เจิมศักดิ์ แฉ 3 กลุ่มตัวการ ทุจริตคอร์รัปชั่น

เจิมศักดิ์ ชี้ ขจัดภัยคอร์รัปชั่นต้องปฏิรูป 3 ส่วนสำคัญคือ นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า ขณะที่นักวิชาการ ระบุต้องเน้นตรวจสอบข้อมูล พร้อมเพิ่มอำนาจให้องค์กรภาคประชาสังคม

10-1

บรรยากาศการจัดเวทีระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปฏิรูประบบตรวจสอบ ปลูกสำนึกคนไทย ขจัดภัยคอร์รัปชัน” โดยมี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เป็นประธาน พร้อมคณะแกนนำกปปส. และมีนักวิชาการจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมงานอาทิ  นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายสังศิต  พิริยะรังสรรค์  นายคมสันต์ โพธิ์คง  นายรัตพงษ์ สอนสุภาพ

นายเจิมศักดิ์ ได้กล่าวว่า ต้องปฏิรูปในสามส่วนที่สำคัญ คือ นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ เพราะทั้งหมดนี้สอดคล้องกัน เนื่องจากเมื่อการการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกครั้ง มักจะเกี่ยวข้องกับ 3 ส่วนนี้เสมอ ซึ่งที่ผ่านมาระบอบทักษิณบิดเบือน นโยบาย เพราะมีความพยายามที่จะใช้วิธีทางอ้อมในการดำเนินการนโยบาย ไม่ดำเนินการทางตรงเช่น พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้าน ที่ไม่ดำเนินโครงการภายในงบประมาณประจำปี ทำให้เกิดการทุจริตเป็นวงกว้างและเป็นช่องทางการทุจริตช่องใหญ่

ด้าน นายรัตพงษ์ กล่าวว่า การปฎิรูปควร เน้นที่การตรวจสอบข้อมูล ที่ผ่านมาตลอด 10 ปี มีแนวโน้มการทุจริตสูงขึ้น จากข้อมูลของ ป.ป.ช.มีคดีทุจริตเข้ามาอย่างน้อย 3,000 คดีต่อปี ดังนั้นจึงต้องดำเนินการตรวจสอบกับองค์กรที่ทุจริตมาก คือ การเมือง รวมไปถึงพรรคการเมือง เน้นการป้องกันมากกว่าการปราบปราม  เพิ่มระดับและอำนาจให้องค์กรภาคประชาสังคม การเข้าถึงข้อมูลของภาคประชาสังคมยากเกินไป ทำให้การตรวจสอบยาก ดังนั้นโครงการทุกโครงการต้องดำเนินการอย่างเปิดเผย ภาคประชาสังคมสามารถเข้าถึงข้อมูล

MThai News

นายกฯ เสียดาย เงินกู้ 2.2ลล.ไม่ผ่านศาลรธน.

ยิ่งลักษณ์ เสียดาย เงินกู้ 2.2ลล.ไม่ผ่านศาลรธน. วอน ปชป. มองที่เจตนา หากจะยื่น ป.ป.ช. ถอดทอนออกจากรักษาการนายกฯ 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ข่าวพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2ล้านล้าน

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ. 2.2 ล้านล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า รู้สึกเสียดายโอกาสที่ไม่สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนได้

ทั้งนี้ขอไปศึกษารายละเอียดคำตัดสินของศาลก่อนส่วนจะดำเนินการต่อไปอย่างไรนั้นต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะเข้ามาสานต่อหรือไม่ ทั้งนี้ขอยืนยันว่ารัฐบาลได้พยายามทำอย่างเต็มที่ เพื่อจะพัฒนาประเทศตามที่แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา โดยมุ่งลดความเลื่อมล้ำทางสังคม

ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์ จะนำการตีความของศาล รธน. ไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ(ป.ป.ช.) เพื่อถอดถอนตนออกจากรักษาการนั้น ขอให้มองเจตนาที่ต้องการทำเพื่อประเทศ และขอความเป็นธรรมด้วย อย่ามองดูที่กฏหมาย เพื่อจะมาลิดรอนหรือตัดสิทธิของทุกคน เพราะจะทำให้พัฒนาประเทศลำบากหากไม่มองเจตนาเบื้องต้น หวังว่าจะได้รับความยุติธรรมและเห็นใจ อย่างไรก็ตามระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว นายกฯ มีน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาคลอเบ้าด้วย

MThai News

พงศพัศ แทงกั๊ก ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

พงศพัศ โยน พรรคเพื่อไทย ตัดสินส่งลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ใหม่หรือไม่ หลังกกต.แจกใบเหลือง ชายหมู

09

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกใบเหลืองม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ว่า ยังต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะตามกระบวนการหากศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับฟ้องคำร้องของกกต. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วให้รองผู้ว่าฯกทม.มารักษาการแทน

ทั้งนี้คิดว่าศาลน่าจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 6 เดือน หากศาลตัดสินให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็ต้องเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.กันใหม่ ใครจะมาสมัครก็ได้ ทั้งคนเก่าหรือคนใหม่

“ตอนหาเสียงผู้สมัครทุกคน ทั้งตน และม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คุยกันบ่อยว่า เราจะสนับสนุนเรื่องการปราศรัยที่ไม่ใส่ร้ายกัน และก็เป็นเรื่องที่ดีที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เองก็ยอมรับมติกกต.” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวและว่า

ส่วนสุดท้ายหากศาลตัดสินให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ตนจะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังอีกไกล พรรคเพื่อไทยจะส่งอีกหรือไม่ตนไม่ทราบ ต้องถามทางพรรคเอง เพราะปัจจุบันตนเป็นข้าราชการประจำ ไม่มีสิทธิไปพูดเรื่องการเมือง ต้องทำหน้าที่เลขาธิการป.ป.ส.ให้ดีก่อน ตนจะพร้อมหรือไม่พร้อมลงสมัครขอให้ถึงเวลาจะรู้เอง ส่วนเมื่อเช้าวันนี้(12 มี.ค.)ที่ไปส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นเครื่องบินไปราชการต่างจังหวัด ท่านก็ไมได้พูดอะไรถึงเรื่องนี้เลย

MThai news