แฉ ศาสตราจารย์ม.ดังย่านสยาม กรีดรถชาวบ้าน แถมเบ่งใส่อ้างเส้นใหญ่

วันนี้(27 ก.พ.) สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อ blacksmile ได้ตั้งกระทู้ร้องเรียนว่า ตนได้ถูกชายคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์และเป็นอดีตคณบดีของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านสยามสแควร์ กรีดรถยนต์จนเป็นรอย

1393412665-image-o

โดยศาสตราจารย์คนดังกล่าวอ้างว่ารถยนต์ของผู้เสียหายจอดขวางหน้าบ้านของเขา โดยผู้เสียหายยืนยันว่ารถของตนไม่ได้จอดขวางและจอดฝั่งตรงข้าม ซึ่งแทนที่ศาสตราจารย์จะมาพูดคุยให้ขยับรถหรือถอยรถก่อน แต่ก็ไม่ได้มีการมาพูดคุย แต่มาถึงก็กรีดรถเลย พร้อมกับพูดว่า “ถ้าผมรู้ว่ามีคนอยู่บนรถ ผมจะกรีดมั้ย” และไม่มีคำขอโทษแต่อย่างใด

ซึ่งผู้เสียหายจะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็ศาสตราจารย์คนดังกล่าวก็เบ่งใหญ่ว่าตัวเองเป็นศาสตราจารย์มีภรรยาเป็นกรรมการตำรวจและมีเส้นใหญ่ในโรงพัก

เมื่อไปไกล่เกลี่ยที่โรงพักก็พบว่าเส้นของศาสตราจารย์ใหญ่จริงๆ และเมื่อสอบสวนเจ้าหน้าที่ก็ทำเหมือนจะเอนเอียงไปฝ่ายตรงข้าม แต่โชคดีที่ผู้เสียหายมีพยานที่เห็นเหตุการณ์ มีภาพถ่ายที่เกิดเหตุและได้โทรเรียกประกันไว้ก่อนแล้ว

ซึ่งสุดท้ายเจ้าของกระทู้ได้ฝากบอกว่าผู้ที่มีอำนาจไม่ควรใช้อำนาจในทางที่ผิดมาข่มเหงประชาชนแบบนี้ เล่นพรรคเล่นพวกจนสังคมไม่มีความยุติธรรมและการศึกษาสูงก็ไม่ได้ช่วยยกระดับจิตใจเลยแม้แต่น้อย

MThai News

1393412476-image-o

1393412600-image-o

1393412618-image-o

คลิป หมวดเจี๊ยบ ถูกการ์ด กปปส. คุมตัว

คลิปหมวดเจี๊ยบ ถูกการ์ด กปปส. คุมตัว หลังไปสถาบันเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านสยามฯ ใกล้เวทีปทุมวัน

หลังจากที่หมวดเจี๊ยบ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภัควัต รองโฆษกเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกกลุ่มการ์ด กปปส. จำนวนกว่า 20คน รุมเข้าจับตัว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมาหลังเดินทางไปสถาบันเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านสยามแสควร์ จากนั้นเจ้าตัว ก็ได้จะออกแถลงด้วยน้ำตานองหน้ายอมรับว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และรับไม่ได้ที่แกนนำไม่มีการช่วยเหลือ แม้จะทราบเรื่อง และถูกทำร้าย และข่มขู่ต่างๆ นาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คลิปหมวดเจี๊ยบถูกจับ, การ์ด กปปส. จับหมวดเจี๊ยบ, ข่าวหมวดเจี๊ยบ

ล่าสุดในโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์การเข้าควบคุมตัวหมวดเจี๊ยบของกลุ่มการ์ด กปปส. ในวันดังกล่าว โดยสมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ ชื่อว่า อมยิ้ม ดอต คอม เป็นผู้นำมาเผยแพร่

ซึ่งในคลิปได้เผยให้เห็น หมวดเจี๊ยบนั่งอยู่ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงจากไฟฉายส่องหน้าเพียงดวงเดียว กำลังคอยอธิบายเหตุผลที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของกลุ่มการ์ด ที่่สั่งให้ตนนั่งรถออกไปจากพื้นที่ โดยหมวดเจี๊ยบได้ต่อรองขอเดินไป เนื่องจากหวั่นเกรงในความไม่ปลอดภัย เพราะรถที่กลุ่มการ์ดจะพานั่งไปนั้นติดฟิล์มดำมิดชิด

