ญาติผู้เจ็บชาวสุโขทัย ขอความเป็นธรรม เหตุผูกคอ ไม่เกี่ยวข้องกับจำนำข้าว
หลัง จากมีข่าวชาวนาชื่อ นางเพ็ญศินีย์ ทองช้อย ผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย นั้น นางฐิติมา มาสอน พี่สาวซึ่งอาศัยอยู่บ้านติดกัน ออกมาชี้แจงและขอความเป็นธรรมแก้ข่าวแก้ผู้เสียหายว่า นางเพ็ญศินีย์ นั้น ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุโขทัย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอาการทรงตัวจากการผูกคอตนเองจริง แต่เป็นเรื่องปัญหาส่วนตัว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด กับการจำนำข้าวเลย ไม่มีที่นาสักไร่ มีอาชีพเป็น ช่างเสริมสวย และทำที่นอนนุ่น สามี และลูกทั้งสองคนเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจเพื่อนบ้านต่างโทรมาถาม รวมถึงทางหน่วยงานราชการเข้ามาขอข้อมูลเพื่อจะให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอยากจะบอกว่าทำให้วุ่นวายไปหมด เพราะตอนนี้ตนเองและญาติๆ กำลังเสียใจและรอดูอาการของน้อง อยากให้เห็นใจและให้ข่าวที่ถูกต้อง เช็กรายละเอียดก่อนที่จะออกข่าว เพราะเสียหาย และไม่เป็นธรรมกับน้องตนที่กำลังจะจากไป
Monthly Archives: February 2014
ศุภชัยเตรียมยื่นศาลรธน.ปมลต.28เขตเชื่อนายกปัดออกพรฎ.
ปธ.กกต. เชื่อ รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ ของ กกต. ให้ออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ 28 เขต ขณะเตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทันที
นาย ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. โดยเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล จะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กกต. ที่ขอให้ออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร
พร้อมย้ำ หากเป็นความเห็นต่าง เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความทันที ซึ่ง กกต. ได้เตรียมประเด็นที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยตั้งเป็นคำถาม ขอให้กำหนดเป็นวันลงคะแนนใหม่ หรือให้รับสมัครเลือกตั้งใหม่ รวมถึงให้ตัดสินว่าเป็นอำนาจ กกต.ออกประกาศ หรือให้เป็นอำนาจรัฐบาลในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันลงคะแนนใหม่ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าจะมีการส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีได้ในวันนี้ นอกจาก นี้ ประธาน กกต. ยังได้กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ จะทำหนังสือขออนุมัติ กกต.เพื่อใช้งบกลางจำนวน 1,200 ล้านบาท มาจ่ายจำนำข้าวให้กับชาวนาว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ขั้นตอนการพิจารณา กกต.จะต้องดูข้อกฏหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ก่อน หากมีผลผูกพันไปยังรัฐบาลหน้าก็ไม่สามารถดำเนินการได้
ดีเดย์ 1มี.ค. เอาจริงพวกฝืนกฎจราจร 13ข้อหา
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย 1 มี.ค. เอาจริงคนทำผิดกฎ จร. ใน 13 ข้อหาความผิด รับม็อบทำให้การบังคับไม่เต็มที่
พล.ต.ต. อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการจราจร แจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ กทม.ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ผู้ขับขี่รถจะขับรถตามอำเภอใจไม่มีวินัยจราจรไม่คำนึงถึงกฎหมายไม่ได้อีกต่อ ไป เพราะตำรวจจราจรจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเด็ดขาด โดยเฉพาะ 13 ข้อหาความผิดที่พบว่า กระทำความผิดมากที่สุด และเป็นสาเหตุของการเกิด อุบัติเหตุบนท้องถนนคือ
1.ห้ามจอดรถในที่ห้ามจอด
2.จอดรถซ้อนคัน
3.จอดรถบนทางเท้า
4.ขับรถบนทางเท้า
5.แซงรถในที่สาธารณะ
6.ขับรถย้อนศร
7.ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง
8.เมาแล้วขับ
9.ไม่คาดเข็มคัด
10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
11.แซงรถในที่คับขัน
12.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่
13.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
รอง ผบช.น. กล่าวย้ำว่า ตลอดปี 2557 เป็นปีแห่งการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเข้มข้นลดอุบัติเหตุ ตำรวจจราจรจะดำเนินการจริงจังเด็ดขาดหลังจากหยุดชะงักการทำหน้าที่ไประยะหนึ่ง เนื่องจากมีการระดมกำลังไปดูแลการชมนุมทางการเมืองจนขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง จึงต้องเข้มงวดกวดขันวินัยจราจรกันใหม่ รวมถึงเดินหน้าจับจริงยกจริงมาตรการยกรถแทนล็อคล้อด้วย เริ่มจริงจังวันที่ 16 ก.พ.เป็นต้นไป
