ระเบิดป่วนกปปส.ปทุมวันไร้เจ็บ-วรพงษ์สั่งเพิ่มด่าน

เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดและปืน เชิงสะพานหัวช้าง ใกล้เวที กปปส.ปทุมวัน ไร้เจ็บ ขณะ อีโอดี ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในถุงกระดาษ ถ.ราชดำริ พบเป็นเสื้อสูท ด้าน รอง ผบ.ตร. กำชับปรับแผนเฝ้าระวังมือมืดสร้างสถานการณ์ 516225-01 เมื่อ เวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดมีเสียงคล้ายระเบิด ดังขึ้น 1ครั้ง บริเวณใกล้กับสะพานหัวช้าง หน้าโรงแรมเอเชีย ใกล้เวทีชุมนุมใหญ่ของ กลุ่ม กปปส. แยกปทุมวัน จากนั้นไม่นาน ได้เสียงคล้ายอาวุธปืนดัง 2 นัด ผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ แต่เจอกลุ่มชายฉกรรจ์ขวางไม่ให้เข้าและห้ามถ่ายรูป

ก่อนที่สารวัตร ทหาร (สห.)จะเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณตอม่อ สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอสราชเทวี เชิงสะพานหัวช้าง เยื้องอาคารเอฟเวอร์กรีนเพลซบางกอก ที่เกิดเหตุมีเพียงใบไม้ที่พุ่มไม้กระจุยกระจาย และมีรอยกระสุนบนกระจกตู้โทรศัพท์ บริเวณนั้น 1 รอย เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ จากการสอบถาม ตำรวจ สน.พญาไท ระบุเพียงว่า ได้รับแจ้งว่ามีเสียงดังกล่าวจริง และพยายามจะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถเข้าได้ และในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่บอกว่าไม่มีเหตุอะไรเกิด ขึ้น

ตำรวจ อีโอดี ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ที่แท้แค่เสื้อสูท

เวลา ประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด  หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบ วัตถุต้องสงสัยเป็นถุงกระดาษขนาดใหญ่ บริเวณแนวกำแพง ด้านหลังสนามม้าราชกรีฑาสโมสร ถนนราชดำริ ขาเข้า มุ่งหน้าแยกราชประสงค์
พ.ต.อ.กำธร  ผู้กำกับการ กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบ แล้ว พบว่า ภายในถุงกระดาษ ต้องสงสัยเป็นเสื้อสูท 2 ตัว เสื้อกั๊กสูท 2  ตัว ไม่พบวัตถุอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อว่า น่าจะมีคนลืมทิ้งเอาไว้  ไม่ใช่หวังสร้างสถานการณ์

 รอง ผบ.ตร. กำชับปรับแผนเฝ้าระวังมือมืดสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ชุมนุม

พล. ต.อ. วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร ในฐานะดูแลงานฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยกับสำนักข่าว ไอเอ็น เอ็น เกี่ยวกับสานการณ์ความรุนแรงที่เกิดในพื้นที่รอบเขตการชุมนุมว่า ได้มีการกำชับเน้นย้ำในเรื่องของการตั้งด่านเคลื่อนที่เข้มงวดการออกตรวจ เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์การความรุนแรงแล้ว แต่ในบางพื้นที่ยังพบว่ามีการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ ได้ให้เจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบนั้นๆปรับมาตรการ รูปแบบต่างๆตามความเหมาะสมของพื้นที่ และเพิ่มวงรอบในการออกตรวจตรา ป้องกันเหตุมากขึ้นอีกด้วย

 กปปส.ปทุมวัน ทยอยทำภารกิจส่วนตัว – การ์ดเข้มหลังมีป่วน

บรรยากาศ การชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร ของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน บรรยากาศเช้านี้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงพักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่ในที่พัก และบางส่วน ทยอยปฏิบัติภารกิจส่วนตัวประจำวัน พร้อมกับการช่วยกันกวาดขยะรอบ ๆ ที่พัก ขณะที่กิจกรรมบนเวที มีการจัดรายการข่าวโทรทัศน์ของช่องบลูสกาย พร้อมถ่ายทอดผ่านทางจอโปรเจกเตอร์ให้ผู้ชุมนุมได้รับชมรับฟัง สลับกับการเปิดเพลง เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม สำหรับการรักษาความปลอดภัยนั้น มีการจัดชุดการ์ดคอยดูแลอย่างเข้มงวด หลังจากที่เมื่อคืนนี้ เกิดเหตุป่วนขึ้น

