จตุพร โวยังสั่งการ นปช. ได้ หากถูกถอนประกันโดนจำคุก

ประธาน นปช. จตุพร พรหมพันธุ์ ยันยังสั่งการ นปช. ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองได้ แม้ถูกถอนประกันโดนจำคุก กรณีทำผิดเงื่อนไขประกันตัวขึ้นเวทีเสื้อแดง ลั่น รัฐบุคคล – นายกฯ ม. 7 ทำไม่ได้ มั่นใจไม่เกิดสูญญากาศทางการเมือง

จตุพร พรหมพันธุ์, ข่าวม็อบ,

วานนี้ (16 เม.ย. 57) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญา รัชดาฯ ได้เรียกไปไต่สวนการถอนประกันในวันพรุ่งนี้ (18 เม.ย.) เนื่องจากเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการประกันตัว ภายหลังได้ขึ้นเวทีปราศรัยเวทีของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า

ยังไม่ชัดว่าตนและนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่ม นปช. จะไปให้การด้วยตนเองหรือไม่ ต้องรอฟังรายละเอียดอีกครั้ง และจะออกเป็นแถลงการณ์ในนาม นปช.ทั่วประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าตนยังสามารถสั่งการเคลื่อนไหวระดมมวลชนได้ แม้จะถูกสั่งถอนประกันให้จำคุกก็ตาม เพราะไม่มีอะไรมาขวางกั้นการต่อต้านระบบอำมาตยาธิปไตย และได้เตรียมแผนการไว้หมดแล้ว หากแผนหนึ่งไม่ได้ มีแผนอื่นๆ รองรับ

ส่วนการที่รัฐบุคคล เสนอให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้ทูลเกล้าฯ ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อแก้ไขวิกฤติบ้านเมืองนั้น เห็นชัดเจนว่าเป็นการมิบังควร คณะรัฐบุคคลทำการจาบจ้วงสถาบัน ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง พล.อ.เปรม เป็นถึงประธานองคมนตรี น่าจะรู้ดีว่ากำลังทำถูก หรือทำผิด เพราะในรัฐธรรมนูญก็ระบุชัด ห้ามองคมนตรีฝักใฝ่การเมือง

ทั้งนี้ตนยังเชื่อด้วยว่าการตั้งนายกฯ มาตรา 7 ไม่สามารถทำได้แน่นอน เพราะไม่มีทางที่เกิดสุญญากาศทางการเมือง หรือเกิดทางตัน อย่างที่ฝ่ายผู้มีอำนาจอยากให้เป็น เนื่องจากหากศาลรัฐธรรมนูญ จะถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากรัษาการก็ต้องไปไล่ถอดถอนตั้งแต่ ครม. ยิ่งลักษณ์ 1 จนถึง ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 เพราะการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เกิดขึ้นในช่วงนั้น

ขณะเดียวกันหาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดในโครงการรับจำนำข้าว ก็เป็นเพียงเฉพาะตัวบุคคล ไม่สามารถเอาผิดกับคณะรัฐมนตรีได้ ดังนั้นจึงทำให้รัฐบาล และคณะรัฐมนตรีสามารถรักษาการต่อได้

MThai News

น้ำตาซึม !ทรงกลด A Day เขียนถึงอ.รัชนี เผยเรื่องราวกว่าจะเป็นมานี มานะ

วันนี้(17 เม.ย.) นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day ผู้เคยร่วมงานกับอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้สร้างแบบเรียนภาษาไทย มานะ มานี ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวานนี้ โดยทรงกลด ได้ถ่ายทอด เรื่องราวกว่าจะเป็นมานะ มานีและการร่วมงานกับอ.รัชนี โดยโพสผ่านเฟซบุ๊ค Zcongklod Bangyikhan ซึ่งทางทีมงาน Mthai News ขออนุญาตหยิบยกบทความดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงคุณูปการของอาจารย์รัชนี ต่อวงการการศึกษาไทย

10013835_741410765891256_5821262431150537795_n

“ตอนเก็บชั้นหนังสือใหญ่เมื่อคืน ผมพบว่ามีหนังสือเรื่อง ‘ทางช้างเผือก’ ของอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ 2 เล่ม เลยหยิบมาพลิกดูเพื่อหาความแตกต่าง เล่มแรกเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก อีกเล่มเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 8 ทั้งสองเล่มมีลายมือของอาจารย์รัชนีเขียนไว้ว่า ‘ขอบคุณก้องมากค่ะ’ ระบุวันเวลาต่างกัน ตอนแรกผมตั้งใจจะเก็บไว้แค่เล่มเดียว แต่ตอนนี้ผมบรรจงวางทั้งสองเล่มไว้คู่กันบนชั้น

