ทัพบก ซัด ตำรวจอย่าพูดลอยๆ กล่าวหาทหารยิง ขวัญชัย

ทัพบก ซัด ตำรวจอย่าพูดลอยๆ กล่าวหาทหารยิง ขวัญชัย ส่วนให้ทหารไปคุ้มกันนายกฯ นั้น ยังไม่มีหนังสือ

วันนี้ 5 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่าที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในฐานะที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. ระบุว่า

ทหาร, ยิงขวัญชัย, ขวัญชัย ไพรพนา

ให้ผบ.เหล่าทัพ ดูแลรักษาความปลอดภัยของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมภายหลังจากที่ถูก กลุ่ม กปปส. ตามไปขัดขวางการปฎิบัติงานว่า เรื่องการขอกำลังทหารไปดูแลบุคคลสำคัญ

เช่น นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหมนั้น ต้องให้ทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ร้องขอมา ซึ่งต้องเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน โดยผ่านทางกองบัญชาการกองทัพไทย และจะแจ้งมายังเหล่าทัพอีกครั้งว่า ต้องการกำลังทหารจากเหล่าทัพไหน จำนวนเท่าไร และภารกิจอะไร อยู่ดีๆจะให้กองทัพส่งกำลังทหารไปโดยไม่มีการร้องขอคงทำไม่ได้ เพราะผิดขั้นตอนการปฎิบัติ

อย่างไรก็ตาม ระเบียบการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยของนายกฯ มีทีมที่รับผิดชอบไปแล้ว รวมถึงแผนการปฏิบัติ จึงไม่ทราบว่าที่ ท่านสุรพงษ์ อยากให้กองทัพเข้าไปดูแลนายกฯ จะเป็นในแง่มุมไหน ลักษณะใด ซึ่งต้องรอความชัดเจนตรงนี้ เพราะเท่าที่ทราบท่านพูดผ่านสื่อเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือร้องขอมาเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาระบุว่า คนที่ลอบยิงนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดง เป็นทหารยศระดับจ่า 3 นายว่า ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน หากเกี่ยวข้องกับกองทัพ ทางตำรวจต้องมีหลักฐาน พร้อมระบุชื่อ สังกัด นายทหารที่เกี่ยวข้อง

รวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหา เท่าที่ทราบเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการหาข้อมูล หลักฐาน และถ้าหากเป็นทหารจริง ก็ต้องไปดูอีกว่าอยู่เหล่าทัพไหน เป็นทหารเกษียณไปแล้วหรืออยู่ในราชการ ซึ่งตรงนี้ไม่มีความชัดเจน ถือเป็นการพูดลอยๆ

MThai News

BBC เผย บทสัมภาษณ์ มาร์ค พูดเรื่องเลือกตั้ง

สื่อต่างประเทศเผยบทสัมภาษณ์ “อภิสิทธิ์” ชี้แจง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่เคารพกฎหมาย ขณะที่กลุ่มประท้วง ต้องการเพียง “ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง”

514452-01

สำนักข่าวต่างประเทศ เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (3 ก.พ. 57) โดย นายอภิสิทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ระบุว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เคารพกฎหมาย และสูญเสียความเชื่อถือจากประชาชนแล้วในขณะนี้ หลังทำลายระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองที่สำคัญนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อในระบอบ และต้องการปฏิรูปประเทศ

ขณะที่ นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซี กล่าวถึงการเลือกตั้งในไทย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่า ไม่มีความสามารถพอเพียงที่จะทำให้ได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเปิดสภาได้อีกครั้ง ฉะนั้น การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินตามกระบวนการที่เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์แต่อย่างใด โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจน จากเหตุประชาชนกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ร่วมกันต่อต้านและป่วนคูหาเลือกตั้งหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดภาคใต้ของไทย

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากหลักความเป็นจริงแล้ว ดูเหมือนว่าขณะนี้ประชาชนทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องการที่จะให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า การเลือกตั้งนั้น จะโปร่งใสและยุติธรรมอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พกอาวุธแน่นอน เนื่องจากประชาชนต้องการแสดงพลังเคลื่อนไหวทางการเมืองเท่านั้น

ตร.เผยคดีหลักสี่ พบทำผิด21คน รู้ตัว3ราย เร่งสืบขนอาวุธ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยคืบคดีปะทะที่หลักสี่ พบคนผิดแล้ว 21 ราย ยืนยันตัวได้ 3 ราย ตรวจสอบรถขนเงินขนอาวุธ ยันทำเต็มที่ ขณะที่ ผบ.ตร .เรียกประชุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมพรุ่งนี้เวลา 19.00 น. 1.21

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า เหตุการณ์ปะทะบริเวณแยกหลักสี่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งพิสูจน์ทราบกลุ่มคนที่พกพาอาวุธปืน และใช้อาวุธปืนในพื้นที่ก่อเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้น มีประมาณ 21 ราย โดยสามารถพิสูจน์ทราบยืนยันตัวบุคคลจำนวน 3 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ส่วนผู้ต้องสงสัยจะเป็นกลุ่มใดนั้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีคลิปปรากฏมีการใช้รถขนเงินขนอาวุธ ส่วนกรณีที่ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ อ้าง ทหารสั่งเก็บ ส่วนตัวยังไม่ได้รับรายงาน

นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของเหตุระเบิดที่หลังเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรถภูมิ และถนนบรรทัดทอง มีหลักฐานเชื่อได้ว่า คนร้ายเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากอาวุธที่ใช้และลักษณะการก่อเหตุในเวลากลางวัน มีส่วนคล้ายกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจดีเอ็นเอที่ได้จากหมวกและเสื้อคนร้าย ยืนยันตัวบุคคล เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ

โดยเบื้องต้น ไม่ใช่คนมีสี และยังอยู่หลบหนีอยู่ประเทศ แต่ยืนยันว่า หากพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า คนร้ายเป็นคนมีสี ไม่ว่าทหารหรือตำรวจ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

ส่วนการเร่งรัดคลี่คลายคดี ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ทั้งคดีปะทะที่หน้า มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่งผลให้ น.ศ. รามคำแหง เสียชีวิต/ คดีที่ สนามกีฬาไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง/ คดีปาระเบิดบ้านพักของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์/ คดีปาระเบิดที่วังสวนผักกาด ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคนแขวนระเบิดข่มขู่บ้านแกนนำ กปปส. จังหวัดนนทบุรี

โดยระบุว่า จากการสืบสวน ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนว่า แต่ละคดีมีความเชื่อมกันในส่วนใด มีเพียงคดีปาระเบิดบ้านพัก นายอภิสิทธิ์ และวังสวนผักกาด ที่ชนิดของวัตถุระเบิดและแผนประทุษกรรมคล้ายคลึงกัน แต่หลายคดีพบว่ามีปัญหาในส่วนของพยานหลายปาก ที่ยังไม่มาให้การ และหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอที่จะออกหมายจับ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมเร่งรัดคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ เวลา 19.00 น.