บิ๊กบัง เผย ปฏิวัติก็ไม่จบ ชี้ต้องเดินตามกฎหมาย

“พล.อ.สนธิ” ชี้ สถานการณ์ขณะนี้ มีบริบทต่างจาก ปี 2549 ที่เกิดรัฐประหาร เชื่อ ไม่มีปฏิวัติ 509066-01

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ระบุว่า สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ โดยต้องทำคู่ขนานไปกับการปฏิรูปประเทศ และเห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในวันนี้ มีบริบทที่แตกต่างจากปี 2549 ที่ตนเองทำปฏิวัติรัฐประหาร และสถานการณ์วันนี้ เชื่อว่า การทำปฏิวัติรัฐประหาร จะไม่ทำให้สถานการณ์จบ และการเลือกตั้งวันที่ 2 ก็ไม่จบ แต่ต้องเดินตามกรอบของกฎหมาย

ดังนั้น แนวทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ ทุกฝ่ายต้องคุยกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ที่สำคัญ นักการเมืองต้องปฏิรูปตนเองก่อน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากนักการเมือง

ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพ จะไม่ทำปฏิวัติรัฐประหาร เพราะเหล่าทัพ และนายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดคุยกันตลอด

คุมกู้ภัยทำแผนปัดฆ่าPRสาว อ้างแค่ฉกทรัพย์

ตำรวจบางพลี นำตัวกู้ภัยนอกแถว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีพีอาร์สาวดับปริศนาแล้ว สารภาพแค่ชิงทรัพย์ ปัดข่มขืน รอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอจากนิติเวช

1.1.1.1-Copy-Copy24

รายงานข่าวแจ้งว่า พงส.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า กรณี นายธวัชชัย แซ่ซิ้ม อายุ 32 ปี ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและได้พยายามข่มขืนและชิงทรัพย์  น.ส.หน่อย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี  จนพบกลายเป็นศพปริศนา ข้างคลองส่งน้ำนั้น ล่าสุดได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุแล้ว โดยผู้ต้องหารับเพียงว่าพยายามลวงไปข่มขืนและชิงทรัพย์เท่านั้น แต่ยังไม่ได้ข่มขืน เพราะผู้ตายรู้สึกตัวและวิ่งหนีออกจากรถและมาทราบอีกครั้งตอนเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทั้งหมดตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ แต่รอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอจากนิติเวชต่อไป

ตร.เผยคืบพีอาร์สาวดับปริศนาแจ้ง2ข้อหากู้ภัย

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กรณีพบศพ น.ส.หน่อย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพีอาร์สาวบริษัทแห่งหนึ่ง เสียชีวิตที่พงหญ้าในท้องที่ สภ.บางพลี และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยแห่งหนึ่งได้นั้น ล่าสุด คดีนี้ทางตำรวจได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนดังกล่าวใน 2 ข้อหา ในเบื้องต้นคือ ลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ และกระทำอนาจาร ส่วนกรณีที่มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นนั้น ตามพยานหลักฐานยังคงไม่ชัดเจนว่ามีผู้กระทำหรือไม่ เพราะต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอ ทางนิติเวชก่อนว่ามีการข่มขืนหรือไม่ ซึ่งได้เร่งขอผลอยู่ ซึ่งหากว่า ผู้ต้องหา พบมีส่วนเกี่ยวข้องคดีฆาตกรรม ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

ชัชชาติ เผย หากกปปส.จับ จะไม่ขัดขืน ใช้ชัตดาวน์กทม.ปรับแผนคมนาคม

วันนี้(15 ม.ค.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เผยถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณได้ประกาศบนเวทีชัตดาวน์กรุงเทพฯ ที่แยกอโศก ที่ว่า หากรัฐบาลไม่ยอมแพ้ภายใน2-3 วันนี้ จะมีการคุมตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้วย

1003067_623236721070517_2023238126_n

โดยนายชัชชาติเผยว่า วันนี้เห็นมีประกาศบนเวที ว่าจะมีการจับตัวรัฐมนตรีเพื่อบังคับให้ลาออก ผมก็คงไม่ไปขัดขืนอะไรครับ จะจับก็จับ ผมก็ขึ้นรถลงเรือของผมไปเรื่อยอย่างนี้ เป็นห่วงอย่างเดียวว่าจะไปจับผิดคน ไปจับเอาพี่ชายฝาแฝดผมเข้า เขาเป็นหมอมีคนไข้ต้องดูแลเยอะ เลยแนะนำเขาว่า ถ้าโดนจับให้ตะโกนดังๆ ว่า นี่ไม่ใช่รัฐมนตรี เป็นฝาแฝด (เดี๋ยวผมจะใช้มุขนี้เหมือนกัน)

ทั้งนี้ในช่วงชัตดาวน์กรุงเทพฯ นายชัชชาติยังคงปฏฺบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีการติดตามปัญหาจราจรภายในกรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบจากการปิดจราจร โดยระบุว่า การปิดกรุงเทพคราวนี้ พวกเราอาจจะลองพลิกวิกฤติเป็นโอกาส  ลองเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแบบต่างๆ ลดการใช้รถส่วนตัวลง ทางคมนาคมเองก็เอาข้อมูลมาปรับปรุงจุดเชื่อมต่อ ทางเลือกต่างๆ ใช้แล้วอาจจะติดใจ และช่วยแก้ปัญหารถติดในระยะยาวได้

MThai News