 กปปส. อโศก ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว รปภ.เข้ม ไร้เหตุป่วน

บรรยากาศ การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่แยกอโศก ล่าสุด บรรยากาศการชุมนุมยังดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งผู้ชุมนุมเองภายหลังจากปฏิบัติภารกิจส่วนตัวแล้วเสร็จ ก็ได้มาต่อแถวรอรับประทานอาหารเช้า ที่ทางครัว กปปส. ได้จัดไว้คอยบริการ บางส่วน มีการจับกลุ่มหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ต่างๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของทางเจ้าหน้าที่การ์ด ด้านเวทีปราศรัยยังไม่มีการดำเนินกิจกรรมใด ๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเช็คอุปกรณ์และเตรียมความพร้อมบนเวที ซึ่งมีเพียงการเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสดรายการของทางช่องบลูสกายเท่านั้น

ส่วนสภาพการจราจรบนถนนรัชดาภิเษก และถนนสุขุมวิท ทั้งขาเข้าและขาออก รถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามจังหวะสัญญาณไฟจราจร

 กปปส. สวนลุมพินี พักผ่อนตามอัธยาศัย – วันนี้ไม่เคลื่อน

บรรยากาศการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร ของกลุ่ม กปปส. ที่เวทีสวนลุมพินี เช้าวันนี้ มวลชนที่ปักหลักค้างคืน
อยู่ภายในสวนลุมพินี ยังพักผ่อนตามอัธยาศัย บางส่วน แยกย้ายทำภารกิจส่วนตัว รวมถึง การจับกลุ่มติดตาม
ข่าวสารอยู่ บริเวณด้านหน้าเวที ที่มีการลิงค์สัญญาณถ่ายทอดสดผ่านช่องบลูสกาย ส่วนทางด้านการรักษาความปลอดภัย ยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้น ทั้งในและพื้นที่โดยรอบการชุมนุม

อย่าง ไรก็ตาม วันนี้จะไม่มีการนำมวลชนเคลื่อนขบวนไปปิดสถานที่ราชการแต่อย่างใด โดยให้มวลชนได้พักผ่อน เตรียมตัวร่วมกิจกรรมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ การไปปิดสถานที่ราชการครั้งต่อไป จะต้องมีการปรับรูปแบบใหม่ แบบลับ ลวง พราง และเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน หรือไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ตำรวจตั้งรับได้ทัน เนื่องจากวานนี้ หลังนำมวลชนไปปิดกรมป่าไม้ มีตำรวจตั้งรับหนาแน่น จนเกิดการปะทะเล็กน้อย

แหกด่าน ม.171 ดันนายกฯคนกลาง ผ่าทางตัน ปมการเมือง?!

แหกด่าน ม.171 ดันนายกฯคนกลาง ผ่าทางตัน ปมการเมือง ?!

42

ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อ การเมืองไทยวันนี้ ยังล่อกันไม่จบ ระหว่างคู่ชก กปปส. มุมน้ำเงิน ที่มี กำนันสุเทพ เทือกสรบรรณ เป็นแกนนำ ปักธงประกาศกร้าวให้โลกรู้ว่าประเทศไทยถึงจุดอับต้องปฏิรูปใหม่ทั้งดุ้น

5 เรื่องด่วนที่ต้องเร่ง คือ การเมือง การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ การปฏิรูปพรรคการเมืองให้มีกฎหมายเข้ามาควบคุมพรรคการเมือง การทุจริตคอร์รัปชัน การกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำในสังคม การแก้ปัญหาคนจน และการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ให้เป็นตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้จะแล้วเสร็จ สะเด็ดน้ำก็ใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน โฉมใหม่การเมืองไทย โฉมใหม่ประเทศไทย ก็จะไฉไลแจ่มแจ๋ว ยิ่งกว่าใช้ สมุนไพร ตรา แจ่มจันทร์

ที่สำคัญ ต้องได้ นายกฯ ม.7 หรือ นายกฯ พระราชทานตามมาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจแก่พระมหากษัตริย์ในการพระราชทานนายกรัฐมนตรี

