นักวิชาการ เสนอผ่านเจาะข่าวเด่น แนะเจรจาแก้วิกฤษติการเมืองไทย

นักวิชาการ เสนอผ่านเจาะข่าวเด่น แนะเจรจาแก้วิกฤษติการเมืองไทย หลังรัฐประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมม็อบ

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (23ม.ค.57) ในรายการเจาะข่าวเด่น โดยสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่อง 3 ได้มีการเชิญนักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพนธุ์ มาพูดคุยถึงแนวทางหาทางออก การเมืองในประเทศ ภายหลังรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมกลุ่ม กปปส. ชุมนุมปิดกรุงเทพที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

ข้อเสนอกลุ่มขั้วที่3, เจาะข่าวเด่น, ข่าวม็อบ, เจษฎา เด่นดวงบริพนธุ์

ซึ่ง รศ.เจษฎา ได้เผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการเสนอในนามกลุ่มกลุ่มขั้วที่3 ที่ไม่อยากเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมไทย โดยมีพิมพ์เขียวคร่าวๆ เน้นการเจรจา ให้ถอยคนละก้าว WIN-WIN ทุกฝ่าย ปฏิรูปอย่างสันติ ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2ก.พ. จากนั้นให้มีการตั้งรัฐมนตรีชั่วคราวร่วมกันกับคนนอก แล้วให้ปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมกินระยะไม่เกิน 1ปี ก่อนจะให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 2ก.พ. ปี 2558

ทั้งนี้แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นการลดจุดแบบสุดขั้วของทั้ง 2ฝ่าย แต่หากยอมถอย หรือมีการพูดคุยเจรจา ก็จะทำให้ทิศทางการเมืองในประเทศสดใสแน่นอน

MThai News

โพลล์ ชี้ หาเสียงไม่คึกแต่ปชช.เกือบ80 %ตั้งใจไปเลือกตั้ง

กรุงเทพโพลล์ ระบุ หาเสียงไม่คึก แต่ประชาชนร้อยละ 79.6 ตั้งใจออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 2 ก.พ. และอีกร้อยละ 56.0 ไม่เห็นด้วยหากกองทัพทำรัฐประหาร เพื่อยุติความขัดแย้ง

02

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “การเลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,018 คนพบว่า ประชาชนร้อยละ 49.3 ยังไม่เห็นการหาเสียงของผู้สมัคร เห็นเพียงป้ายหาเสียง และร้อยละ 16.1 ยังไม่เห็นการหาเสียงในรูปแบบใดๆ เลย ขณะที่ร้อยละ 29.7 เห็นการหาเสียงของผู้สมัครแต่ไม่คึกคัก และมีเพียงร้อยละ 4.9 เท่านั้นที่เห็นการหาเสียงของผู้สมัครและคึกคักมาก

เมื่อถามว่าสถานการณ์ความรุนแรงและขัดแย้งทางการเมือง มีผลต่อการไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ที่จะถึงนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.6 เห็นว่ามีผลต่อการไปเลือกตั้ง โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 34.3 บอกว่ามีผลทำให้ต้องรอดูสถานการณ์ความรุนแรงอีกทีก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะไปเลือกตั้งหรือไม่ และร้อยละ 18.3 ทำให้ไม่อยากไปเลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 47.4 เห็นว่าไม่มีผลต่อการไปเลือกตั้ง โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 23.4 ให้เหตุผลว่าต้องไปเลือกตั้งให้ได้อยู่แล้ว และอีกร้อยละ 24.0 ให้เหตุผลว่าไปเลือกเพราะเป็นหน้าที่

แต่เมื่อถามต่อว่า “หากในวันที่ 2 ก.พ. ที่จะถึงนี้ยังคงมีการเลือกตั้ง ท่านตั้งใจจะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่” ร้อยละ 79.6 ตั้งใจจะออกไปใช้สิทธิ์ ขณะที่ร้อยละ 9.9 ตั้งใจจะไม่ออกไปใช้สิทธิ์ และร้อยละ 10.5 ยังไม่แน่ใจ

ส่วนความเห็นต่อการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ที่จะถึงนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 51.5 เห็นว่าควรมีการเดินหน้าเลือกตั้งตามเดิม ขณะที่ร้อยละ 28.1 เห็นว่าควรปฏิรูปก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง และร้อยละ 20.4 เห็นว่าควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน

สุดท้ายเมื่อถามว่า “จากข่าวสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ท่านเห็นด้วยหรือไม่หากกองทัพตัดสินใจทำรัฐประหาร เพื่อยุติความขัดแย้งที่เป็นอยู่” ร้อยละ 56.0 ไม่เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 21.6 เห็นด้วย และร้อยละ 22.4 ไม่แน่ใจ

MThai news

ดร.สมิทธ เผย ไทยมีลุ้นหิมะตก ผลกระทบจากโพล่าโค

วานนี้(23 ม.ค.) ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ  เผยว่า สถานการณ์ภัยหนาวปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี เกิดจากโพล่าโคหรือโพล่าคูล

730486-topic-ix-0

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

ความหนาวเย็นจากขั้วโลกเหนือยกตัวดันพรวดขึ้นมาปกคลุมทั่วโลก ทำให้หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยหนาวเย็น ซึ่งอากาศหนาวนี้ยังเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ่และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้ภาคอีสานและภาคเหนือเกิดอากาศหนาว

โดยประเทศไทยเกิดสภาพอากาศหนาวแบบที่เรียกว่า หนาวสองชั้นอากาศ คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือและลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน บางจุดของประเทศไทยหนาวมากถึงขั้นติดลบ เกือบจะเกิดหิมะตก เช่น ภูกระดึง ยอดดอยต่างๆ ถ้าช่วงนี้มีลมมรสุมเข้ามาจากอ่าวเบงกอลเข้ามาทางพม่า ประเทศไทยจะมีหิมะตกทันที

MThai News