ชาวนาผูกคอตาย ไม่เกี่ยวกับจำนำข้าว

ญาติผู้เจ็บชาวสุโขทัย ขอความเป็นธรรม เหตุผูกคอ ไม่เกี่ยวข้องกับจำนำข้าว 515680-01 หลัง จากมีข่าวชาวนาชื่อ นางเพ็ญศินีย์ ทองช้อย ผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย นั้น นางฐิติมา มาสอน พี่สาวซึ่งอาศัยอยู่บ้านติดกัน ออกมาชี้แจงและขอความเป็นธรรมแก้ข่าวแก้ผู้เสียหายว่า นางเพ็ญศินีย์ นั้น ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุโขทัย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอาการทรงตัวจากการผูกคอตนเองจริง แต่เป็นเรื่องปัญหาส่วนตัว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด กับการจำนำข้าวเลย ไม่มีที่นาสักไร่ มีอาชีพเป็น ช่างเสริมสวย และทำที่นอนนุ่น สามี และลูกทั้งสองคนเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจเพื่อนบ้านต่างโทรมาถาม รวมถึงทางหน่วยงานราชการเข้ามาขอข้อมูลเพื่อจะให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอยากจะบอกว่าทำให้วุ่นวายไปหมด เพราะตอนนี้ตนเองและญาติๆ กำลังเสียใจและรอดูอาการของน้อง อยากให้เห็นใจและให้ข่าวที่ถูกต้อง เช็กรายละเอียดก่อนที่จะออกข่าว เพราะเสียหาย และไม่เป็นธรรมกับน้องตนที่กำลังจะจากไป

ศุภชัยเตรียมยื่นศาลรธน.ปมลต.28เขตเชื่อนายกปัดออกพรฎ.

ปธ.กกต. เชื่อ รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ ของ กกต. ให้ออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ 28 เขต ขณะเตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทันที 515698-01

นาย ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. โดยเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล จะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กกต. ที่ขอให้ออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร

พร้อมย้ำ หากเป็นความเห็นต่าง เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความทันที ซึ่ง กกต. ได้เตรียมประเด็นที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยตั้งเป็นคำถาม ขอให้กำหนดเป็นวันลงคะแนนใหม่ หรือให้รับสมัครเลือกตั้งใหม่ รวมถึงให้ตัดสินว่าเป็นอำนาจ กกต.ออกประกาศ หรือให้เป็นอำนาจรัฐบาลในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันลงคะแนนใหม่ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าจะมีการส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีได้ในวันนี้ นอกจาก นี้ ประธาน กกต. ยังได้กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ จะทำหนังสือขออนุมัติ กกต.เพื่อใช้งบกลางจำนวน 1,200 ล้านบาท มาจ่ายจำนำข้าวให้กับชาวนาว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ขั้นตอนการพิจารณา กกต.จะต้องดูข้อกฏหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ก่อน หากมีผลผูกพันไปยังรัฐบาลหน้าก็ไม่สามารถดำเนินการได้

ดีเดย์ 1มี.ค. เอาจริงพวกฝืนกฎจราจร 13ข้อหา

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย 1 มี.ค. เอาจริงคนทำผิดกฎ จร. ใน 13 ข้อหาความผิด รับม็อบทำให้การบังคับไม่เต็มที่ 515572-01

พล.ต.ต. อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการจราจร แจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ กทม.ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ผู้ขับขี่รถจะขับรถตามอำเภอใจไม่มีวินัยจราจรไม่คำนึงถึงกฎหมายไม่ได้อีกต่อ ไป เพราะตำรวจจราจรจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเด็ดขาด โดยเฉพาะ 13 ข้อหาความผิดที่พบว่า กระทำความผิดมากที่สุด และเป็นสาเหตุของการเกิด อุบัติเหตุบนท้องถนนคือ

1.ห้ามจอดรถในที่ห้ามจอด
2.จอดรถซ้อนคัน
3.จอดรถบนทางเท้า
4.ขับรถบนทางเท้า
5.แซงรถในที่สาธารณะ
6.ขับรถย้อนศร
7.ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง
8.เมาแล้วขับ
9.ไม่คาดเข็มคัด
10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
11.แซงรถในที่คับขัน
12.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่
13.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด

รอง ผบช.น. กล่าวย้ำว่า ตลอดปี 2557 เป็นปีแห่งการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเข้มข้นลดอุบัติเหตุ ตำรวจจราจรจะดำเนินการจริงจังเด็ดขาดหลังจากหยุดชะงักการทำหน้าที่ไประยะหนึ่ง เนื่องจากมีการระดมกำลังไปดูแลการชมนุมทางการเมืองจนขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง จึงต้องเข้มงวดกวดขันวินัยจราจรกันใหม่ รวมถึงเดินหน้าจับจริงยกจริงมาตรการยกรถแทนล็อคล้อด้วย เริ่มจริงจังวันที่ 16 ก.พ.เป็นต้นไป