ขณะที่การ์ดอีกคนก็พยายามอธิบายว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายเพียงแค่จะพาไปเอารถที่จอดไว้เท่านั้น เพราะไม่มีทางเลือกหากจะให้เดินผ่านสยามพารากอน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายได้ จึงจำเป็นต้องให้นั่งรถออกไป อย่างไรก็ตามทางการ์ดได้ยอมทำตามคำขอของหมวดเจี๊ยบ หลังได้ยืนกรานคำเดิม ทั้งนี้ระหว่างการพูดคุย หมวดเจี๊ยบ พยายามให้การ์ดต่อสายถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ด้วย แต่ได้รับการปฏิเสธ บอกว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์

MThai News

โพลล์ ชี้ คอร์รัปชั่นทำจำนำข้าวล่ม

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ เรื่อง “การปฏิรูปการหาเสียงที่ใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง” พบว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในรอบการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 48.3 ไม่พบเห็นการหาเสียงของพรรคการเมืองในลักษณะประชานิยมแบบสุดโต่ง อีกร้อยละ 41.7 บอกว่า พบเห็นการหาเสียงของพรรคการเมืองในลักษณะใช้นโยบายประชานิยมแบบสุดโต่ง 

03

ส่วนคำถามที่ว่า หากการปฏิรูปเกิดขึ้นจริง สังคมไทยควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการที่มีหน้าที่ศึกษาความเป็นไปได้ของนโยบายต่างๆ ที่ใช้หาเสียง หรือไม่  ร้อยละ 76.7 เห็นว่าควร ร้อยละ 13.3 เห็นว่าไม่ควรมี

และเมื่อถามต่อว่าคณะกรรมการดังกล่าวควรมีอำนาจหน้าที่มากน้อยเพียงใด ร้อยละ 48.3 เห็นว่าควรมีหน้าที่ให้คำแนะนำความเป็นไปได้ของนโยบายที่ใช้หาเสียงอย่างเป็นทางการแก่ประชาชนเท่านั้น รองลงมาร้อยละ 40.0 เห็นว่าคณะกรรมการดังกล่าวควรสามารถระงับไม่ให้พรรคการเมืองใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่งในการหาเสียงได้

สำหรับประเด็นการประเมินความเป็นไปได้ของนโยบายหาเสียง ส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายหาเสียงควรมีลักษณะดังนี้ แหล่งที่มาของเงินทุนต้องมีความชัดเจน และตรวจสอบได้ (ร้อยละ 96.7), ต้องมีความเป็นไปได้ที่จะทำได้จริงหากได้เป็นรัฐบาล (ร้อยละ 93.3), ต้องไม่เสนอนโยบายที่จะทำให้ประชาชนมีนิสัยขาดความรับผิดชอบ (ร้อยละ 93.3), ต้องไม่มีการแทรกแซงจนกลไกราคาไม่สามารถทำงานได้ (ร้อยละ 91.7), ต้องไม่ทำให้รัฐบาลกลายเป็นผู้ประกอบการ (ร้อยละ 76.7), รัฐบาลต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าต่างๆ (ร้อยละ 65.0) ต้องจ่ายเงินผ่านบัญชีของผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายเท่านั้น (ร้อยละ 61.7)

01

ส่วนความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ต่อการแสดงความรับผิดชอบของนักการเมืองที่บริหารเศรษฐกิจผิดพลาดว่าในปัจจุบันนี้มีมากน้อยเพียงใด ร้อยละ 66.7 บอกว่าไม่มีเลย รองลงมาร้อยละ 31.7 บอกว่าแทบไม่มี

ส่วนความล้มเหลวของโครงการรับจำนำข้าวมีสาเหตุสำคัญมาจากอะไร ร้อยละ 51.0 บอกว่า มาจากการทุจริต คอร์รัปชั่น ขาดการตรวจสอบที่เข้มงวด โปร่งใสและเด็ดขาด, ร้อยละ 29.4 บอกว่ามาจากการบริหารงานผิดพลาด การไม่มีความสามารถในการระบายข้าว คณะทำงานไม่มีความเข้าใจในโครงการ ไม่เข้าใจตลาดข้าวไทยและข้าวโลก และ ร้อยละ 29.4 บอกว่ามาจากการตั้งราคาจำนำที่สูงกว่าราคาตลาดมาก ฝืนกลไกตลาด

MThai News