ศาลอาญา อนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาได้ คดีกล่าวหาตำรวจมักกะสันอนาจารเด็กสาว บนโรงพักเมื่อปี 2548 หลังโจทก์-จำเลย ตกลงกันได้

วันนี้ (11 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีที่ นายทวีสิน กับ นางกุหลาบ (ขอสงวนนามสกุล) และ น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 15 ปี บิดา มารดา และบุตรสาวผู้เสียหาย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโจทก์ที่ 1-3 ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ไสว ลอบลัด สารวัตรสืบสวน สน.มักกะสัน ขณะนั้นเป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี, หน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
สำหรับคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2548 ระบุว่า วันที่ 23 ก.พ.2548 เวลากลางวัน ผู้เสียหายเดินทางไปพบกับจำเลย เพื่อสอบปากคำในคดีที่ผู้เสียหายถูกเพื่อนบ้านบุกเข้าไปทำการข่มขืน ซึ่งระหว่างการสอบปากคำ จำเลยหลอกลวงพาผู้เสียหายไปกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายพาผู้เสียหายไปที่ห้องน้ำชั้น 3 บน สน.มักกะสัน อ้างว่าเพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราในคดีที่ผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกเพื่อนชายข่มขืน เหตุเกิดที่ สน.มักกะสัน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.
โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าคำเบิกความของผู้เสียหายกลับไปกลับมา ศาลจึงเห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227/2 จึงไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้องศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ระหว่างพิจารณาคดีโจทก์และจำเลยสามารถตกลงกันได้ โดยไม่ประสงค์ดำเนินคดีอีก
ส่วนจำเลยก็ไม่คัดค้าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อในคำร้องขอถอนฎีกาแล้ว ศาลจึงอนุญาตให้ถอนฎีกาได้ โดยถอนคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ต.ต.ไสว นั้น ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเมื่อต้นปี 2548 แต่ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบวินัยได้พิจารณาแล้วมีความเห็นให้ไม่มีความผิดจึงให้กลับเข้ารับราชการใหม่ ปัจจุบันเป็นพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แต่ไปช่วยราชการ สน.นางเลิ้ง
MThai News