6 องค์กรอิสระ เล็งให้ ยิ่งลักษณ์-สุเทพ เสนอชื่อคนกลางแก้ขัดแย้ง ก่อนเผยโรดแมป 6 ขั้น เป็นแนวทางสางปัญหา ยันไม่มีแนวคิดเสนอตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง

หลังจากที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 7 องค์กรอิสระ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานอัยการสูงสุด, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) เสนอเป็น “ตัวกลาง” ช่วยเจรจาหาทางออกในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ก่อนที่สำนักงานอัยการสูงสุดจะปฏิเสธและขอถอนตัวในเวลาต่อมา จึงทำให้เหลือเพียง 6 องค์กรนั้น
วันนี้ (17 มี.ค. 57) ทั้ง 6 องค์กรข้างต้น ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงการเสนอตัวเข้ามาเป็นคนกลางแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยระบุว่า ไม่ได้ทำเกินหน้าที่ขององค์กรอิสระ แต่เป็นการเสนอแนวทางหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศให้ยุติลง ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดเสนอตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางให้เป็นทางออกประเทศ แต่จะส่งจดหมายให้คู่ขัดแย้ง คือ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เสนอชื่อคนกลาง 10 คน โดยไม่ระบุว่าคนๆ นั้นจะเป็นทหารหรือไม่ ซึ่งหากมีชื่อตรงกันจากทั้ง 2 ฝ่าย 5 คน ก็จะเชิญคนๆ นั้นมาตั้งคณะทำงาน เพื่อจัดทำโรดแมปหาทางออกประเทศต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนเห็นผลสำเร็จ
ขณะเดียวกันการเจรจาครั้งนี้ จะไม่นำเรื่องคดีต่างๆ มารวมด้วย หากเป็นเช่นนั้นทั้ง 6 องค์กรจะถอนตัวทันที ส่วนการเลือกตั้ง ทาง กกต. ยังคงเดินหน้าต่อไปแม้ทั้ง 2 ฝ่ายไม่พอใจก็ตาม อย่างไรก็ตามถ้าทั้ง 2ฝ่ายไม่ยอมรับในข้อเสนอนี้ หากเกิดความเสียหายขึ้นกับประเทศ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องรับผิดชอบ
“การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องปรารถนาที่จะเจรจา ถ้าไม่เสนอแล้วไม่ทำก็จบ ถ้าไม่ต้องการก็ทำสงครามกันต่อไป ณ วันนี้เราทอดบันไดลงทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าคิดจะไม่ลง จะชนช้าง จะทำยุทธหัตถีก็ทำกันต่อไป แต่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ ต่อประเทศชาติ” นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้งกล่าว
สำหรับรูปแบบกระบวนการเจรจา และแผนที่ความสำเร็จ หรือโรดแมพของทั้ง 6 องค์กรอิสระ มีดังนี้คือการประกาศต่อสาธารณะและให้สังคมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเจรจา, ให้มีคณะคนกลางในการเจรจาที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ เพื่อรับฟังข้อเสนอทั้ง 2 ฝ่าย และสร้างข้อเสนอใหม่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้, ประสานและเจรจาเพื่อปรับข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่ายให้เข้าใกล้กันมากที่สุด จากนั้นจัดประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างผู้มีอำนาจสูงสุดของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อสร้างข้อยุติที่ยอมรับได้ และการร่วมแถลงผลการเจรจาต่อสาธารณะ
MThai News


