ผ่านเข้าวันที่ 10 สำหรับภารกิจปิดกรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาล ของกลุ่มมวลชนกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. กลับต้องก้าวเข้าสู่ความสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นทั้งกลางวัน กลางคืน กลางดึก ลูกปืน ระเบิด ถูกกระหน่ำ ถาโถมใส่ผู้ชุมนุมอย่างไม่หยุดยั้ง ทำประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็นเป้านิ่ง ของมือเพชรฆาต

นี่จึงกลายจุดเริ่มต้นความรุนแรงและความสูญเสีย ที่ถูกยัดเยียดความตายที่ผู้ชุมนุมต้องเผชิญทุกรูปแบบ หนำซ้ำยังต้องลุ้นชีวิตในทุกชั่วโมง ไม่ต่างกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นั่นจึงทำให้ต้องมองย้อนกลับไปกรณีข่าวหลุด ที่ MThai เคยออกมาเปิดเผยถึงกองกำลังติดอาวุธที่ถูกระดมเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้วก่อนหน้านี้ ลงมือก่อเหตุแบบมืออาชีพต่อเนื่อง มีความชำนาญในช่วงจังหวะ มียุทธวิธีการลงมือเป็นอย่างดี แต่ตำรวจกลับยังไม่สามารถจับตัวหรือบล็อคกลุ่มคนร้ายได้ จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ถึงขั้นต้องออกมากำชับตำรวจผ่าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งรัดติดตามในเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น

สถานการณ์นับจากนี้ถือได้ว่ามีความสุ่มเสี่ยง น่าเป็นห่วงอย่างมาก สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เนื่องจากแผนในทางลับ ของกองกำลังติดอาวุธได้กำหนดและวางไว้แล้วชัดเจน ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลของฝ่ายความมั่นคง อย่างด้านกองทัพเองอย่างน่าใจหาย ที่ออกมาระบุเตือนว่า “ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงเริ่มได้รับข่าวความเคลื่อนไหวของ กลุ่มที่นิยมความรุนแรง ในการเร่งระดมจัดหาอาวุธและวัตถุระเบิดเพื่อนำมาสร้างความรุนแรงให้กับกลุ่มตรงข้าม”

ฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวล จึงเชื่อได้อย่างเต็มอกว่า กองกำลังติดอาวุธมีจริง และได้เริ่มทำงานกันเป็นทีมเป็นระบบ โดยปะปนเข้าแฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ข่าวในทางลับที่น่าวิตกกังวลไม่น้อยคือ กลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุนั้นไม่ใช่คนไทย เมื่อจบภารกิจในห้วงก่อเหตุไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน จะเดินทางออกไปนอกประเทศทันที และเปลี่ยนชุดเพชรฆาต ที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปฎิบัติงานต่อเพื่อหวังผลให้มีการสูญเสีย
สุดท้าย จึงเป็นคำถามที่ว่า แม้จะมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกจุดทุกเส้นทาง ที่มีการตั้งเวทีของกลุ่ม กปปส.แต่ทำไมถึงไม่สามารถยับยั้งและสามารถจับกุมคนก่อเหตุรุนแรงได้ ก็น่าแปลกใจไม่น้อยถึงมาตรการดูแลความเรียบร้อย ภายใต้กฏหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
MThai News