกำนันด้วยความเคารพ พร้อมตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นอันระคนไปด้วยความรู้สึกห่วงใยอย่างแรงกล้า ลุงกำนันจะพอใจหรือไม่ก็ตามแต่กระผมรู้สึกกังวลใจต่อบ้านเมืองจริงๆ

1.1.1.177

1) กระผมมีความสงสัยมาตลอดว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของลุงกำนันมีจุดประสงค์อย่างไรกันแน่ ต้องการอะไรกันแน่ มันเป็นความสงสัยอย่างแรงกล้าที่ไม่อาจปิดบังได้เลย ลุงกำนันออกมาเรียกร้องคัดค้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง ผมซึ่งติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็เข้าใจและเห็นด้วยว่ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง แต่เมื่อรัฐบาลได้ถอนร่างออกแล้ว เหตุใดการเคลื่อนไหวจึงยังไม่ยุติซ้ำยังมีความรุนแรงมากขึ้นเสียอีก ลุงกำนันก็เคยบอกเองว่าจะจบวันนั้น วันนี้ เป็นครั้งสุดท้ายครั้งแล้วครั้งเล่าให้เร็วที่สุด เข้าใจว่าพูดแบบนี้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ เหตุใดยืดเยื้อยาวนานถึงบัดนี้

2) ดังที่กระผมได้กล่าวถามไปแล้วว่า “มีความต้องการอะไรกันแน่” ลุงกำนันอาจจะตอบผมว่าก็ดูที่ตำแหน่งห้อยท้ายของลุงสิ ลุงกำนันกำลังจะทำการปฏิรูปให้นำไปสู่ “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” แต่ผมก็เกิดความสงสัยว่า วิธีการของลุงกำนันและมวลมหาประชาชนภายใต้การนำของลุงกำนันจะนำไปสู่ประชาธิปไตยได้จริงละหรือ กปปส.ของลุงกำนันเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่สภาปฏิรูปของลุงเสนอให้มี 75 เปอร์เซ็นต์มาจากการแต่งตั้ง และ 25 มาจากการเลือกตั้ง

ลุงกำนันยังเคยเสนอให้ทหารออกมาทำการรัฐประหาร ลุงกำนันยังได้แสดงทัศนะและทำการขัดขวางไม่ให้เกิดการเลือกตั้งขึ้น ลุงรู้หรือไม่ว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสียงของคนจำนวนมากของประเทศนี้เช่นกัน เขาก็เป็นประชาชน ลุงกำนันก็เป็นประชาชน ต่างก็ต้องอยู่ในกติกาที่เคารพซึ่งกันและกันมิใช่หรือ ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ลุงกำนันทำมันเป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่ หรือเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อยที่ลากตั้งกันและอวดอ้างว่าเป็น “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”

3) กระผมทราบว่ามีนักวิชาการบางคนเรียกลุงกำนันและขบวนการ ว่าเป็นดั่งมหาตมะคานธี เป็นเหมือนสาธุคุณมาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์ กำนันสุเทพอาจจะรู้สึกดีใจจนตัวลอยกับถ้อยคำของนักวิชาการพวกนี้ก็ได้ แต่พวกเขาพูดจริงละหรือ ถ้อยความดังกล่าวมันเป็นการยกยอปอปั้นหลอกลวงกำนันสุเทพหรือเปล่า เป็นที่เข้าใจกันดีว่า มหาตมะคานธีเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้อหิงสา

แต่สิ่งที่มหาตมะคานธีกระทำนั้นมิใช่เป็นเพียงลมปากที่พ่นออกมาเท่านั้น อหิงสาของคานธีประกอบไปด้วยความรักและสัจจะ อหิงสาของคานธีมาควบคู่กับสิ่งที่เรียกว่าสัตยาเคราะห์ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Truth Force – The power of Truth) คือการใช้สัจจะเป็นอาวุธใช้ความรักความเข้าใจพิชิตความโกรธความเกลียดชัง ขบวนการและตัวลุงกำนันเดินตามทางนี้ละหรือ

