ซินเจียยู่อี่ ! สุเทพใส่ชุดแดง ยกระดับไล่ยิ่งลักษ

เลขาธิการ กปปส. สวมเสื้อแดงตรุษจีน ขึ้นปราศรัยเวทีอโศก เชิญชวนประชาชนใส่เสื้อสีแดง ร่วมเดินขบวนรณรงค์คัดค้านการเลือกตั้ง 1 กุมภาพันธ์นี้ ที่เยาวราช  513061-01

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่เวทีอโศก บรรยากาศการชุมนุมยังคงเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้เดินทางมายังเวทีอโศก และ
ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัย โดยระบุถึงการเคลื่อนขบวนไปเดินรณรงค์ให้ประชาชนออกมาคัดค้านการเลือกตั้ง ใน
วันที่ 2 ก.พ.นี้ ที่เยาวราช ว่า ตามกำหนดการเดินรณรงค์ระหว่างวันที่ 30 – 1 มกราคม

ในวันที่ 31 คือวันพรุ่งนี้ จะต้องเดินขบวนไปที่เยาวราช แต่เนื่องด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ปี 2557 ดังนั้น จึงได้มีการเลื่อนกำหนดการออกไป เป็นวันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ ได้มีการใส่เสื้อสีแดงโชว์ พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนใส่เสื้อสีแดง ออกมาร่วมเดินขบวนรณรงค์คัดค้านการเลือกตั้งร่วมกัน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ที่เยาวราช นอกจากนี้ ได้ส่งข่าวสารไปยังประชาชนทุกคน ใครที่รักชาติ ให้ออกมาร่วมชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้งร่วมกัน

ลุ้น! ศาลนัดฟังคำสั่ง DSI ขอหมายจับ19 กปปส.รอบ2 วันนี้

ดีเอสไอ หอบหลักฐานเพิ่มเติมอีก 2 ลัง ยื่นคำร้องเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. 16 ราย และเพิ่มอีก 3 ราย ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 31 ม.ค. นี้

19

วานนี้(30 ม.ค.) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. 16 รายประกอบด้วย 1. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 3. นายชุมพล จุลใส 4. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5. นายอิสสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7. นายถาวร เสนเนียม 8. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11. นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13. เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 14. พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15. นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ 16. นายกิตติชัย ใสสะอาด 17. นายสำราญ รอดเพชร 18. นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และ 19. นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ฐานกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา11(1) และมาตรา 12

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ได้ขอหมายจับแกนนำผู้ชุมนุมคัดค้านต่อศาลเพิ่มอีก 3 คน และทางพนักงานสอบสวนได้นำพยานหลักฐานเอกสารๆ เพิ่มเติมอีก 2 ลัง เกี่ยวกับพฤติการณ์การขัดขวางการเลือกตั้งของนายสุเทพ กับพวก ทั้งที่อยู่บนเวทีปราศรัยจุดต่างๆ และการเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ไปตามท้องถนน

นอกจากนี้ เตรียมพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุดเวทีปราศรัย และตามหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวน 22 คน ไว้เบิกความ

ทั้งนี้ศาลได้รับคำร้องและเอกสารไว้พิจารณา โดยนัดฟังคำสั่งในวันที่ 31 ม.ค. นี้ เวลา 09.00 น.

MThai news

“ยรรยง”จวกพนง.แบงก์รัฐขวางกู้เงินจ่ายจำนำข้าว

“ยรรยง พวงราช” พนง.แบงก์รัฐเห็นแก่ตัวไม่ยอมปล่อยกู้ ไม่เห็นใจชาวนาทั้งๆที่รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยแพง ด้านสมาคมชาวนาขู่ หากดื้อดึงพร้อมถอนเงินฝากจากธนาคารทั้งหมด

วิเชียร-ยรรยง

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เผยขณะนี้รัฐบาลเร่งหาเงินเพื่อนำมาจ่ายให้ชาวนาที่ถือใบประทวนในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 56/57(รอบแรก) แต่ยังไม่ได้เงิน แต่ติดที่พนักงานของธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือธนาคารออมสิน คัดค้านไม่ยอมให้ธนาคารปล่อยกู้ โดยบุคคลเหล่านี้เห็นแก่ตัว และไม่เห็นใจชาวนา

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าวปีละจำนวนมาก ที่สำคัญ เงินที่รัฐจะกู้จากธ.ก.ส.หรือออมสิน ซึ่งรัฐก็จ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่ดีกว่ากู้จากธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆ ด้วยซ้ำ

“รัฐกำลังอยู่ในขั้นตอนการหาเงิน ซึ่งทำในหลายๆ ทาง และได้คุยกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งแล้ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รัฐไม่จนปัญญาแน่นอน เพราะปัจจุบันตลาดการเงินเป็นการค้าเสรีแล้ว เชื่อว่าน่าจะหาเงินมาให้ชาวนาได้ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจไม่ให้ธนาคารรัฐเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวอีกต่อไป” นายยรรยง กล่าว

ด้านนายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ขอร้องให้พนักงานธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเห็นใจชาวนา และปล่อยกู้เพื่อให้รัฐเอาเงินมาจ่ายค่าข้าวให้ชาวนา เพราะขณะนี้ชาวนาจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายในครัวเรือน และลงทุนเพาะปลูกข้าวรอบใหม่จนเกือบจะรอเงินจากรัฐไม่ได้แล้ว หลังจากที่รอมานาน 3-4 เดือน ตั้งแต่เริ่มนำข้าวไปเข้าโครงการเมื่อเดือนต.ค.2556

หากพนักงานธนาคารรัฐยังไม่เห็นใจ และยังคัดค้านการปล่อยกู้ให้โครงการรับจำนำข้าว กลุ่มชาวนาทั่วประเทศได้หารือกันแล้วว่า อาจจะถอนเงินฝากออกจากธนาคารรัฐเหล่านั้น แล้วไปฝากที่ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นหรืออาจไม่ใช้บริการธนาคารรัฐอีก

MThai News