สุเทพ ชี้ รบ.หมดหน้าที่รักษาการแล้ว จ่อส่งหนังสือเอาผิด

เลขาธิการ กปปส. ย้ำ เร่งรัดแนวทางปฏิรูปล้มล้างระบอบทักษิณ อ้างมีผู้รู้บอก ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนี้สิ้นสภาพแล้ว เงื่อนไขอยู่ในตำแหน่งรักษาการหมดไปแล้ว ต้องหยุดปฏิบัติการ เตรียมทำหนังสือแจ้งพรุ่งนี้

514315-01

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่เวทีปทุมวัน คึกคักเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยแล้ว โดยมีมวลชนรับฟังการปราศรัยอย่างหนาแน่น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ของการ์ดอาสาสมัครอย่างเข้มงวด ป้องกันการสร้างสถานการณ์ป่วนของผู้ไม่หวังดี

โดยนายสุเทพ ได้ขอบคุณผู้ชุมนุมต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน และยึดมั่นในการต่อสู้ เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ พร้อมกับการชี้แจง การถอนมวลชนคืนพื้นที่ บริเวณสะพานพระราม 8 รวมถึง ยังประกาศที่จะเดินหน้าต่อสู้ โดยไม่สนใจคำขู่ของ ศรส.แต่อย่างใด  ทั้งยังได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการล้มล้างระบอบทักษิณ และเร่งรัดให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทย ให้เกิดการเลือกตั้ง ที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และต้องดำเนินการปฏิรูปองค์กรที่เกี่ยวกับคอร์รัปชั่น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเกี่ยวกับองค์กรการปราบปราบการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของตนเอง รวมไปถึง การปฏิรูปโครงสร้างของตำรวจ และไม่ให้เกิดโครงการประชานิยมในประเทศ โดยหากมีการปฏิรูปเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกตั้งซึ่งเป็นที่มาของอำนาจรัฐ จะบริสุทธิ์ ยุติธรรม อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ในที่สุดศาลจะมีคำสั่งตัดสินถึงการเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นโมฆะ เป็นการกระทำที่นอกเหนือบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปจะต้องจัดทำในวันเดียวทุกพื้นที่ และหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ และในขณะนี้ กกต. ก็ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ เนื่องจากยังไม่มีการเลือกตั้งในหลายพื้นที่

ซึ่งนายสุเทพ ระบุด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้จะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะมนตรี ที่ได้หมดอำนาจและหลุดพ้นจากตำแหน่งรัฐบาลรักษาการแล้ว ตามบทบัญญัติ มาตรา 3 แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้อ้างอิงจดหมายของนางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ อดีตผู้พิษากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งหากรัฐบาลจะดำเนินการใด ก็จะถือว่าผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ไม่อาจอยู่ในตำแหน่งได้อีก เพราะตามกฎหมายได้หลุดจากตำแหน่งแล้ว และต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน

นอกจากนี้ นายสุเทพ ได้ฝากถึงหน่วยงาน นักวิชาการ มหาวิทยาลัยต่างๆ ให้หาแนวทาง ข้อเสนอแนะ ในการปฎิรูปประเทศไทย อย่างเร่งด่วน ซึ่งควรเริ่มทำตั้งแต่วันพรุ่งนี้  เพื่อรอยื่นเป็นฉบับพิมพ์เขียวให้กับสภาประชาชน รับความเห็นของประชาชนไปดำเนินการ โดยมั่นใจการชุมนุมกำลังจะได้รับชัยชนะ

‘ภราดร’ ลั่นม็อบปิดหน่วยงานราชการไม่ได้อีก

เลขาธิการ สมช. ลั่น หลังจาก กปปส.ไม่มีทางปิดสถานที่ราชการได้อีก มีเฉพาะการเปิดเท่านั้น ได้หมายจับ ตามรวบแกนนำทันที 514327-01

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขาฯ ศรส. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า เป็นข่าวดี ที่ กปปส. ประกาศจะคืนพื้นที่สะพานพระราม 8 เพราะเป็นเป้าหมายที่ ศรส. จะเจรจาขอคืนพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว

