รถทัวร์ไทยกว่าครึ่ง ระบบทรงตัวไม่ได้มาตรฐาน

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยถึงข้อมูลการทดสอบการทรงตัวของรถในปี 2556 จากการทดสอบรถทั้งหมด 1,250 คัน พบว่ามีรถยนต์ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 43.6%

eded
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว)

ทั้งนี้ ในจำนวน 1,250 คัน มีรถผ่านเกณฑ์ 705 คัน คิดเป็นร้อยละ 56.4% ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 545 คัน คิดเป็นร้อยละ 43.6% ประกอบด้วย
– รถโดยสารมาตรฐาน 1 (รถปรับอากาศชั้นเดียวมีห้องน้ำ) จำนวน 188 คัน
ผ่าน 107 คัน ไม่ผ่าน 81 คัน
– รถโดยสารมาตรฐาน 2 (รถปรับอากาศชั้นเดียวไม่มีห้องน้ำ) จำนวน92 คัน
ผ่าน 65 คัน ไม่ผ่าน 27 คัน
– รถโดยสารมาตรฐาน 3 (รถพัดลมชั้นเดียว)จำนวน 128 คัน
ผ่าน 52 คัน ไม่ผ่าน 76 คัน
– รถโดยสารสองชั้น จำนวน 842 คัน
ผ่าน 481 คัน ไม่ผ่าน 361 คัน

โดยรถที่ไม่ผ่านการทดสอบการทรงตัวจะต้องไปดำเนินการแก้ไขก่อนนำเข้ามารับการทดสอบอีกครั้ง หากไม่ผ่านก็จะไม่สามารถจดทะเบียน หรือต่ออายุภาษีได้ ซึ่งหากนำไปใช้งานก็จะมีความผิดตามกฎหมาย

สำหรับมาตรฐานการทรงตัว ให้รถโดยสารที่มีความสูงตั้งแต่ 3.60 เมตรขึ้นไป ต้องมีเกณฑ์การทรงตัวไม่ต่ำกว่า 30 องศา ซึ่งมีผลบังคับใช้กับรถที่จดทะเบียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.56 และรถโดยสารที่จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่ 1ม.ค.56 จะต้องแก้ไขให้เป็นไปตามประกาศนี้ก่อนวันที่ 1 ม.ค.61

MThai News

ชวนนท์ แนะยิ่งลักษณ์ ขจัดระบอบทักษิณ หากไม่อยากเว้นวรรคการเมือง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แนะยิ่งลักษณ์ ขจัดระบอบทักษิณ หากไม่อยากเว้นวรรคการเมือง ก่อน ฉะ ณัฐวุฒิ ปูดโผครม.-นายกฯคนกลาง หวังปลุกเสื้อแดงเป็นกำแพงกั้นคุก

วันนี้ (27 มี.ค. 57) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาตอบโต้ถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็มที่ในการทำงาน จนทำให้เกิดผลกระทบกับการเจรจาการค้าความร่วมมือระหว่างประเทศ หลังเข้าพบทูตอินเดียนั้น ว่า

ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสิทธิ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแต่ต้องพูดความจริง ไม่บิดเบือนสาระ การเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยอินเดียเป็นเรื่องระดับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติตามปกตินักการเมืองไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ ดังนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบคำพูดเพราะสุดท้ายอาจกระทบกับเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

นอกจากนี้นายชวนนท์ ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวตระกูลชินวัตร จะเว้นวรรคทางการเมือง 1 ปี เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ต้องออกจากการเมือง แต่ควรทำตัวเป็นวีรสตรี ล้มล้างสิ่งที่พี่ชายตัวเองทำไว้ โดยประกาศว่าต่อไปนี้ประเทศไทย จะไม่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ เพราะรากเหง้าของปัญหาเกิดจากระบอบนี้ ซึ่งถ้าหากทำได้เชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ และตระกูลชินวัตร จะอยู่ในการเมืองไทยได้ตลอดไป

ส่วนการที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการ นปช. ได้ออกมาเผยชื่อเปิดโผนายกฯ คนกลาง ขึ้นมานั้น ถือว่าเป็นการป้ายสี สร้างความไม่ชอบธรรมให้กับบุคคลเหล่านั้น ขณะเดียวกันใช้ข้ออ้างดังกล่าวมาเป็นยุทธศาสตร์สร้างกระแสปลุกคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว ให้เป็นกำแพงคุ้มกันตัวเอง เพราะว่าถ้าหากรัฐบาลมีอันเป็นไป นายณัฐวุฒิ ต้องถูกดำเนินคดีก่อการร้ายแน่นอน

ดังนั้นตนจึงขอตั้งฉายาให้กับคนเหล่านี้ว่า “เป็นกุ๊ยไม่รู้หน้าที่” ทำงานไม่เต็มเวลาแต่ยังก้มหน้ารับเงินภาษีของประชาชน ควรเอาเวลาไปแก้ปัยหาให้กับชาวนา ราคาพืชผลตกต่ำดีกว่าใช้เวลาไปออกทีวีเสื้อแดงสร้างเรื่องโกหก

MThai News

ตะลึงพบ 2 ศิวลึงค์ทองคำ อายุร่วมพันปี

วันนี้(27 มี.ค.) มีรายงานข่าวว่า ที่ถ้ำเขาพลีเมือง ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการขุดค้นพบศิวลึงค์ทองคำ 2 องค์ โดยคนที่ขุดพบคือ นายเสกสันต์ นาคกลัด ชาวบ้านที่เข้าไปขุดมูลค้างคาวในถ้ำดังกล่าว

13959085501395909138l

โดยนายเสกสันต์เผยว่า ขณะที่ตนกำลังขุดมูลค้างคาวก็พบแผ่นอิฐรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสจึงงัดออกมาจากพื้นพบผอบทำด้วยโลหะมีฝาปิดครอบไว้ เมื่อเปิดออกก็พบศิวลึงค์ทองคำ

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่าจากการตรวจสอบศิวลึงค์ดังกล่าวน่าจะอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 หรือมีอายุกว่า 1,000 ปี  ซึ่งนอกจากศิวลึงค์ที่ค้นพบแล้วยังประกอบด้วยผอบโลหะ อิฐสี่เหลี่ยมหลายขนาด ฐานโลหะ แผ่นทองสี่เหลี่ยมจตุรัส ทั้งนี้เมื่อปี 2525 พบว่า พื้นที่ อ.สิชล มีเทวาลัยในศาสนาพราหณ์ไม่ต่ำกว่า 30 แห่งกระจายอยู่และเคยมีการพบศิวลึงค์ในเขตอำเภอสิชลแล้ว 24 องค์

MThai News