แท็บเล็ตพัง! โครงการส่อล่ม…เด็กไทย ยังรอเก้อ

ความกดดันของรัฐบาล นอกจากจะเผชิญมรสุม ผู้ชุมนุม กปปส.กดดันให้ลาออกแล้ว ยังมีชาวนามาทวงค่าจำนำข้าว ที่ยังไม่ได้รับตามกำหนด จนถึงบางรายถึงกับขัดสน ฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของนโยบายประชานิยม ที่กำลังสร้างปัญหา จนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน
ไหนจะปัญหา โครงการรถยนต์คันแรก ที่จบไม่สวย ยังไม่มารับรถยนต์ 1.2 แสนราย บางรายทิ้งเงินมัดจำ ส่งผลทำให้แผนการผลิตรถยนต์ผิดเพี้ยนไปจากปกติ เมื่อมีการทิ้งใบจองทำให้รถยนต์ 1.3 แสนคันไปตกค้างในสต๊อกที่โชว์รูม
และอีกหนึ่งจุดบอด นโยบาย “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” กับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) แจกให้กับเด็กนักเรียนทั่วประเทศ ก็ไปไม่ถึงฝั่ง หลังจากพบว่า แท็บเล็ตเกิดพังไปซะดื้อๆ โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เผยว่า มีเครื่องที่ต้องส่งซ่อมแล้วประมาณ 2.58 แสนเครื่อง คิดเป็น 30% จากจำนวนทั้งหมด แทนที่จะได้ใช้กันอย่างมีประสิทธิภาพ กลับสูญงบประมาณเหล่านี้ไปโดยใช่เหตุ
นอกจากนี้ “บริษัท เซินเจิ้น อิงถัง” ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท เซินเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจนท์ คอนโทรล จำกัด ในประเทศไทย ที่ชนะการประมูลแท็บเล็ตในพื้นที่เขต ที่ 1 และที่ 2 (จาก 4 เขต) จำนวน 9 แสนเครื่องในราคาเครื่องละ 2,400 บาท ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2557 ขอยกเลิกสัญญาทั้งหมดที่ลงนามเอาไว้ โดยอ้างว่าเกิดความวุ่นวายทางการเมือง เด็กนักเรียนที่รอรับแท็บเล็ตอีก 9 แสนคน ก็ต้องรอเก้อ
แม้จะเป็นแนวคิดที่ดี ให้เด็กได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา แต่ที่ผ่านมา มีความผิดปกติหลายอย่าง ทำให้ต้องมีการเฝ้าจับตามองถึงการจัดสรรงบประมาณ ที่อาจจะมีการตุกติก ฮั้วกับบริษัทรายใหญ่ และมีการร้องเรียนจากภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ในการจัดซื้อโซน 3 (ภาคกลางและภาคใต้) อีกทั้งยังชนะการประมูลด้วยราคาที่สูงโดยมีนัยสำคัญ
การจัดซื้อแท็บเล็ตปี 2556 ล้มเหลวไปแล้ว เด็กไทยต้องสูญเสียโอกาส ความผิดพลาดครั้งนี้จะต้องมีผู้รับ ผิดชอบโดยตรง แต่รัฐบาลก็ยังคงเดินหน้าต่อไป โดย “นายจาตุรนต์ ฉายแสง” รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ ยืนยันว่า การจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตนั้น ทำด้วยความโปร่งใส ไม่มีการกั๊ก และเร่งเปิดประมูลใหม่ ให้เด็กไทยได้ใช้แท็บเล็ตทันเดือนมิถุนายน 2557 เมื่อขึ้นชั้น ป.2 แล้ว พร้อมพร้อมทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมานั้นมาจากส่วนไหนบ้าง
ทั้งนี้ นโยบายประชานิยม ไม่ใช่เรื่องผิด กลับส่งผลดีต่อประชาชน ที่สะท้อนถึงความต้องการ แต่ปัญหาติดอยู่ตรงที่ว่า ทำได้หรือไม่ ได้ผลอย่างไร
รัฐบาลได้พิสูจน์แล้วว่า ปัญหาระหว่างดำเนินการเกิดขึ้นจริง หากรัฐบาลยังมีโอกาสดำเนินการสานต่อ คงต้องปรับแนวทาง ทั้งการจัดสรรงบประมาณ คุณภาพของแท็บเล็ต ที่สำคัญความโปร่งใสในการจัดซื้อ ก็เชื่อว่าเด็กไทยคงจะได้ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
“เพชรพิริยะ”