ส่วนสถานที่ราชการอื่นๆ ที่ถูกยึด และปิดล้อมอยู่ก็จะพยายามเดินหน้าเปิดให้ได้ต่อไป มั่นใจว่า หลังจากนี้ กปปส. จะไม่สามารถปิดสถานที่ราชการได้อีก เพราะ ศรส. ก็ได้เตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ ทั้งสถานที่ราชการ และที่บ้านพักของนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีบางคน เชื่อว่าหลังจากนี้ จะมีเฉพาะการเปิดสถานที่ราชการเท่านั้น โดยพื้นที่ต่อไปที่จะมีการขอคืนพื้นที่เต็มรูปแบบคือ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ หลังจากนั้น ก็จะเป็นส่วนราชการ ในซอยอารีย์ ต่อไป

พร้อมกันนี้ พล.ท.ภราดร ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะมีการเร่งรัดในการจับกุมแกนนำโดยเร็วที่สุด หากได้รับอนุญาตจากศาลก็จะดำเนินการทันทีที่มีโอกาส ส่วนกรณีเหตุปะทะที่หลักสี่ เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ได้หลักฐานและเบาะแสเกือบครบแล้วประมาณ 20 คน ซึ่งคาดว่าจะออกหมายจับได้ในเร็วๆ นี้

พยุงเลือกตั้งเสร็จ ปัญหายังไม่จบ ส่อแวว “โมฆะ” แม้ 30 วันหลังเลือกตั้ง ต้องเปิดสภาเลือกนายกฯ

ลุ้นกันนานนับเดือน สำหรับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไร คำถามของประชาชนชาวไทย ที่หลายคนต้องทำหน้าฉงนและต้องลุ้นไปพร้อม ๆ กัน จนสามารถมีการลงคะแนนและจัดการเลือกตั้งได้ในระดับหนึ่ง

133

ซึ่งก็ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ กับการเลือกตั้งที่มีความทุลักทุเล บนสถานการณ์ความรุนแรงอึมครึมทางการเมือง แต่ก็ยังไร้ข้อสรุปกับผลการเลือกตั้งแม้จะผ่านกระบวนการให้มีการเลือกล่วงหน้า และเลือกตั้งตามกำหนดวันเลือกตั้งใหญ่แล้วก็ตาม

ห้วงสถานการณ์และข้อกำหนดที่บีบคั้น ข้อกฏหมายการกำหนดการเลือกตั้งอาจนำมาใช้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นข้อครหาของหลายฝ่ายถึงความจริงใจต่อ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้ประเทศชาติเดินตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย 5 เสือ ใหม่ถอดป้าย กกต. จึงกลายเป็นแพะไม่ทันตั้งตัว

39

28 เขตใน 8 จังหวัดที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง และมี 69 เขตเลือกตั้งที่ลงคะแนนไม่ได้ เหตุการณ์แบบนี้แน่นอนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่อเกิดแล้วจะต้องกำหนดให้เป็นไปตามข้อกฏหมายบัญญัติ

โดยให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ทั้งอาจให้นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าขอออกเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ หรือ กกต.สามารถประกาศวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50 ได้เลย แต่อาจไม่หนักใจเท่าคำว่า “โมฆะ” หลังจากที่มีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่มีหลายเขตที่ไม่สามารถดำเนินการได้ และอาจจะมีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ ซึ่งในฟากนักกฏหมายแล้วระบุว่า ไม่สามารถย้อนกลับมาจัดเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ได้หากเลือกตั้งใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว

210

นั่นจึงเป็นความสาหัสสากรรจ์ ของ 5 เสือ กกต.สุดท้ายคงไม่พ้นที่พึ่งอย่างศาลรัฐธรรมนูญ แม้ก่อนหน้านี้ศาลฯจะออกมาระบุถึงการให้อำนาจ กกต.เป็นผู้ดำเนินการแล้วก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม หากมองตามข้อกฏหมายด้วยแล้ว เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ก็จะต้องเปิดให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 30 วันเพื่อเลือกตัวนายกรัฐมนตรี แต่เป็นที่แน่ชัดว่าหากมีการเปิดประชุมสภาจริงเมื่อมี ส.ส.ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นก็ไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ ได้เช่นกัน

แต่หากมองย้อนกลับไปดูข้อเรียกร้องของกลุ่ม กปปส.แล้ว ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลประกาศยุบสภาตั้งแต่แรก เงื่อนไขเดียวที่ต้องการคือให้นายกรัฐมนตรีลาออก และมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ขึ้นมาชั่วคราว ข้อเรียกร้องดังกล่าวจึงถูกเป็นข้อกำหนด เพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศ ตั้งแต่ต้น

MThai News