ผมเจออาจารย์รัชนีครั้งแรกในงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ ในวาบแรกที่พบกันผมรู้สึกว่า อาจารย์เป็นครูใจดีผู้ถ่อมตัว และหลังจากได้ฟังเรื่องราวของอาจารย์ในการต่อสู้จนแบบเรียนภาษาไทยเรื่องมานะ มานี ได้ใช้ ผมก็พบว่า ในยุคนั้นอาจารย์เป็นข้าราชการสาวผู้มุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา ด้วยการลุกขึ้นมาสู้กับระบบราชการและ ‘ผู้ใหญ่’ อย่างไม่ย่อท้อ จนเกิดเป็นตำราเรียนภาษาไทยที่เนื้อหาสนุกกว่าวรรณกรรมเสียอีก สนุกจนทันทีที่ได้หนังสือเรียนเล่มใหม่ตอนก่อนเปิดเทอม คนรุ่นผมเป็นต้องตะลุยอ่านจนจบเล่มตั้งแต่ยังไม่เปิดเรียนวันแรก

แม้เวลาจะผ่านไป 9 ปีแล้ว ผมยังจำเนื้อหาสนุกๆ เบื้องหลังการแต่งแบบเรียนที่อาจารย์เล่าในงานวันนั้นได้หลายเรื่อง เรื่องที่ผมจำได้แม่นที่สุดก็คือ ในการแต่งแบบเรียนนั้นผูกเรื่องจาก ‘คำศัพท์’ ที่ต้องการสอน เมื่อถึงบทที่มีคำว่า ‘ตาย’ อาจารย์ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายเลยต้องให้คำนี้ไปลงที่ ‘เจ้าแก่’ ม้าชราของปิติ หลังจากนั้นอีกหลายปี เมื่อถึงคิวของคำว่า ‘เสียชีวิต’ (ไม่ก็คำว่า ‘ถึงแก่กรรม’) หมายความว่าต้องมีตัวละครสูญเสียอีกครั้ง หนนี้ต้องเป็นความตายของคน อาจารย์เลยเลือกทำร้ายความรู้สึกของเด็กๆ ให้น้อยที่สุดโดยไปลงกับของย่าของชูใจ

ก่อนหน้าที่ผมจะได้พบหน้าอาจารย์รัชนี ผมเคยคุยกับอาจารย์บ้างทางโทรศัพท์เพราะอาจารย์เขียนคอลัมน์ประจำอยู่ใน a day สิ่งที่ผมจำได้แม่นที่สุดก็คือ เมื่อเรื่องที่อาจารย์แต่งเดินทางมาถึงตอนสุดท้าย อาจารย์ส่งจดหมายมาถึงผมเพื่อ ‘ขอบคุณ’ ที่ทำให้อาจารย์ได้กลับมาเขียนหนังสือสื่อสารกับผู้อ่านอีกครั้ง มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่อ่านแล้วน้ำตาเกือบไหลเมื่อได้รู้ว่า การกลับมาเขียนเรื่องคราวนี้มีความหมายกับอาจารย์แค่ไหน

หลายปีที่ผ่านมา มีคนโทรมาหาผมเพื่อขอเบอร์อาจารย์รัชนีเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการขอสัมภาษณ์ และล่าสุด LINE สนใจอยากนำภาพในหนังสือเรียนมาทำสติกเกอร์ แต่เนื่องจากลิขสิทธิ์ทั้งเรื่องและภาพเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก (นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงนำเรื่องราวที่เคยเรียนกลับมาพิมพ์ซ้ำไม่ได้)

การจัดชั้นหนังสือคราวนี้ ผมโละหนังสือออกจากบ้านไปกว่า 300 เล่ม นั่นทำให้ผมรู้ว่า หนังสือที่อ่านในวัยเด็กจำนวนมาก เป็นหนังสือที่ยังไงก็ทิ้งไม่ลง ไม่ใช่เพราะมันเป็นงานวรรณกรรมล้ำค่า แต่ว่ามันเปรียบเหมือน ‘เพื่อนสนิท’ ในวัยเยาว์ วันนี้พอผมทราบข่าวการจากไปของอาจารย์รัชนี ผมก็ค้นแบบเรียนชุดนี้ที่ไปตามหาซื้อกลับมาจนครบ ว่าจะเอามาอ่านอีกสักรอบ แต่สงสัยเก็บดีเกินไปเลยไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน

แม้ว่าคนรุ่นผมจะเรียนตำราชุดนี้จบไปแล้วกว่ายี่สิบปี แต่น่าแปลกที่ยังมีคนอยากสัมภาษณ์คนเขียน มีคนตามซื้อกลับมา และมีคนอยากหยิบมาอ่านอีกครั้ง จะมีหนังสือเรียนเล่มไหนทำได้แบบนี้อีกไหมนะ… ผมว่าไม่ ขนาดหนังสือวรรณกรรมยังไม่แน่ว่าจะทำได้เลย

