ผบ.ตร. เห็นด้วย เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมม็อบ

ผบ.ตร. เห็นด้วย เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมม็อบ หลังสถานการณ์ในภาพรวมดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังมือที่ 3 ป่วน

หลังจากศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. ได้มีมติเห็นชอบเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 57) ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ควบคุมการชุมนุมทางการเมืองแทนนั้น

อดุลย์ แสงสิงแก้ว, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,

วันนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งถึงเรื่องดังกล่าวว่า เบื้องต้นเห็นด้วยกับการที่ ศรส.เตรียมเสนอให้ คณะรัฐมนตรี ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังจากสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องเฝ้าระวังเหตุแทรกซ้อน และมือที่ 3 ที่อาจจะเข้ามาก่อเหตุช่วงที่มีการเจรจาทางการเมือง

ส่วนการวางระเบิด 2 จุดทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันตุลาการ ถ.รัชดาฯ นั้นเบื้องต้นทราบเรื่องแล้ว พร้อมได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผช.ผบ.ตร. พร้อมทีมสืบสวน ลงไปดูแล

MThai News

มติศรส.เสนอ ครม. 18 มี.ค. เลิกพ.ร.ก.ใช้พ.ร.บ.ย้ำยึดกม.

“ธาริต” เผย ที่ประชุม ศรส. มีมติเสนอคณะรัฐมนตรี ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลับซบ พ.ร.บ.มั่นคง ชี้ เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศ ย้ำยึดกฏหมาย พร้อมระบุ เร่งจับ 58 แกนนำ กปปส.

ศรส. , พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้มีมติเห็นชอบ ให้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แทน เนื่องจากสถานการณ์การชุมนุม ตลอดจนเหตุร้ายแรงต่าง ๆ ลดระดับลงมากแล้ว อีกทั้งจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศ ทั้งการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งการลดระดับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง จะมีผลทันทีที่ ครม. มีมติเห็นชอบพรุ่งนี้

ส่วนกรณีที่ ศรส. กำหนดแนวทางการช่วยเหลือประชาชน และภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิด กทม. ของ กปปส. โดยให้แจ้งความร้องทุกข์ คาดว่า คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะแจ้งผลอย่างเป็นทางการกลับมายัง ศรส. ได้ภายในวันนี้ ซึ่ง ศรส. จะเสนอ ครม. เพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจโดยเร่งด่วน

นอกจากนี้ นายธาริต ยังกล่าวด้วยว่า หากกลับมาบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เจ้าหน้าที่ก็ยังคงเน้นบังคับใช้กฎหมายตามเดิม ซึ่งการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง จะมีความชัดเจนในเรื่องการกำลังควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย แต่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียรุนแรง ส่วนกรณีแกนนำที่ถูกหมายจับ 58 คน จากการชุมนุม ก็จะเดินหน้าจับกุมต่อไป

อินเดียครองแชมป์ ประเทศนำเข้าอาวุธมากสุดในโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ในสวีเดนเผยว่า  ในระหว่างปี 2009 ถึง 2013 ปริมาณการสั่งซื้ออาวุธทั้งหมดของอินเดียได้ขยับขึ้นเป็น 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับยอดการนำเข้าในช่วง 5 ปีก่อน(ปี 2004 ถึง 2008) ที่มีเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าคู่ปรับอย่างจีนและปากีสถาน

557000003115701

ทั้งนี้ในช่วง ปี 2009 ถึง 2013 อินเดียได้นำเข้าอาวุธหนักเพิ่มขึ้นถึง 111 เปอร์เซ็นต์ โดยในปี 2010 อินเดียสามารถชิงตำแหน่งผู้ซื้ออาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลกมาจากจีน

ส่วนปากีสถานซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความขัดแย้งกับอินเดียเองก็นำเข้าอาวุธเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 119 คิดเป็นสถิติการนำเข้าอาวุธจากทั่วโลกร้อยละ 2

อย่างไรก็ตาม อินเดียกำลังอยู่ในช่วงที่มีความต้องการสะสมอาวุธและสะสมอาวุธที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ให้มากกว่าจีนและประเทศคู่ปรับตลอดกาลอย่างปากีสถาน โดยมีการนำเข้าอาวุธจากรัสเซียมากที่สุดถึง 75 เปอร์เซ็นต์

MThai News