ระทึก! พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายบึ้ม วางป่วน กปปส. สวนลุม

มวลชน กปปส. แจ้งจนท. หลังพบพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายบึ้ม วางข้างห้องน้ำในสวนลุมพินี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบแล้ว คาดสร้างสถานการณ์ป่วนทางการเมือง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุม กปปส. ได้พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าจะเป็นระเบิด วางอยู่ข้างห้องน้ำประตู 2 ภายในสวนลุมพินี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นสันนิษฐานอาจจะเป็นฝีมือผู้ไม่หวังดีต้องการข่มขู่หรือสร้างสถานการณ์

ระเบิด, ข่าวระเบิด, กปปส.สวนลุม, วางระเบิดป่วนกปปส., ข่าวม็อบ
ภาพประกอบจาก INN

MThai News

เทรนด์ใหม่ เปลือยกายถ่ายรูป คู่สถานที่ท่องเที่ยว

เทรนด์ใหม่สุดห่าม My Naked Trip เปลือยกายถ่ายรูปคู่สถานที่ท่องเที่ยว ด้านชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถามเหมาะสมหรือไม่ แม้จะอ้างเป็นสิทธิทำได้

แพลงกิ้ง และเซลฟี ถือได้ว่าเป็นท่าถ่ายรูปสุดฮิตที่คนทั่วโลกรู้จัก และนิยมทำกันอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นเทรนด์ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ได้มีท่าถ่ายรูป รูปแบบใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยเป็นท่าที่เรียกว่าห่ามสุดขั้ว และอาจถูกทางการของเมืองนั้นๆ ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เพราะต้องเปลือยกายล่อนจ้อนก่อนจะโพสต์ท่าดังกล่าวตามสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ

แพลงกิ้ง, เซลฟี, Nude Tourism, นู๊ดทัวร์

ซึ่งผู้นำเทรนด์นี้ มีชื่อว่า อามิเชย์ แร็บ หนุมชาวอิสราเอล โดยเขาได้สร้างเว็บไซต์ My Naked Trip ขึ้นมาเพื่อนำเสนอภาพถ่ายเปลือยกายของเขา ในสถานที่ต่างๆ ทั่วละตินอเมริกา จนได้รับความนิยมจากนักเดินทางหลายๆ คน และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา เริ่มถ่ายภาพตัวเองเปลือยตามที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามแบบ อามิเชย์ แร็บ มากขึ้น

ทั้งนี้เมื่อภาพและพฤติกรรมดังกล่าวของเขาเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้เกิดข้อถกเถียงขึ้นมาว่า การกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ แม้จะมีคนอ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของเขาที่จะสามารถทำได้ แต่ในมุมกลับกันเขาอาจจะละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่นๆ อยู่เช่นกัน

MThai News

แพลงกิ้ง, เซลฟี, Nude Tourism, นู๊ดทัวร์

แพลงกิ้ง, เซลฟี, Nude Tourism, นู๊ดทัวร์

แพลงกิ้ง, เซลฟี, Nude Tourism, นู๊ดทัวร์

จาตุรนต์ เขียน8ความหมายคำตัดสิน “เลือกตั้งโมฆะ”

จาตุรนต์ เขียน 8 ความหมายของคำตัดสิน “เลือกตั้งโมฆะ” พร้อมร่างกลอน “เมื่อผู้รักษากฎทำผิดกฎ” ลงเฟสบุ๊กส่วนตัว

03-1

วันนี้(21 มี.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ศึกษาธิการ ได้เขียนข้อความผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัว กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ โดยมีเนื้อหาว่า

ความหมายทางการเมืองของการที่ศาลรธน.ตัดสินให้การเลือกตั้ง 2กพ.เป็นโมฆะ

1.เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งมีผลเป็นการเพิ่มอำนาจให้แก่ผู้ตรวจฯและศาลรัฐธรรมนูญเองในการล้มการเลือกตั้ง

2.ฝ่ายที่ไม่เชื่อถือการเลือกตั้งมีกลไกมากขึ้นที่จะกำหนดว่าการเลือกตั้งจะไม่มีวันจบตราบเท่าที่ไม่มีหลักประกันว่าปชป.จะต้องชนะและได้เป็นรัฐบาลเท่านั้น

3.เมื่อกปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างที่ผ่านมา การเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นตามกำหนดแต่จะต้องเลื่อนไปเรื่อยๆ ด้วยข้ออ้างว่าต้องเลือกตั้งในวันเดียวกันเท่านั้น มิฉะนั้นเลือกไปก็ต้องเป็นโมฆะอีก

4.เพิ่มทางเลือกให้แก่ปชป.ว่าจะลงสมัครหรือไม่ ซึ่งปชป.จะลงสมัครต่อเมื่อแน่ใจว่าจะชนะการเลือกตั้งเช่นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลถูกจัดการจนราบคาบหมดแล้ว แต่แนวโนัมปชป.จะไม่ลงสมัครอยู่ดีเพราะเห็นว่าจะไม่ชนะและยังกลัวจะขัดแย้งกับสุเทพและพวก

5.เมื่อปชป.ไม่ลงสมัคร การเลือกตั้งนี้ก็จะไม่มีวันจบ องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญก็จะจัดการกับรัฐบาลและนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลต่อไปเพื่อให้เกิดสภาพสุญญากาศทางการเมืองจะได้นำไปสู่การใช้มาตรา3และมาตรา 7 ตั้งรัฐบาลคนนอกและปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

6.เป็นโอกาสที่พรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหลายจะตัดสินใจว่าจะกำหนดท่าทีและนโยบายอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้เพื่อให้มีผู้สนับสนุนการเลือกตั้งมากขึ้นและนำไปสู่การปฏิรูปตามครรลองประชาธิปไตย

7.หากสังคมไทยไม่สามารถใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้การฉีกรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นนำไปสู่ความขัดแย้ง ความรุนแรงซึ่งในที่สุดก็จะเกิดการรัฐประหาร

8.การรัฐประหารที่เกิดขึ้นไม่ใช่ทางออกหรือจุดจบของความขัดแย้ง แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ความรุนแรงและความสูญเสียครั้งใหญ่ของสังคมไทยนอกจากนี้ นายจาตุรนต์ ยังเขียนกลอนไว้บนหน้าเพจเดียวกัน มีเนื้อหาว่าเมื่อผู้รักษากฎทำผิดกฎผิดไปหมดซ้ำซากหลายหลากเรื่องจะโต้แย้งไปเล่าก็เปล่าเปลืองห่วงแต่ว่าบ้านเมืองจะย่อยยับไม่มีใครฟังใครต่อไปแล้วไม่มีแม้วี่แววจะถอยกลับจะสูญเสียเกินกว่าคณานับจะจนอับเพราะว่างเว้นความเป็นธรรม

พร้อมกันนั้นยังได้เขียน บทกลอนลงบนเฟซบุ๊ก ว่า

“เมื่อผู้รักษากฎทำผิดกฎ

ผิดไปหมดซ้ำซากหลายหลากเรื่อง

จะโต้แย้งไปเล่าก็เปล่าเปลือง

ห่วงแต่ว่าบ้านเมืองจะย่อยยับ

ไม่มีใครฟังใครต่อไปแล้ว

ไม่มีแม้วี่แววจะถอยกลับ

จะสูญเสียเกินกว่าคณานับ

จะจนอับเพราะว่างเว้นความเป็นธรรม”

MThai News