ผมไม่แน่ใจว่า คนที่ไม่เคยอ่านแบบเรียนชุดนี้จะเข้าใจคนรุ่นผมไหมว่า จะพร่ำเพ้อถึงหนังสือชุดนี้และผู้เขียนอะไรกันนักกันหนา ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน นอกจากประโยคสั้นๆ แค่

อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ คือ ผู้เปลี่ยนตำราภาษาไทยให้กลายเป็นหนังสือแสนสนุกที่อยู่ในใจนักเรียนไปทั้งชีวิต

สำหรับผม การจากไปของอาจารย์รัชนี คงคล้ายกับการเดินออกนอกห้องของครูหลังหมดคาบเรียน เมื่อหมดภารกิจคุณครูก็ได้เวลาพักผ่อน ส่วนนักเรียนอย่างพวกเราก็เติบโตกันต่อไปพร้อมกับคำของครู

เสียงออดส่งสัญญาณว่า หมดเวลาวิชาภาษาไทยแล้ว

“นักเรียนกราบ””

ที่มาเฟซบุ๊ค Zcongklod Bangyikhan

Mthai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาจารย์รัชนี ผู้สร้างหนังสือเรียนในตำนาน มานะ มานี ปิติ ชูใจ

คลาสสิค! ย้อนดูจากมานะมานีถึงหนังสือเรียนไทยปัจจุบัน (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)

มานะมานี

มานะ มานี ปิติ ชูใจ

มานี มานะ ควรกลับมาในรูปแบบใด ให้ประทับใจแบบสุดๆ?

อ่านประวัติความเป็นมา มานี มานะ ของทุกคน

7-คุณเป็นแฟนพันธ์แท้แบบเรียน มานี มานะ แค่ไหน แบบทดสอบคุณเป็นแฟนพันธ์แท้แบบเรียน มานี มานะ แค่ไหน…

มานี เพลงจากอัลบั้มแรกของ โมเดิร์นด็อก มานี เพลงจากอัลบั้มแรกของ โมเดิร์นด็อก

มานีก่อนอื่น มิวสิคเอ็มไทย ขอร่วมไว้อาลัย แด่ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้ประพันธ์ หนังสือ “มานะ มานี ปิติ ชูใจ” ที่ถึงแก่กรรมอย่างสงบแล้ว เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายน ท…..

ชัยเกษม ชี้ รัฐบุคคล ทำไม่ได้ เหตุไม่มีกฎหมายรองรับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้ไม่มีกฎหมายรองรับทำไม่ได้แนวคิด รัฐบุคคล ถามกลับเชิญ ป๋าเปรม มาทำหน้าที่อะไรกันแน่ ควรบอกให้ชัด

รัฐบุคคล, ป๋าเปรม, ข่าวม็อบ, ชัยเกษม นิติสิริ

วานนี้ (16 เม.ย. 57) นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะรัฐบุคคล เสนอชื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้เสนอร่างพระบรมราชโองการนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 เพื่อเป็นทางออกประเทศ ว่า เป็นอีกหนึ่งของเกมการเมืองของกลุ่มบุคคล ที่ต้องการล้มรัฐบาลแต่ไม่รู้จะใช้วิธีไหน เลยขอพระบรมราชโองการไปเฉยๆ

ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับ และไม่เคยระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการเมืองเวลานี้ก็ไม่ได้มีอะไรติดขัดที่จะต้องทำถึงขั้นไหนได้ ดังนั้นจึงอยากให้กลุ่มรัฐบุคคลกลับไปคิดทบทวนว่า หากทูลเกล้าฯไปแล้วมีอะไรรองรับ หรือทุกฝ่ายรับได้หรือไม่
ส่วนจะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของผู้เสนอว่า มีวัตถุประสงค์อะไร เชื่อว่าทุกคนหวังดีกับบ้านเมือง แต่การเสนอต้องมีฐานอะไรไปให้พระองค์ท่านด้วย อย่างกรณีที่ขอนายกฯ มาตรา 7 พระองค์ท่านก็ได้กล่าวแล้วว่า กรณีการขอนายกฯ มาตรา 7 ที่ท่านขอก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นการทำผิดหลักกฎหมาย เพราะไม่มีฐานอะไร

ทั้งนี้การดึง พล.อ.เปรม มาเกี่ยวข้องอยากถามว่า จะมาทำหน้าที่ตรงไหน นายกฯ หรือคนไกล่เกลี่ย หรือจะนำเสนอพระบรมราชโองการจากกลุ่มคนเหล่านี้ หรือประสานให้เกิดความสามัคคี ตกลงเสนอ พล.อ.เปรมทำอะไรกันแน่ ทุกคนในฐานะคนไทยพูดได้ เสนอความคิดได้ แต่ทำได้มากน้อยแค่ไหนต้องดูรายละเอียดอีกที

MThai News