สงกรานต์คนแห่ร้องเรียนแท็กซี่ ไม่รับผู้โดยสารพุ่ง300ราย

กรมการขนส่งทางบกชี้ มีผู้ร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะเกือบ 300 ราย ระหว่างช่วงสงกรานต์ ส่วนใหญ่แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร

136748177++

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 (เฉพาะกิจ) ในช่วงระหว่างวันที่ 8-14 เมษายน 2557 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร เอกมัย สายใต้ จำนวนเกือบ 300 ราย โดยความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด และขับรถประมาทหวาดเสียว นอกจากนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวยังได้รับการร้องเรียนผ่านโทรศัพท์สายด่วน 1584 อีกกว่า 800 ราย

“สำหรับการร้องเรียนผ่านสายด่วน ในจำนวนนี้เป็นการร้องเรียนรถแท็กซี่กว่า 600 ราย ส่วนใหญ่เป็นความผิดปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ทางกรมการขนส่งทางบกจะได้ดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการ ให้ดำเนินการเรียกตัวมาสอบสวนการกระทำความผิดและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายโดยเร็วต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถแท็กซี่มิเตอร์ที่ปฏิเสธผู้โดยสารหรือไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร มีความผิดถูกปรับในอัตราสูงสุด 1,000 บาท” นายอัฌษไธค์ กล่าว

MThai News

แชร์ไอเดีย จับปรับออนไลน์ แก้ปัญหาด่านเถื่อน-ส่วย

Social Talk : สืบเนื่องจากปัญหาด่านตรวจเถื่อน โดยอ้างอำนาจหน้าที่และเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการหากิน แฟนเพจ MThai News ได้ทำการตั้งหัวข้อคำถามเพื่อขอความคิดเห็นจากชาวสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยมีหัวข้อว่า “… คุณคิดว่าควรใช้วิธีใด ? แทนการเขียนใบสั่ง-ปรับ แก้ปัญหาผู้ทำผิดกฎจราจรและการตั้งด่านตรวจเถื่อน…”

124

ส่วนใหญ่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่าควรมีการแก้ไขกฎหมายและให้นำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมในการแก้ไขปัญหา โดยอยากให้ระบบการปรับเป็นแบบออนไลน์และสามารถจ่ายผ่านบัตรเอทีเอ็มได้ รวมไปถึงมีการใช้หรือให้มีระบบเครื่องรูดใบขับขี่ แล้วออกสลิปให้ไปชำระเงินที่โรงพัก หรือร้านสะดวกซื้อ นอกจากนี้่ยังแนะนำให้ตัดแต้มใบขับขี่ ถ้าแต้มหมด ต้องไปสอบใบขับขี่ใหม่ หรือ ห้ามขับรถ 3 – 6 เดือน ตามสมควร

รวมไปถึงให้มีการติดกล้องทุกด่าน แล้วให้ทางเจ้าหน้าที่เอาใบสั่งอัพเข้าระบบส่วนกลางสตช. ระบุข้อมูลการจับ+ข้อหา+ค่าปรับ+สถานะการชำระคดี และให้ชำระผ่านทางออนไลน์ โดยประชาชนต้องสามารถตรวจสอบการทำงานว่าเงินเข้ากองกลางจริงๆ ไม่ใช่เข้ากระเป๋าตำรวจในท้องที่

สุดท้ายสมาชิกอีกท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาตำรวจรับส่วยต้องแก้ที่ตัวเราเอง ตนไม่ได้โลกสวยแต่ที่ทุกวันนี้ตำรวจจราจรรับส่วยหลักๆก็เพราะว่าเราเลือกที่จะให้เอง เพราะเราเองต้องการที่จะไม่ต้องไปจ่ายที่ สน. และจ่ายตรงนี้ถูกว่าด้วย ซึ่งขนาดตนเองก็จ่ายตรงนั้น คนขับรถบนท้องถนนรู้อยู่แก่ใจ คนหาเช้ากินค่ำ ยังไงก็ไม่อยากจ่ายแพงและเสียเวลา

MThai News

10174996_776185269059503_8285609645847324698_n

31

32

33

34

35

36

37

โอ๊ค ซัดระบอบอำมาตย์ อ้างม.7 หวังล้มประชาธิปไตย

โอ๊ค พานทองแท้ โพสต์ Facebook อัดระบอบอำมาต อ้างม.7 ตะแบงตั้งรัฐบาล หวังล้มประชาธิปไตย ชี้หากไม่เคารพ 1 สิทธิ์ 1 เสียง บ้านเมืองจะวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้น 

โอ๊ค พานทองแท้, นายกฯม.7, ข่าวการเมือง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นทางการเมือง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra ถึงกรณีนายกฯ ม. 7 ที่มีหลายฝ่ายออกมาพูดถึงหนาหูในช่วงนี้ ว่า

วิธีการที่ “ระบอบอำมาตยาธิปไตย” จะชนะ “ระบอบประชาธิปไตย” ได้โดยง่ายก็คือ “ผลักดันให้ประเทศถึงทางตัน แล้วอ้างมาตรา 7 ตะแบงจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่ฟังเสียงประชาชนครับ..!!”

เมื่ออำมาตย์ตั้งธงมาแบบนี้ เครือข่ายอำมาตย์ทั้งหลาย ก็ตอบสนองรับลูกกันเป็นระนาด ตั้งแต่ สว.สายอำมาตย์ องค์กรอิสระสายอำมาตย์ รวมถึงพรรคการเมืองขวัญใจอำมาตย์ ที่แบ่งแยกตัวเองเป็น 2 ขา ทั้งจัดตั้งม็อบป่วนเมืองขัดขวางการเลือกตั้ง และคงสภาพพรรคการเมืองเพื่อรอเก็บส้มหลังแก้ไขกติกาสากล ให้เป็นกติกาที่ตัวเองได้เปรียบในการเลือกตั้ง

เจตนารมณ์แท้จริง ที่กำหนดให้มีมาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญก็เพื่อ หลีกเลี่ยงไม่ให้ประเทศอยู่ในภาวะ Deadlock คือกรณีสุดวิสัยที่เผอิญมีเรื่องต้องวินิจฉัย โดยที่ไม่มีข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ ก็ให้ใช้มาตรา 7 คือการพิจารณาจากประเพณีการปกครองของไทย เพื่อหาทางออกให้กับเหตุการณ์นั้นๆ

-การตีความข้อกฏหมายมาตะแบงใช้แบบผิดๆ เพื่อประโยชน์ของเครือข่ายตัวเอง
-การนำข้อกฏหมายมาใช้แบบ 2 มาตรฐาน ให้คุณกับฝ่ายตนเอง และให้โทษกับฝ่ายตรงข้าม
-การหยิบเอาเฉพาะเรื่องของฝ่ายตรงข้ามมาพิจารณา ส่วนความผิดของพรรคฯพวกตน ปล่อยให้คดีหมดอายุความ ฯลฯ
-การยอมให้มีการเลือกตั้ง ต่อเมื่อพรรคฯพวกตัวเองได้เปรียบเท่านั้น

ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือ สาเหตุที่แท้จริงของความวุ่นวายในบ้านเมืองเราทั้งนั้น
ถ้ายังคิดจะเอาชนะ ด้วยวิธีการไม่เห็นหัวประชาชน
ไม่ใส่ใจใน 1 สิทธิ์ 1 เสียง ของประชาชน
บ้านเมืองก็วุ่นวายไม่รู้จบตลอดไป

ปีใหม่ฟ้าใหม่กันแล้ว ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบ ก็เลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสียเถอะครับ

MThai News