พท.ยัน ฝ่ายกม.มั่นใจรบ.รักษาการได้ไม่ผิด

โฆษกเพื่อไทย แจง ฝ่ายกฎหมายพรรคมั่นใจ รัฐบาลรักษาการได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ จี้ สุเทพ มอบตัว อย่าอ้างการปฏิรูปประเทศบังหน้า 521949-01 นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาล รักษาการ โดยอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 และ 172 ว่า เรื่องดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวเป็นขบวนการตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. และกลุ่ม 40 ส.ว. ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรค ตรวจสอบบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พบว่ามาตรา 127 กำหนดให้เปิดประชุมสภาภายใน 30 วัน หลังการเลือกตั้ง และไม่มีบทบัญญัติที่ระบุชัดเจน ว่า หากไม่สามารถปฏิบัติตามได้ จะมีผลบังคับตามมาในส่วนใด เมื่อไม่มีการกำหนดบทบลงโทษ และพบว่ามีบทบัญญัติกำหนดว่า คณะรัฐมนตรี จะพ้นจากตำแหน่งได้ต่อเมื่อมีรัฐบาลใหม่ หากยังไม่มีรัฐบาล ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รัฐบาลเดิมจะต้องรักษาการ

ส่วนกรณีที่นายสุ เทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะจัดเวที มวลมหาประชาชนเดินหน้าเปลี่ยนแปลงประเทศ ระหว่างวันที่ 10-21 มี.ค. ว่า เป็นการจัดอีเว้นท์รายวัน โดยนำมวลมหาประชาชนเป็นข้ออ้างของ นายสุเทพ กับพวกในการหนีคดี หนีหมายจับ ดังนั้น ขอเรียกร้อง นายสุเทพ ก่อนจะปฏิรูป หรือสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างให้กับสังคม พร้อมทั้ง ขอให้เลิกคิดการขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7

นอกจาก นี้ โฆษกพรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้อง นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. มอบตัว หลังศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ออกหมายจับ เพราะถ้ากล้าทำก็ต้องกล้ารับ คนเป็นอดีต ส.ส. เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอิสสระ ต้องไปมอบตัว อย่าอ้างภารกิจต้องชุมนุมทางการเมืองก่อน นายอิสสระ ควรแสดงวุฒิภาาวะความเป็นผู้นำไปสู้คดี

ปชป.จี้นายกฯคืนตำแหน่ง’ถวิล’ฉะอย่ายื้อเวลา

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องนายกรัฐมนตรี คืนตำแหน่ง เลขาฯสมช. ให้ ถวิล ใน 45 วัน ฉะ อย่ายื้อเวลา ชี้ สถานภาพรัฐบาลผิดปกติ เรียกร้อง นายกฯ เร่งแก้ปัญหาการเมืองโดยเร็ว 521936-01

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขั้นตอนตามกฎหมายไม่สามารถคืนตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี ได้ภายใน 45 วันตามที่ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัย ว่า รัฐบาลควรเคารพอำนาจศาล และขอให้รัฐบาล ทบทวนตอนที่ได้โยกย้าย นายถวิล ออกจากตำแหน่ง ใช้เวลากี่วัน ซึ่งในตอนนั้น มีขั้นตอนมากกว่านี้ เพราะต้องการให้ตำแหน่ง ผบ.ตร. ว่าง เพื่อให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.

ดังนั้น ถือเป็นข้ออ้างของความพยายามที่จะยื้อเวลาไม่ให้ นายถวิล เข้ามาทำหน้าที่ เลขาธิการ สมช. มากกว่า จึงขอเรียกร้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ให้คืนตำแหน่งให้ นายถวิล ตามที่ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยด้วย

ขณะนี้ สถานการณ์ในบ้านเมืองเดินหน้าเข้าสู่ความผิดปกติ ซึ่งขอใช้คำว่า “พิการ” เริ่มตั้งแต่ที่ตัวรัฐบาล มีความพยายามให้มีการวินิจฉัยเรื่องให้เปิดสภาภายใน 30 วัน หลังการเลือกตั้ง ซึ่งมีแนวโน้มว่า สถานะรัฐบาลอยู่ในภาวะผิดปกติ และตัว นายกรัฐมนตรี ก็อยู่ในสภาพผิดปกติ ซึ่งหากถูก ป.ป.ช. ชี้มูล

นอกจาก นี้ ยังมีปัญหาการเลือกตั้ง เพราะมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นการเลือกตั้งที่โมฆะ โดยการเลือกตั้ง 2 ก.พ. นั้น ถือว่าไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้ว เนื่องจาก ไม่ได้จัดการเลือกตั้งภายในวันเดียว และมีหลายประเด็นส่อจะขัดรัฐธรรมนูญ

ทั้ง นี้ คนที่จะยุติความผิดปกติทั้งหมดนี้ได้ คือ นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเร่งแสวงหาทางออกเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง โดยต้องไม่ปล่อยให้กลไกที่มีปัญหา ดำรงอยู่ในลักษณะนี้ต่อไป

ปอ.38 เบรกแตก พุ่งชนป้อมตำรวจ สามเหลี่ยมดินแดง เจ็บ 4

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 09.30 น. เกิดเหตุรถประจำทางปรับอากาศ สาย 38 เสียหลักออกนอกเส้นทางเสยขึ้นฟุตปาธชนเข้ากับป้ายบอกทางและพุ่งชนป้อมตำรวจสน.ดินแดง บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถนนราชปรารภ แขวงและเขตดินแดง ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บ 3 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 2 ราย  เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี ล่าสุดมีรายงานว่าอาการปลอดภัยแล้วทั้งหมด มีแค่รอยบอบช้ำเล็กน้อยขณะที่คนขับรถเมล์ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

รถเมล์ปอ.38พุ่งชนป้อมตำรวจ
(ขอบคุณภาพจาก Facebook พลังประชาชน โค่นล้มระบบทักษิณ)

ทั้งนี้รถปอ.38 ดังกล่าวป้ายทะเบียน 15-4017 กรุงเทพมหานคร หมายเลขข้างรถ 38-12 วิ่งระหว่าง ม.รามคำแหง 2 – ม.จันทร์เกษม เป็นของบริษัทไพศิริเดินรถจำกัด สภาพรถกระจกหน้าแตกละเอียด

จากการสอบสวนนายสิงห์ค้า จงเจริญ อายุ 67 ปี คนขับรถเมล์คันดังกล่าว ให้การว่าขณะกำลังขับรถมาจากย่านประตูน้ำเข้าถนนราชปรารภเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนพยายามเหยีบยเบรกเพื่อชะลอ แต่ปรากฎว่าเหยียบไม่ติด ด้วยความตกใจเกรงว่าจะพุ่งชนรถคันอื่นเข้าจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยพุ่งออกนอกเส้นทางแทน กระทั่งไปชนกับป้ายบอกทางและป้อมดังกล่าว โดยตนก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและมีเลือดออกด้วย

เบื้องต้นตำรวจได้ส่งตัวนายสิงห์ไปตรวจร่างกาย พร้อมทั้งหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์ที่ รพ.ราชวิถี นำมาสอบสวนในการหาสาเหตุ ขณะเดียวกันจะต้องตรวจดูด้วยว่าเบรกรถใช้งานไม่ได้จริงหรือไม่ เพื่อสรุปสำนวนอีกครั้งว่าเป้นอุบัติเหตุหรือความประมาท รวมทั้งประสานได้ในเรื่องค่าเสียหายต่อไป

MThai News