นายกฯยังไม่คิดเว้นวรรค ปัดถกทักษิณ หนักใจแจงข้าวปปช.

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า วันนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องการเว้นวรรคทางการเมือง 1 ปี ตามที่มีข่าว

526535-01

แต่ต้องคิดตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเพื่อให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อไป โดยหวังว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะให้ความร่วมมือในการลงเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งนี้ ปฏิเสธว่า ยังไม่ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนในตระกูลชินวัตร

ถึงเรื่องนี้ แต่ต้องฟังความคิดเห็นประชาชน ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งหมด พร้อมย้ำว่า ตนไม่ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บ้านเมืองสงบตามระบอบประชาธิปไตย

ขณะที่ยอมรับว่า ค่อนข้างหนักใจถึงกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไม่ขยายเวลาในการเข้าชี้แจงโครงการรับจำนำข้าว

โดยตั้งข้อสังเกตว่า กรณีอื่นจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้วจะส่งผลสรุปให้ คณะกรรม ป.ป.ช. ชุดใหญ่ แต่กรณีของตนไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการ จึงขอความยุติธรรมให้เหมือนกับกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนอื่นๆ ให้เกิดความเท่าเทียมกัน หากท้ายที่สุดแล้ว ป.ป.ช. ยืนยันให้เข้าชี้แจงในวันที่ 31 มีนาคม

ตนก็ต้องทำตามขั้นตอน ป.ป.ช. ส่วนจะไปชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่นั้น ขอหารือทีมทนายความก่อน ซึ่งตนยังไม่เห็นเอกสารทั้งหมด รวมทั้ง ป.ป.ช. ได้เปิดโอกาสให้สามารถส่งเป็นเอกสารเพื่อชี้แจงได้

ปธ.มั่นคงยูเครนเผย ทหารรัสเซีย ประชิดพรมแดน

นายอันดรี ปารูบี ออกมาเปิดเผย  ทหารรัสเซียเกือบ 100,000นาย เคลื่อนทัพถึง พรมแดนยูเครน แล้ว ล่าสุด เตรียมรับมือการรุกรานเต็มที่ 526463-01 สื่อ ต่างประเทศรายงาน นายอันดรี ปารูบีประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติของยูเครนกล่าวต่อผู้ฟังชาวอเมริกันผ่าน ทางอินเตอร์เน็ตในกรุงเคียฟว่ามีทหารรัสเซียเกือบ 100,000นายเคลื่อนกำลังเข้าประชิดพรมแดนยูเครนในทิศทางที่จะไปยังเขตคาร์คีฟ เมืองโดเนต์สค์ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงว่ากองทัพสหรัฐประเมินไว้ทั้งนี้ ทหารรัสเซียไม่ได้อยู่แต่ในเขตไครเมียเท่านั้นแต่ยังกระจายอยู่ตามพรมแดนของ ยูเครนทั้งหมดทั้งภาคใต้ ตะวันออกและภาคเหนือประธานสภาความมั่นคง แห่งชาติของยูเครน กล่าวต่อสภาแอตแลนติกซึ่งเป็นสถาบันวิชาการแห่งหนึ่งของสหรัฐว่าหลังจา กรัสเซียเข้าแทรกแซงคาบสมุทรไครเมียแล้วก็กำลังวางแผนที่จะปลุกระดมให้เกิด ความรู้สึกแบ่งแยกดินแดนในที่อื่นๆ ด้วย และรัฐบาลยูเครนก็กลัวว่ามีความเป็นไปได้ที่กองทัพรัสเซียจะบุกเข้าทางตะวัน ออกของประเทศอย่างไรก็ตามยูเครนก็เตรียมพร้อมรับมือการรุกรานของรัสเซียอยู่ ตลอดเวลา

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า มีทหารรัสเซียมากกว่า20,000นายซึ่งรวมทั้งทหารอากาศและยานยนต์หุ้มเกราะ ประจำการอยู่ตามแนพรมแดนของยูเครนถือว่าเป็นจำนวนทหารที่มากพอในการบุกยึด พื้นที่ด้านตะวันออกของยูเครนได้เลย