4) ถ้าคุณสุเทพเดินตามขบวนการแห่งอหิงสาวิธีดังที่นักวิชาการบางคนสรรเสริญยกยอ แล้วถ้อยความที่ว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยทำคือทุจริตคอร์รัปชั่นตลอดชีวิตนักการเมือง” หลุดออกจากปากของลุงกำนันได้อย่างไร ทั้งๆที่ก็เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าลุงกำนันได้กระทำอะไรไว้บ้าง ใยต้องหลอกลวงตัวเองและคนอื่นด้วย ในอัตชีวประวัติของมหาตมะคานธี (หมายถึง “The Story of My Experiments with Truth) เขียนโดยตัวเขาเองก็มิได้มุสาวาทต่อสิ่งที่เขาได้เคยทำผิดไว้เลย ลุงกำนันโปรดพิจารณาดูเถิด

ขบวนการของลุงกำนันและตัวลุงมีพร้อมด้วยสัจจะไหม มีพร้อมด้วยความรักต่อเพื่อนมนุษย์ไหม คนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลุงกำนันกลายเป็นว่าเป็น “ขี้ข้าระบอบทักษิณ” เป็น “ควายแดง” ทำไมลดทอนศักดิ์ศรีและเหมารวมกันเยี่ยงนี้

ผมยังรู้สึกเศร้าใจบ่อยครั้งเมื่อฟังเวทีปราศรัยของคุณลุงที่เต็มไปด้วยคนที่มีการศึกษา แต่ด้อยสติปัญญาและให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ มีนายแพทย์พูดจาอย่างน่าบัดซบ (ทำรีแพร์ให้นายก) มีอาจารย์มหาวิทยาลัยหยาบคาย (ล่อเพื่อชาติ) เป็นต้น มันน่าปวดใจมากที่เยาวชนและประชาชนต้องฟังคำหยาบคายหยามหมิ่นมนุษย์ด้วยกันแม้เขาจะเป็นตำแหน่งไหนๆก็ตาม จากผู้ที่อวดอ้างเรียกตัวเองว่ามีการศึกษาเป็นคนดีมีศีลธรรมอันอวดอ้างทั้งหลายมันน่าเจ็บใจจริงๆ แลการปลุกระดมคนไปคัดค้านขัดขวางสิทธิเลือกตั้ง มิใช่เป็นการต้องการให้เกิดความรุนแรงหรือ

สิ่งที่ผมถามลุงกำนันไป และแสดงความเห็นอันห่วงใยกังวลนี้ ผมหวังว่าลุงกำนันจะตอบผม ผมเขียนด้วยความหวังดีเป็นกัลยาณมิตรต่อลุงกำนัน แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับลุงกำนัน แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน กระผมรักและหวังดีกับลุง กระผมรู้สึกและเห็นประจักษ์แล้วว่าการศึกษาสูงในระบบไม่ใช่ว่าจะนำไปสู่ประชาธิปไตยได้ จากการเล่าเรียนอันน้อยนิดของผมก็รู้ว่า ขบวนการที่โกรธเกลียดเหยียดหยามหมิ่นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่อาจนำไปสู่ประชาธิปไตยได้ มันรังแต่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลุงกำนันรู้ไหมการดื้อรั้นที่จะ “ปฏิรูป” ของลุงกำนัน อันไม่มีรูปธรรมชัดเจนและปลุกปั่นด้วยความเกลียดชัง มันนำไปสู่ความรุนแรงมากแค่ไหนแล้ว ในส่วนของโรงเรียน ตอนนี้มีกี่แห่งแล้วที่ประสบเหตุไปเรียนไม่ได้ และนักเรียนไปเรียนด้วยความเสี่ยงในอันตราย

ผมไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะเดินหน้าอย่างไร ความรุนแรงจะสงบไหม ถ้าลุงกำนันยังดื้อรั้นในวิธีการแบบนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ผมหวังเสมอแม้มันอาจริบรี่ อยากให้สังคมของเราปฏิรูป แต่มันต้องไปในทางประชาธิปไตย เป็นไปในทางสันติประชาธรรม มีขันติ มีกติการ่วมกัน ยึดมั่นเคารพศักดิ์ศรีเพื่อนมนุษย์ ขอให้สำเร็จเถอะ
ด้วยรักและห่วงใย

MthaiNews