ท่านเจ้าคุณพิพิธ สอนศาลรธน. เป็นกลาง ทำหน้าที่เป็นศาลา พูดคุยหาทางออก ก่อนเสนอยาแก้ปัญหาชาติด้วยการให้อภัย หยุดแย่งชิงความเป็นใหญ่เอาความรู้มาช่วยกันแก้ไข เลิกคิดว่าเป็นฝ่ายถูก และอย่าคิดว่าจงรักภักดีฝ่ายเดียว

วานนี้ (17 เม.ย. 57) พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ได้บรรยายธรรมระหว่างพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปีศาลรัฐธรรมนูญ ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ว่า
ศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญต่อประเทศชาติ ต้องทำหน้าที่เป็นกลาง ขณะนี้ประเทศไทยกำลังป่วยไข้หนัก เพราะแตกความสามัคคี ขาดคนเสียสละ คนไทยไม่ยอมแก้นิสัยตนเอง รวมถึงภาระหนี้สินภาครัฐและเอกชนที่งอกเงยขึ้น จนไม่รู้จะแก้ไขได้อย่างไรเพราะไม่มีสภาฯ จึงเป็นหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน และองค์กรอิสระที่อย่าคิดแบบศาล แต่ให้คิดเป็นเเบบศาลา คือมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก
ทั้งนี้ท่านเจ้าคุณพิพิธ ยังได้เสนอแนะยารักษาประเทศที่ประกอบด้วยยา 2 ขนาน ได้แก่ ยาขนานแรกต้องหยุดความคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก ให้อภัยกันและกัน อย่าเชื่อคำยุยงปลุกปั่น ผู้ที่มีความสามารถควรเสียสละออกมาช่วยแก้ปัญหา หยุดการฉ้อฉล ส่วนยาขนานที่ 2 ทุกฝ่ายต้องหยุดพล่ามว่าตนเองเป็นผู้จงรักภักดีเพียงฝ่ายเดียว หยุดใส่ร้ายป้ายสีสถาบัน หยุดชักใยในที่แอบแฝง หยุดแย่งชิงความเป็นใหญ่
ส่วนที่มีการขัดขวางไม่ให้ทำตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมีมติและลงสัตยาบันร่วมกันว่าจะทำตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีศาลและองค์กรอิสระ พร้อมกันนี้เจ้าคุณพิพิธ ได้กระเซ้าถามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตอนท้าย ว่าตกลงนายกฯ ตามมาตรา 7 ทำได้หรือไม่ หรือจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องนี้ได้หรือไม่ ก่อนที่ผู้ที่นั่งฟังบรรยายอยู่ในห้องตอบกลับว่า ท่านเป็นพระยื่นคำร้องตีความไม่ได้เพราะอาจขัดกฎหมาย
MThai News