นายปารูบีกล่าวด้วยว่ารัฐบาล ยูเครนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของประเทศตะวันตกที่ใช้มาตรการลงโทษคว่ำบาตรรัส เซียและเรียกร้องให้หุ้นส่วนทางทหารส่งสัญญาณถึงรัสเซียกรณีการกระทำของรัส เซีย

โรคระบาดหมูทำผลผลิตลด-ราคาแพงทั่วเอเซีย

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ แจงราคาหมูแพงพร้อมกันทั่วเอเซีย เหตุโรคระบาด PED และ PRRS ทำหมูขาดตลาดทั้งปี

PIG12453+

นายกิดดิวงศ์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั้งภูมิภาคเอเชียต่างประสบปัญหาเรื่องโรคระบาดในสุกรทั้งโรค PED และโรค PRRS ที่ก่อความเสียหายแก่อุตสาหกรรมสุกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวเมื่อเดือนกันยายน-ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา ภาวะโรคระบาดทั้ง 2 โรค ที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ปรากฏผลในปัจจุบัน ทำให้ปริมาณสุกรขุนหายไปถึง 5% ทำให้ราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มของแต่ละประเทศสูงขึ้น อาทิ จีน ราคาอยู่ที่ 82-85 บาทต่อกิโลกรัม ลาว เขมร เวียดนาม ราคาอยู่ที่ 80-85 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ไทย ราคาหมูอยู่ที่ 70-75 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ต้นทุนการผลิตสุกรขุนอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือประมาณ 6,000-6,200 บาทต่อตัว

นายกิดดิวงศ์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคสุกร ทั้งโรค PED ในลูกสุกรแรกเกิดถึงอายุ 7 วัน ทำให้ลูกสุกรเสียหาย 80-100% ประกอบกับมีโรค PRRS ระบาดทำให้เกิดการแท้งในแม่สุกรอุ้มท้อง มีอัตราสูญเสียสูงถึง 20-30% และมีผลต่อเนื่องไปถึงสุกรเล็กที่น้ำหนัก 30-50 กิโลกรัมด้วย จากปัญหาโรคระบาดดังกล่าว ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตหมูขุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 500 บาทต่อตัว เป็นต้นทุนที่ตัวละ 6,500-6,700 บาท เกษตรกรบางส่วนจึงต้องเลิกเลี้ยงหมูไปในที่สุด ส่งผลให้หมูแม่พันธุ์หายไปถึง 5 หมื่นตัว ส่งผลให้ปริมาณหมูขุนในตลาดลดลงตามไปอีกกว่า 5%

อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ชิ้นส่วนของสุกรไม่ได้ขายในราคาเดียวกันทั้งหมด โดยสุกรขุน 1 ตัว น้ำหนัก 100 กก. เมื่อถูกชำแหละ นำเอาเลือด ขน อวัยวะภายใน และส่วนที่อยู่ในทางเดินอาหารที่ไม่สามารถบริโภคได้ออกแล้ว จะได้ซากที่ขายได้จริงเพียง 75 กก. ที่สำคัญคือ มีส่วนของเนื้อแดง คือ สันใน สันนอก เนื้อสะโพก เนื่อไหล่ ที่เป็นชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของตัวสุกรอยู่เพียงประมาณ 35-38 กก.เท่านั้น และแต่ละชิ้นส่วนของหมู ทั้งเนื้อแดง กระดูกซี่โครง และสามชั้น ล้วนขายกันคนละราคาทั้งสิ้น เมื่อนำมาเฉลี่ยแล้วราคาสุกรจะสูงไม่ถึงระดับราคาสูงสุดในแต่ละช่วงดังที่เข้าใจ

“นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนจัดในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อตัวหมู ทำให้เกิดความเครียด ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสุขภาพ หมูจึงกินอาหารน้อย การเจริญเติบโตช้าลง มีอาการหอบ เกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันลดลง เป็นโรคได้ง่าย ต้องใช้เวลาในการเลี้ยงนานขึ้นกว่าจะได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการ และในหลายพื้นที่ยังคงมีปัญหาโรคระบาดอยู่ ขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลเช็งเม้งและเทศกาลสงกรานต์ ที่ความต้องการบริโภคจะเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปริมาณหมูในท้องตลาดกลับไม่เพียงพอต่อความต้องการ” นายกิดดิวงศ์ กล่าว

MThai News