ประชาธิปไตยลวง! จุดเปลี่ยนสถานการณ์ เข้าทางปืน…

แม่นเหมือนจับวาง คำคาดการณ์สถานการณ์การเมืองของ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่ได้วิเคราะห์ มติศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 20 มี.ค.ที่ว่า…
ไม่ว่าในวันที่ 21 มีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติอย่างไร ระหว่างการเลือกตั้งโมฆะ หรือเดินหน้าต่อ 28 เขตภาคใต้ที่เหลือ คือจุดจบของการเริ่มต้นปัญหารอบใหม่ทั้งสิ้น
หากศาลชี้ว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.และรัฐบาลต้องไปตกลงกันว่าจะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน ก็จะเป็นประมาณวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม
แต่กระแสมวลชนทั้งฝ่าย นปช. ที่อาจไม่ยอมรับคำตัดสิน หรือฝั่ง กปปส. ที่ยังอาจยืนยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จะนำสถานการณ์ของประเทศไปสู่มุมอับยิ่งขึ้น
และวันนี้ประเทศไทยก็กำลังเดินเข้าสู่มุมอับ ไร้ซึ่งทางออก เพราะปมปัญหามิได้คลี่คลาย แต่กลับกลายเสมือนถูกผูกปมให้แก้ยากเย็นยิ่งขึ้น
ฤา…เหตุการณ์ในปี 2549 จะย้อนกลับมาให้จดจำซ้ำอีกครั้ง…
เนื่องเพราะ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ เช่นเดียวกับ การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549
กระนั้นการชุมนุมต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” ในปี 2549 ก็มิต่างจากวันนี้ เช่นเดียวกับการบอยคอตการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาก็มิต่างจากปี 2549
และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือเหตุการณ์เดือนเมษา ที่จะถึง…จะเกิดอะไรขึ้นคงไม่จำเป็นต้องคาดเดา เพราะเมื่อทั้ง 2 ฝ่าย คือ นปช. และ กปปส.ต่างตั้งท่ารุกคืบเข้าหาซึ่งกันและกัน… เหตุ “ปะทะ” ย่อมเกิดขึ้น หากมิต้องการหลีกเลี่ยง
เช่นนั้นย่อมเข้าล็อคของความชอบทำ…ความชอบทำในการทำ ปฏิวัติ รัฐประหาร ดัน “นายกฯคนกลาง” นอกรัฐธรรมนูญจึงอุบัติขึ้น …
เหตุนี้จึงเป็นความชอบธรรม…กว่า 80 ปีที่มีรัฐธรรมนูญจึงไร้ความหมาย ประชาชนชาวไทยถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยภาพลวงตาแห่ง ประชาธิปไตย เพราะอำนาจแท้จริงกลับอยู่ภายใต้เงาแห่งความยุติธรรม…
“หากไม่จบแบบเลือกตั้งแล้วจบแบบไหน” รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง ได้ตั้งคำถามนี้ไว้ เนื่องเพราะเห็นว่า ที่ผ่านมาคนหวังว่าถ้ายุบสภา จะได้จบ
แต่ดูสถานการณ์ในขณะนี้มิใช่จะเป็นเช่นนั้นแล้ว
รศ.ดร.สุขุม ยังบอกอีกว่า ถ้าสถานการณ์การเมืองจะจบในเดือน เม.ย. ก็ต้องจบแบบนอกรัฐธรรมนูญ ได้ นายกฯที่ไม่ใช่ส.ส. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่หากเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์กลับมาลงเลือกตั้ง ก็คงจบแบบความขัดแย้งที่บรรเทาลง
แต่เชื่อว่าจะมีกลุ่มคนไม่อยากให้จบแบบเลือกตั้ง เพราะแม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะพ้นจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีด้วยคดีความต่างๆ แต่ก็ยังมีผู้เข้ามารักษาตำแหน่งแทน
ดังนั้นความพร้อมจึงอยู่ที่จังหวะ จึงอยู่ที่สถานการณ์เป็นตัวพาไป เนื่องเพราะทุกอย่างได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว เพียงแต่ปลุกเร้าให้ “เข้าทางปืน” เท่านั้นเอง
“แมนเมือง”