ภูมิใจทหารทำงานเข้าเป้าลดสูญเสีย ยันแก้ปัญหาต้องไม่ใช้ความรุนแรง สั่งจำลองเหตุการณ์ปะทะหลักสี่เพื่อเป็นบทเรียนศึก
วานนี้ 7 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงข่าวภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม โดยในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวชื่นชมผู้บังคับหน่วยและกำลังพลทุกคนว่า ได้ทำหน้าที่และทำงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี ทำให้กองทัพบกยังคงเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของสังคม จึงขอให้ดำรงความมุ่งมั่นดังกล่าวไว้

พร้อมกำชับให้ดูแลกำลังพลให้มีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในทุกภารกิจ โดยเฉพาะในขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกหน่วยจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งช่วยกันสร้างความเข้าใจในเรื่อง การมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ต้องแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี กองทัพบกจะยังคงทำหน้าที่ดูแล สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกฝ่าย รวมถึงการป้องปรามและหยุดยั้งการใช้ความรุนแรง มิให้มีการปลุกเร้าให้เกิดความเกลียดชังกัน สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ การสร้างบรรยากาศของความรักความสามัคคีและลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในทุกมิติ โดยให้ทุกหน่วยเข้าไปช่วยสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศดังกล่าว
ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกมอบให้หน่วยทหารในทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งให้มีการจัดทำบันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายและเป็นข้อมูลเผยแพร่ให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงต่อกันของทุกฝ่าย
นอกจากนี้ในที่ประชุมทางกรมกิจการพลเรือน ได้สรุปผลการสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ในภาพรวม ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทหารทุกหน่วยปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้ คือไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้ง และไม่ได้ใช้สถานที่ของทหารเป็นจุดเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม หากมีการเลือกตั้งใครต่อไป กองทัพบกก็จะยึดแนวทางในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่หากมีการร้องขอก็จะมีการประสานงานและพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบก ยังได้มีการพูดถึงเรื่องการเคารพกฎหมายอำนาจศาล ตลอดจนคำวินิจฉัยของกระบวนการยุติธรรม เพราะจะทำให้สังคมมีหลักยึด ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ และผู้บังคับหน่วยไปศึกษารายละเอียดเรื่องคำวินิจฉัยของศาล และเรียกร้องให้สังคมเคารพ
ส่วนกรณีที่มีการยื่นเรื่องให้ศาลตีความเกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาให้เป็นโมฆะด้วยหรือไม่นั้น ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งทางผู้บัญชาการทหารบกสั่งให้ผู้บังคับหน่วยติดตามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะโมฆะหรือไม่ เพราะทุกอย่างจะต้องยึดกฎหมาย และหากผลคำตัดสินของศาลออกมาเป็นเช่นไร ไม่ใช่กองทัพเพียงอย่างเดียว คนไทยทุกคนก็จะต้องยึดคำตัดสินนั้น

ส่วนเหตุการณ์ปะทะกันที่หลักสี่นั้น ทางผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยที่รับผิดชอบ และอยู่ในเหตุการณ์ปะทะกันไปจำลองเหตุการณ์และบันทึกเป็นข้อมูลว่ามีอะไรเกิดขึ้นตามที่ทหารได้เห็น ใครอยู่ในที่เกิดเหตุ ใครมีพฤติกรรมเช่นไร ซึ่งอาจจะมีรูปภาพเป็นข้อมูลเพื่อให้หน่วยอื่น ๆ ได้เรียนรู้และศึกษา
โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการทุกพื้นที่มีเหตุการณ์รุนแรง ส่วนเรื่องการปรับกำลังทหารหลักจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.มีการยุบเวทีไปนั้น ก็จะมีการปรับกำลังใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์โดยมีการใช้พื้นที่เสี่ยงสำหรับบริเวณที่มีการปรับลดกำลังลงไปก็จะมีการพิจารณาให้มีการจัดชุดลาดตระเวน พร้อมทั้งจุดตรวจประจำจุด ซึ่งก็จะต้องหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของส่วนอื่นด้วย
นอกจากนี้ยังได้ชื่นชนทหารที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุน ศรส.ที่มีความตั้งใจทำงานในสภาวะที่มีความกดดัน ที่ทำให้เกิดความสูญเสียน้อย และไม่ได้ยินคำติจากสังคม ผู้บัญชาการทหารขอบใจผู้บังคับบัญชา ซึ่งมองว่าการปฏิบัติงานดังกล่าวจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับกองทัพบก ก็อยากให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทำต่อไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าทหารสามารถดูแลชาติบ้านเมืองได้
ขณะที่กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะที่ปรึกษา ศรส. เตรียมที่จะเอาผิดกับอดีตผู้บังคับบัญชาของกองทัพที่ไปตั้งโต๊ะหารือเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทยนั้น เรื่องดังกล่าวผู้บัญชาการทหารบกได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นความห่วงใยของผู้ใหญ่ก็อยากจะช่วยหาทางออก ซึ่งการหารือดังกล่าวไม่ได้มีอิทธิพล หรือ อำนาจให้ใครดำเนินการ เนื่องจากทั้งหมดก็เกษียณไปแล้ว พร้อมกันนี้ ในคลิปมีการพูดถึงผู้บัญชาการทหารบกอยู่ด้วยนั้น เป็นการพูดคุยกันในวงไม่เกี่ยวข้องกับผู้บัญชาการทหารบก
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 7 , 15 , 23 ก.พ.2557 และ 3 มี.ค.2557 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ หรือ พล.ม.2 รอ. จะมีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เพื่อทำการฝึกเป็นจำนวนจาก จ.สระบุรี ไปยัง จ.ลพบุรี โดยจะมีการเคลื่อนย้ายรถถังวันละประมาณ 20-30 คัน จึงแจ้งมาเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้แตกตื่น และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำไปบิดเบือนสร้างประเด็นทางการเมืองของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
MThai News