ชูวิทย์ จี้ สุขุมพันธุ์ ลาออกพ้นผู้ว่ากทม. หลัง กกต.แจกใบเหลือง บอกเพื่อเป็นการรักษามาตราฐานการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนเหน็บถึงคราวพรรคประชาธิปัตย์ต้องสิ้นไร้ไม้ตอก
เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (11 มี.ค. 57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ I’m No.5 แสดงความเห็นถึงกรณีที่ กกต. มีมติแจกใบเหลือให้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังมีความเห็นว่าการปราศรัยหาเสียง ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีเนื้อหาโจมตีใส่ร้ายผู้อื่น

ซึ่งนายชูวิทย์ เรียกร้องให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รักษามาตฐานการเมืองของประชาธิปัตย์เหมือนที่อภิรักษ์เคยทำ อีกทั้งยังได้แสดงความเห็นเพิ่มเติม ว่า ถึงคราวที่พรรค ปชป. อาจถึงขั้นสิ้นไร้ไม้ตอก จากกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า
“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
นี่เป็นการทำ “แฮททริค” ของพรรคประชาธิปัตย์ในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. หลังจากที่คุณอภิรักษ์เคยโดน ขณะอยู่ในตำแหน่ง เมื่อ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีรถดับเพลิงมูลค่าโครงการกว่า 6 พันล้าน ส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ให้คุณอภิรักษ์ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ มาต่อสู้คดี มีการเลือกตั้งใหม่ และได้คุณสุขุมพันธ์เป็นผู้ว่าฯ คนต่อมา
วันนี้ กกต. แจกใบเหลืองให้กับคุณสุขุมพันธุุ์ จากการปราศรัยหาเสียงให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามของคุณสุเทพ ทำให้ “กรรมตามสนอง” ด้วยมาตรฐานเดียวกัน คุณสุขุมพันธุ์ต้องลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เช่นเดียวกับคุณอภิรักษ์ เพราะเป็นมาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการการเมืองที่สะอาด ชัดเจน และเคารพองค์กรกลาง ไม่ว่า ป.ป.ช. หรือ กกต.
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่มีทางอื่นใดที่คุณสุขุมพันธุ์จะทู่ซี้อยู่ในตำแหน่ง ต้องออกไปต่อสู้คดีในศาลให้ปราศจากมลทินเสียก่อน และต้องมีการจัดเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ใหม่ เพราะถึงอย่างไรในช่วงนี้ มีผู้ว่ากทม. ก็เหมือนไม่มีอยู่แล้ว
นี่เป็นการเมืองแบบที่พรรคประชาธิปัตย์และคนกรุงเทพฯ สนับสนุนไม่ใช่หรือ? แต่ผมเกรงว่าพรรคประชาธิปัตย์ปากบอกว่าอยากเห็นการเมืองใหม่ ส่วนความคิดยังคงติดอยู่กับการเมืองแบบเก่า เพราะนี่เป็น “บ่อน้ำบ่อสุดท้าย” ของพรรคประชาธิปัตย์
หากไร้ซึ่งตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.เสียแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เหลืออะไรถึงขั้น “สิ้นไร้ไม้ตอก” เพราะการเมืองสนามใหญ่ระดับประเทศตั้งแต่ภารโรงยันหัวหน้าพรรค ฝากความหวังไว้ที่คุณสุเทพคนเดียว ยังไม่รู้จะออกลูกผีหรือลูกคน ถ้ามันจะต้องเอาความอยู่รอดของพรรค แลกกับอุดมการณ์ที่มั่นคง ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทบทวนสุมหัวกันแล้วไม่สามารถยอมรับได้
การเมืองที่สะอาดอย่างที่ใครๆ ใฝ่ฝัน เพ้อเจ้อไปถึงเรื่องปฏิรูปที่ว่าการเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ไม่จ่ายเงินซื้อเสียง มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่มันเป็นเรื่องความอยู่รอดของพรรค มันก็อีกเรื่องหนึ่ง
เดี๋ยวคุณอภิสิทธิ์จะต้องออกมายืนยันว่า การแจกใบเหลืองไม่กระทบต่อการทำงานของผู้ว่าฯกทม. นี่แหละครับ “อุดมการณ์” ของพรรคประชาธิปัตย์ ของแท้ไม่แปรผัน ส่วน “ลุงกำนัน” ฮีโร่ของพรรคประชาธิปัตย์ กำลังจะทำให้พรรคลำบาก เพราะลมปากของตัวเองกฎการเมืองอาจจะหนีพ้น แต่กฎแห่งกรรมมันยากที่จะเลี่ยง คนเขาถึงบอกว่า “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
MThai News