ที่สำคัญ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะต้องออกจากตำแหน่ง รักษาการนายกรัฐมนตรี

และที่สำคัญอีกหนึ่ง ยังสอดคล้องกับแนวทางของ “หม่อมอุ๋ย – ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ออกมาเรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีเนื่องจากบริหารประเทศล้มเหลว

เปิดทางให้นายกรัฐมนตรีคนกลางที่ประชาชนยอมรับเข้ามาบริหารประเทศแทน

มิต่างจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะรัฐบุคคล” ที่ประกอบด้วย อดีตบิ๊กทหาร-นักวิชาการอิสระ-อดีตข้าราชการประจำ นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือพีเน็ต และอดีต ผบ.สส. ซึ่งก็มีแนวความคิดคล้ายพิมพ์เดียวกัน

อีกฝากคือ คู่ปรับเก่า มุมแดง ที่เปลี่ยนตัวชกจากบุรุษเป็นสตรี ที่มี เทรนเนอร์ ระดับมือพระกาฬ ทั้งเห็นในที่โล่ง และแฝงบัญชาการอยู่เบื้องหลัง

วันนี้ เธอ และเขา ร่วมทั้งเหล่าสาวก จึงต้องกอดรัฐธรรมนูญให้แน่น ทั้ง ยืนยัน นั่งยัน ยันมันทุกท่า ว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเท่านั้น  หากต่างไปจากนี้ หรือถูกบีบให้มี นายกฯคนกลาง ก็ต้องกระทำการ ฉีกรัฐธรรมนูญ เพียงทางเดียว

ความหมายก็คือ “การทำรัฐประหาร” ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา

มีนักวิชาการหลายคนได้อธิบายถึง นายกฯ คนกลาง ไว้ว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นับแต่รัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 171 ได้ระบุว่า นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. หรือมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

จะมายกรัฐธรรมนูญมาตรา 3 หรือมาตรา 7 มาอ้างเรื่องของธรรมเนียมปฏิบัติ ตามประเพณีดังกล่าวในระบอบประชาธิปไตยของไทยก็ไม่เคยมีการปฏิบัติมาก่อน

จะมาอ้างเมื่อสมัย 14 ตุลา 2516  กรณี “จอมพลถนอม กิตติขจร” ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้จึงเกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะไม่มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการทำหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายหรือบริหารประเทศ ก็คงไม่ได้

เพราะสถานการณ์วันนั้นเกิดจากเหตุจลาจล แต่สถานการณ์วันนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนกลับไปตัดสินใจผ่านการเลือกตั้ง

การตั้ง “นายกฯ ม.7 หรือ นายกฯ คนกลาง” จึงมิอาจจะเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการทำรัฐประหาร

ดังนั้น ความวุ่นวาย จำต้องดำรงอยู่ เช่นนี้ต่อไป เพราะ มุมน้ำเงิน ก็ไม่ยอมแพ้ มุมแดง ก็แพ้ไม่ได้ และ อาวุธสุดท้ายที่เหลืออยู่คือ รัฐธรรมนูญ เพียงเท่านี้

ฝ่ายไหน เผลอพลาดก็มีแต่ ชะตาขาด สถานเดียว!!

“แมนเมือง”

แผ่นดินไหวจีน 6.8 ริกเตอร์ ไม่มีรายงานความเสียหาย

MThai News (เบื้องต้น) สำนักข่าวของจีน รายงานว่า เมื่อเวลา 16.19 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนวัดได้ 6.8 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอู่เทียน ห่างออกไปจากทางตอนใต้ของมณฑลซินเจียง ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

Earthquake

โดยในตอนแรกวัดระดับความสั่นสะเทือนได้ที่ 6.9 ริกเตอร์ก่อนจะลดลงในภายหลัง

MThai News

แผ่นดินไหวจีน 6.8 ริกเตอร์ ไม่มีรายงานความเสียหาย

(เบื้องต้น) สำนักข่าวของจีน รายงานว่า เมื่อเวลา 16.19 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนวัดได้ 6.8 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอู่เทียน ห่างออกไปจากทางตอนใต้ของมณฑลซินเจียง ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

โดยในตอนแรกวัดระดับความสั่นสะเทือนได้ที่ 6.9 ริกเตอร์ก่อนจะลดลงในภายหลัง