ศาลอินเดีย สั่งประหารชีวิต 4นักโทษ ข่มขืนสาวบนรถเมล์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าศาลฎีกา ประเทศอินเดีย มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้ต้องหา 4 คน ด้วยการแขวนคอ ฐานร่วมกันก่อเหตุข่มขืนและทำร้ายนักศึกษาสาวบนรถประจำทาง  เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2555 แม้ว่าก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จะมีการยื่นอุทธรณ์ก็ตาม

620-DELHI-2270856

ขณะที่ผู้ต้องหาคนที่ 5 ซึ่งปัจจุบันอายุ 18ปี ถูกตัดสินให้เข้าสถานพินิจเพียง 3 ปี เป็นโทษสูงสุดเท่าที่กฎหมายจะอนุญาต เนื่องจากขณะก่อเหตุเขายังมีอายุเพียงแค่ 17 ปี

ทั้งนี้การพิจารณาไต่สวนในศาลชั้นต้นและตัดสินอย่างรวดเร็วเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยผู้พิพากษาระบุว่าเป็นคดีที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เหตุการณ์ข่มขืนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2555 นักศึกษาสาวอินเดียวัย 23 ปี ถูกผู้ชาย 6 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ร่วมกันข่มขืนบนรถประจำทาง ขณะที่เธอกับเพื่อนชายเดินทางกลับจากดูภาพยนตร์ ก่อนจะทำร้ายคนทั้งสองและโดยนออกนอกรถ ส่งผลให้หญิงสาวเสียชีวิตในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ซึ่งกลายเป็นข่าวคึกโครมอย่างมากในอินเดียและทั่วโลก

MThai News

นพดล FB ศาลรธน.ตัดสิน พ.ร.บ.กู้ 2ลล.มิชอบ

“นพดล” FB ตั้งข้อสังเกตคำวินิจฉัยศาล รธน. เป็นการตัดสินมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทำประเทศเสียโอกาส

นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “Noppadon Pattama” ระบุ ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินตีตกกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มิชิอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำให้ประเทศเสียโอกาส โดย นายนพดล ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวคำตัดสินไว้ ดังนี้

นพดล ปัทมะ, ศาลรัฐธรรมนูญ, พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2ล้านล้าน

1. คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะการออกกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนี้ รัฐบาลใช้อำนาจโดยชอบตามมาตรา 142 และมาตรา 143(3) ของรัฐธรรมนูญ

2. ที่ศาลตัดสินว่า เงินแผ่นดินนั้นต้องจ่ายตามกฎหมาย 4 ประเภท ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 เท่านั้น เป็นการตีความกฎหมายที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะเงินแผ่นดิน มีทั้งกรณีที่ต้องนำส่งคลัง ตามกฎหมายวิธีการงบประมาณและกฎหมายเงินคงคลัง และที่ไม่ต้องนำส่งคลัง เช่น เงินกู้ไทยเข้มแข็ง 400,000 ล้านบาท สมัยพรรคประชาธิปัตย์ และกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ดังนั้น จึงไม่ขัดมาตรา 169 และ 170 ของรัฐธรรมนูญ

3. การออกกฎหมายกู้เงิน ในอดีตเคยทำมาแล้ว ประมาณ 37 ฉบับ ทำไมไม่เป็นโมฆะ

4. พรรคเพื่อไทย เสนอกฎหมายวิธีเดียวกัน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ ขอถามว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ ทำได้ แต่พรรคเพื่อไทย ทำไม่ได้

5. นายอภิสิทธิ์ ก็เคยชี้แจงในศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายสมัยรัฐบาลของตน ว่า กฎหมายกู้เงินทั้งหลายที่กำหนดให้เงินกู้ ซึ่งเป็นเงินแผ่นดิน แต่ไม่ต้องนำส่งคลังนั้น เป็นกฎหมายที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 169

6. การตัดสินว่ามี ส.ส. หนึ่งคนเสียบบัตรแทนกัน จึงทำให้กระบวนการตรากฎหมายทั้งฉบับมิชอบนั้น หากมีใครกระทำมิชอบ ก็ต้องลงโทษบุคคลนั้น และทำให้การลงคะแนนเสียไปเฉพาะรายนั้น การตัดสินให้การกระทำของคนเพียงคนเดียว ทำให้การตรากฎหมายที่มีคนลงมติเห็นด้วยเกือบสามร้อยคน ไร้ผลนั้น ถือว่าเป็นการตีความกฎหมายที่ไร้สัดส่วนกับเหตุที่เกิดขึ้น ไม่มีการแยกแยะของความสมบูรณ์ และความบกพร่องของการกระทำ

7. ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรเข้าไปพิจารณาความเหมาะสมของแผนงานโครงการที่ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลเสนอ

เวิร์คพอยท์ แจงภาพ ตั้ง อาชีวะ โผล่ประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ 4

เวิร์คพอยท์ แจงภาพ ตั้ง อาชีวะ โผล่ประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ 4 บอกเป็นภาพเก่า แต่ยอมรับเคยสมัครเข้าประกวดจริง

วันนี้ (14 มี.ค. 57) หลังจากเกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีคนส่งต่อแชร์ภาพนายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบัน ขณะกำลังเข้าร่วมประกวดรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์

นายเอกภพ เหลือรา, ตั้ง อาชีวะ, ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์, ข่าวตั้ง อาชีวะประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์

ซึ่งในภาพได้เผยให้เห็นใบหน้าของตั้ง อาชีวะ พร้อมติดป้ายผู้สมัครกำลังนั่งรอคิวเพื่อทำการแสดงโชว์อยู่ โดยรายงานระบุว่าการเข้าประกวดของ ตั้ง อาชีวะ ในครั้งนี้ เป็นการประกวดรอบออดิชั่น ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8-9 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าของรายการออกมาชี้แจงถึงเหตุที่เกิดขึ้น

ด้านตัวแทนจากบริษัท เวิร์คพอยท์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของรายการ ได้ออกมาชี้แจง และยอมรับว่า ตั้ง อาชีวะ ได้เข้าประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์จริง แต่เป็นการประกวดรายการปีที่ผ่านๆมา  ไม่เกี่ยวกับการประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 ที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่อย่างใด

MThai News