“รองนายกฯสุรพงษ์” แถลง ศรส. ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่ง กังวล 9 ข้อ ห้ามเกิดสุญญากาศทำขัดแย้งเพิ่ม ปัดเป็นศัตรูกับกลุ่ม กปปส. ด้านเฉลิม เล็งขอทราบแนวปกิบัติ หลังศาลแพ่งมีคำพิพากษา ห้ามใช้กำลัง – อาวุธ สลายม็อบ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส.พร้อมด้วย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ

ในฐานะคณะกรรมการ ศรส. เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศรส. มีมติให้ฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่ง โดยเร็วที่สุด ภายหลังศาลมีคำสั่งไม่เพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่มีข้อห้ามสลายการชุมนุมและข้อห้ามอื่นๆ รวม 9 ข้อ
ทั้งนี้ ศรส. มีความกังวลต่อข้อห้ามของศาลแพ่ง ว่าจะส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้ในหลายเรื่อง เช่น การปิดล้อมสถานที่ราชการ การแก้ไขปัญหาการปิดล้อมหรือขัดขวางการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป และการดำเนินคดีกับการชุมนุมของ กปปส.
พร้อมกันนี้ ศรส. ยังเห็นว่า การชุมนุมของ กปปส. ขณะนี้ไม่ใช่การชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ตามที่ศาลแพ่ง อ้างคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยวินิจฉัย ว่า กปปส.ชุมนุมด้วยความสงบ เปิดเผย และปราศจากอาวุธ เพราะข้อเท็จจริง การชุมนุมของ กปปส.ขณะนี้ มีการยกระดับขับไล่รัฐบาล ประกาศจัดตั้งทีมไล่ล่านายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี และมีการกระทำผิดกฎหมายอีกหลายอย่าง
อย่างไรก็ตาม ศรส. ยืนยันไม่ใช่คู่ขัดแย้ง หรือ ศัตรูกับกลุ่ม กปปส. แต่มีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและรักษาการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
‘เฉลิม’ ขอทราบแนวทางคำพิพากษาศาลแพ่ง
ในวันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. เปิดเผยว่า ในฐานะ ผอ.ศรส. ได้ทำหนังสือเพื่อขอทราบแนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง แจ้งไปยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งแล้ว
หลังศาลแพ่งมีคำวินิจฉัย ไม่เพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่มีข้อห้ามสลายการชุมนุม และข้อห้ามอื่น ๆ รวม 9 ข้อ เนื่องจากในฐานะที่เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของส่วนราชการ มีหน้าที่ป้องกันปราบปรามและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
จึงจำเป็นต้องหารือแนวทางการปฏิบัติ ในเรื่องของการจับกุมดำเนินคดี เกี่ยวกับการชุมนุมที่มีการขัดขวางการจราจร/ ปิดล้อมและลักทรัพย์สิน ทั้งในส่วนของสถานที่ราชการ หรือ เอกชน รวมทั้งการซ่องสุมกำลัง อาวุธ และการจับกุมบุคคลที่มีหมายจับคดีอาญา ว่า ศรส. ยังสามารถกระทำได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยัน ไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจศาล เพียงแค่ต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการออกคำสั่ง เพื่อจะได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ด้านหลวงปู่ฯ ยืนยันจะเข้าพักและระบุว่าแขกที่กลัวจะเช็คเอาท์ผู้ชุมนุมก็จะขอจองห้องพักทั้งหมดแทน แต่ผู้จัดการโรงแรมยืนยันที่จะปิดให้บริการ หลวงปู่ฯจึงเรียกค่าเสียหายและค่าเสียเวลาเป็นเงิน 120,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าน้ำมันรถ 40 คัน เป็นเงิน 40,000 บาท รถบัสอีก 8 คัน เป็นเงิน 80,000 บาท โดยโรงแรมจะออกเช็คแต่หลวงปู่ฯขอเป็นเงินสดเท่านั้น ทำให้ผู้จัดการโรงแรมต้องนำเงินสดมาจ่ายจนครบ จากนั้นหลวงปู่ฯได้ทวงเงินจองห้องพัก 4,200 บาท ที่จ่ายไปก่อนหน้านี้ ทำให้พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง ยุติปัญหาด้วยการควักเงินจ่ายให้เองเป็นเงิน 4,000 บาท …………………………………………………………………………………… เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่โรงแรม SC ปาร์ค ถนนประดิษฐ์มนูธรรมว่า ภายหลังกปปส.จากเวทีปทุมวันเคลื่อนขบวนมาสมทบการชุมนุมที่หน้าอาคารชินวัตร 3 หลวงปู่พุทธะอิสระได้สั่งมวลชนที่เดินทางมาจากศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะให้เก็บสัมภาระขึ้นรถ จากนั้นได้เคลื่อนขบวน ออกจากอาคารชินวัตร 3 มุ่งหน้าไปทางสามเหลี่ยมดินแดง แต่ไม่เปิดเผยเป้าหมายว่าจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมกดดันในจุดใด ทำให้มวลชนที่ติดตามแตกขบวนหลงทางไปในสายเส้นทาง บางส่วนจึงมุ่งหน้ารวมตัวไปที่เวทีราชประสงค์และเวทีปทุมวัน จากนั้น รถขบวนของหลวงปู่ฯ ได้เข้ามาปักหลักชุมนุมที่หน้าโรงแรมเอสซีปาร์ค



