พุทธะอิสระ โพสต์ ลับ ลวง พราง ได้ตังใช้ หลังบุก SC Park
หลังจากที่วานนี้ (20 ก.พ. 57) หลวงปู่พุทธะอิสระ นำม็อบ กปปส. เดินทางไปทวงเงินจากโรงแรมเอสซีปาร์ค ภายหลังไม่สามารถจัดหาห้องพัก และห้องสัมมนาให้ได้ตามสัญญาในการจอง ทำให้ทางโรงแรมต้องจ่ายเงินเป็นค่าเสียเวลาให้กับหลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นจำนวนเงินถึง 120,000 บาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในวันเดียวกัน เฟซบุ๊ก @หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ที่อ้างว่าเป็นของ หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้มีข้อความชี้แจงถึงเหตุการณ์บุกไปทวงเงินจากโรงแรมแอสซีปาร์ค โดยโพสต์ในหัวข้อ ลับ ลวง พราง ระบุว่า
“ลับ ลวง พราง ได้ตังค์ใช้”
วันนี้พาพี่น้องนักรบกล้าผู้มีหัวใจสีขาว อุดมการณ์สีขาว เดินทางไปเยี่ยมเยือนสอบถามเคล็ดลับความร่ำรวย ของธุรกิจตระกูลชินและเครือข่าย ตึกชินวัตร 3 เพื่อไปเจรจาขอคำปรึกษา วิธีสร้างความร่ำรวยแบบยั่งยืน ว่าทำได้อย่างไร ขอเคล็ดลับบ้างในฐานะที่เป็นสมบัติของผู้ก่อตั้งนักการเมืองเพื่อไทย
เราพยายามเรียกร้องขอให้ใครก็ได้ลงมาชี้แนะวิธีสร้างความร่ำรวย แต่ก็ไม่มีผู้ใดลงมาพูดคุยกับเรา พอสายหน่อยหัวหน้าและแกนนำชาวนา ติดต่อมาว่าจะมาร่วมพูดคุยเรื่องพิมพ์เขียวชาวนา ที่เกี่ยวกับบำนาญชาวนา สวัสดิการชาวนา ธนาคารชาวนา และจะไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมแก่กรรมการสิทธิมนุษยชน และผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา สั่งให้คุณอรรถพลไปจองห้องประชุม และห้องพักโรงแรมที่พวกนักการเมืองชอบไปพัก จะได้ให้เราได้เห็นว่าชาวนาก็เป็นผู้มีสิทธิที่จะมีโอกาสนอนโรงแรม ประชุมในโรงแรม
ฉันอยากให้พวกเขาได้สบายบ้าง เพราะลำบากมาชั่วชีวิตแล้ว เลยส่งคนไปจองห้องนอนให้แกนนำ 10 ห้อง พร้อมห้องสัมมนาห้องนอนจองได้ไม่มีปัญหา ส่วนห้องสัมมนา เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องใช้เวลาจัด ฉันก็บอกว่า ตกลง ขบวนพวกเราก็เดินทางไปถึงโรงแรมเอสซีปาร์ค เวลาเกือบเที่ยง
ฉันต้องรีบฉันเพลบนรถ แล้วรีบลงไปแสดงตนว่าเป็นผู้มีสิทธิที่จะเข้าไปใช้บริการในโรงแรม พร้อมขบวนชาวนาและชาวบ้าน แต่การณ์กลับว่าโรงแรมไม่ให้พวกเราเข้า โดยอ้างว่าห้องยังไม่ว่าง ต้องรอบ่าย 1 โมง พอมีพี่น้องชาวนาเดินทางมาสมทบมากขึ้น ผู้จัดการโรงแรมก็ไม่ยอมให้เข้า จน พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผู้กำกับ สน. วังทองหลาง มาเจรจา
ฉันก็บอกวัตถุประสงค์ว่าเรามาใช้บริการ เราเป็นลูกค้าของโรงแรม ฉันก็ใช้เอกสารสำคัญให้เขาดู พร้อมกับบอกว่าโรงแรมปฏิเสธการเข้าไปภายในอาคาร ด้วยข้ออ้างที่ว่าห้องยังไม่พร้อม และปล่อยให้พวกเรานั่งรออยู่หน้าประตูโรงแรม พวกพี่น้องชาวนาและชาวบ้านต่างก็ไม่พอใจกับการกระทำของโรงแรม ที่ดูถูกเหยียดหยาม มองพวกเราเป็นคนต่ำต้อย
จนถึงเวลาที่โรงแรมนัด ผู้จัดการก็ออกมาบอกว่า โรงแรมปิดกิจการชั่วคราว โดยอ้างว่าแขกต่างชาติหวาดกลัว ไม่กล้าพัก และพวกพนักงานก็กลัว พวกเราก็บอกว่า ไม่เป็นไรหากฝรั่งไม่พัก พวกเราก็จะเหมาห้องพักทั้งหมด แต่โรงแรมก็ปฏิเสธ จนต้องโวยวายว่านี้เป็นมาตรฐานของโรงแรมนี้หรือไง ต้องคอยรับเฉพาะแขกผูกไทด์ใส่เสื้อนอก พวกชาวนาผูกผ้าขาวม้าไม่มีสิทธิเข้ามาพักใช่ไหม ฉันมีตังค์จ่ายนะ
เขาก็ยังยืนยันว่าไม่อนุญาต และจะปิดกิจการชั่วคราว เราก็เลยต้องบอกว่า ถ้างั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบ ชดเชยค่าเสียหาย เขาบอกว่าให้เราไปฟ้องเอาเอง ชาวนาเลยให้ฉันบอกว่าอย่าทำเหมือนรัฐบาลเลย พวกเราไม่มีเวลาจะมาไล่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากพวกคุณหรอก เอาเป็นว่าถ้าเรา ไม่ได้รับค่าชดเชยเสียหายที่พอใจ เราก็จะขอใช้สิทธิที่จ่ายเงินไปแล้ว นอนค้างอยู่หน้าโรงแรมนี้แหละ แม้คุณจะไม่ให้เราเข้าไปในโรงแรมก็ตาม
จนในที่สุดผู้กำกับฯก็ช่วยเจรจา ผู้จัดการก็ต้องวิ่งเข้าไปปรึกษาผู้บริหาร จนในที่สุดก็นำเงินออกมาให้ 120,000 บาท ฉันก็บอกว่านี่ก็เป็นแค่ค่าเสียเวลา เสียโอกาส ค่ารถ ค่าเดินทาง แต่ค่าจองโรงแรมที่เราเสียไป 4,200 บาท ยังไม่ได้จ่ายนะจ๊ะ ผู้จัดการโรงแรมบอกว่า คิดรวมไปด้วย
ฉันก็เลยบอกว่าไม่ถูกนะอย่ามาอย่ามาเหมาจ่ายแบบนี้ พวกเราไม่ใช่คนผิดนะ พวกคุณต่างหากที่ปฏิเสธการให้บริการ ผู้กำกับเห็นว่าจะไม่จบง่าย เลยบอกว่าผมจะช่วยจ่ายในส่วนนี้ให้เอง ฉันก็บอกว่าก็ได้ดีเหมือนกัน ที่สามารถทำให้ตำรวจทำบุญบ้าง แต่ก็จ่ายไม่ครบ ขาดไป 200 บาท ฉันเลยบอกว่าไม่เป็นไร ยกให้เราคนกันเอง
พุทธะอิสระ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
MThai News


