เตือนภัย รีสอร์ท ระบบรปภ.ห่วย โจรบุกห้องขนของไปนับแสน

สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อคุณ nusfish  ได้ตั้งกระทู้ชื่อ “ประสบการณ์ราคาแพงที่ได้เจอกับตัว จากการเข้าพักรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่หาดเจ้าหลาว จันทบุรี”  โดยเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ว่าเมื่อช่วงวันหยุดยาว 5-7 เม.ย. ที่ผ่านมา

1397056030-01-o

ตนกับเพื่อนได้ไปเที่ยวที่หาดเจ้าหลาว จังหวัดจันทบุรีและได้ทำการจองที่พักไว้ล่วงหน้า ซึ่งลักษณะเป็นรีสอร์ท โดยเมื่อได้เดินทางไปถึงรีสอร์ทก็พบว่าประตูกั้นทางเข้าเขียนว่าให้รับบัตร แต่ดันไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ แถมสามารถขับรถเข้าไปได้เลย

เมื่อมาถึงก็เช็คความเรียบร้อยของบ้านที่เข้าพักพร้อมเก็บสัมภาระไว้ในบ้านก่อนที่จะออกไปทานข้าวอาหารทะเลกันข้างนอก แต่เมื่อกลับมาก็พบว่า ประตูหน้าบ้านเปิดอยูู่ เมื่อเข้ากลับไปเช็คของก็พบว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และกล้องถ่ายรูปที่นำมาด้วย มูลค่าหลายแสนบาทได้หายไป

ซึ่งตนได้รีบแจ้งทางรีสอร์ทและติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความทันที โดยได้มีการสอบถามเรื่องระบบความปลอดภัยของรีสอร์ทพบว่าไม่มีความปลอดภัยเลย เพราะมีทางออก 2 ด้านที่เปิดเข้าสู่ถนนได้เลย ส่วนกล้องวงจรปิดก็ไม่มีติดตั้งเนื่องจากซ่อมบำรุงอยู่ ส่วนยามที่ดูแลรีสอร์ทก็ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างจริงจัง

เหตุการณ์ดังกล่าวตนถือเป็นอุทธาหรณ์ให้กับคนที่จะไปเข้าพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆ ให้เข้มงวดเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีก่อนเข้าพัก ไม่เช่นนั้นอาจจะสูญเสียทรัพย์แบบนี้

1397056078-02-o

1397056560-Untitled1-o

1397056572-03-o

1397056586-04-o

1397058739-08-o

1397058780-07-o

1397058818-06-o

MThai News

หนุ่มใหญ่เชียงรายหึงโหด ฆ่าเมียก่อนยิงตัวตาย

หนุ่มใหญ่เชียงรายหึงโหด แทงภรรยาเก่าตาย ก่อนใช้ปืนยิงตัวเองตายตาม เพื่อหนีความผิด

530019-01

พ.ต.ท.อนันต์ นิรุตินนท์ สารวัตรใหญ่ หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย ได้รับแจ้งเหตุว่า มีเหตุฆ่ากันตายที่กระท่อมสวนไม่มีเลขที่ บ้านรวมมิตร หมู่ 2 ตำบลแม่ยาว จึงนำกำลังไปตรวจที่เกิดเหตุ ภายในบ้านพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนตายอยู่ในกระท่อมที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้ตายทั้งสอง คือ นายติกา เรืองกิจฉายา อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 29 หมู่ 2 ตำบลแม่ยาว และ น.ส.พิทยา กาทู อายุ 41 ปีบ้านเลขที่ 213 หมู่ 2 ตำแม่ยาว สภาพศพผู้หญิงถูกอาวุธมีดแทงตามลำตัวและถูกปาดคอ สวนผู้ชาย มีรอยกระสุนปืนเข้าบริเวณหน้าอก และพบอาวุธปืนแก็ปยาว และอาวุธมีด อยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า นายติกา และ นางสาวพิทยา เป็นสามีภรรยากัน แต่ได้มีการหย่าร้างกัน ก่อนเกิดเหตุ นายติกา ได้นัด นางสาวพิทยา มาแบ่งทรัพย์สินกันในบ้านที่เกิดเหตุ และคาดว่า นายติกา ได้ใช้อาวุธมีดทำร้าย นางสาวพิทยา ถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงตัวเองเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่า มาจากเกิดจากความหึงหวง เพราะภรรยาได้ตีตัวออกห่างก่อนแยกทางกัน

สธ.เข้มห้ามขายเหล้า 7 พื้นที่ช่วงสงกรานต์ ดื่มบนรถคุก 6 เดือน

สธ.คุมเข้มกฎหมายห้ามขาย ดื่มเหล้า-เบียร์ 7 พื้นที่ เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 10-17 เมษายน 2557 เพื่อลดอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ฝ่าฝืนโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี

02

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรให้มีน้อยที่สุด โดยเน้นป้องกันปัญหาเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจ เตือนร้านค้า ประชาสัมพันธ์กฎหมายที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ช่วงแรกวันที่ 4-9 เมษายน 2557 และช่วงที่ 2 เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 10-17 เมษายน พ.ศ.2557

สำหรับ 7 สถานที่ ห้ามขายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในได้แก่ 1.วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา 2.สถานบริการสาธารณสุขของรัฐและร้านขายยา 3.สถานที่ราชการ 4.สถานศึกษา 5.สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 6.สวนสาธารณะของทางราชการ 7.การดื่มสุราในรถบนทางสาธารณะ รวมทั้งห้ามขายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และผู้ที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้

และห้ามขายนอกเวลาที่อนุญาตไว้ 2 ช่วง คือ เวลา 11.00-14.00 น. และเวลา 17.00-24.00 น. และการขายเร่ หรือโฆษณาส่งเสริมการขาย เช่น ลด แลก แจก แถม

ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมสอดส่องเฝ้าระวังปัญหา หากพบผู้กระทำผิดให้แจ้งที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา กรมควบคุมโรค หมายเลข 0 2590 3342 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการทางกฎหมายโดยไม่ละเว้น

ส่วนบทลงโทษ ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขายในที่ห้ามขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนถนน ฟุตปาธ ไหล่ทางในขณะขับรถ หรือโดยสารในรถหรือบนรถ มีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

MThai news