นายกฯบอกรัฏฐาธิปัตย์ ต้องยึดกม. เชื่อผบ.ทบ.ดูอยู่

นายกรัฐมนตรี ระบุ รัฏฐาธิปัตย์ ต้องยึดกฎหมาย เชื่อ ผู้บัญชาการทหารบก ดูอยู่ ชง ป.ป.ช. สอบอีก 4 พยาน

529175-01

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ การตั้งรัฏฐาธิปัตย์ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มองว่า ต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากกลุ่มใดไม่ยึดกฎหมายประเทศก็อยู่ไม่ได้ โดยส่วนตัวเห็นด้วยเรื่องการเจรจาเพื่อแก้ปัญหา แต่ต้องทำตามหลักของกฎหมาย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เชื่อว่า ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน. ไม่ได้ละเลยการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่มีข้อหากบฏ ว่า ผบ.ทบ. มีจุดยืนในการทำหน้าที่ของตัวเองขณะที่ ได้มอบหมายทนายความ ขอเพิ่มการสืบพยานอีก 4 ปาก เพื่อชี้แจงโครงการรับจำนำข้าวต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยขอให้ความเป็นธรรมกับตน เนื่องจากดูแลในระดับนโยบาย ยืนยันว่า กขช. ในระดับปฏิบัติการ ไม่มีการเสนอให้ยุติโครงการรับจำนำข้าวมาแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ ตั้งข้อสงสัยไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ที่เหตุใดถึงรับคำร้องของ ส.ว. กรณีการแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล
เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ทั้งที่ ครม. ได้มีมติ คืนตำแหน่งให้กับ นายถวิล ไปแล้วตามที่ศาลปกครองสูงสุด ได้วินิจฉัย นอกจากนี้มองว่า การยื่นคำร้องให้สิ้นสภาพนายกรัฐมนตรี ภายหลังการยุบสภา ก็ไม่ปรากฏกรณีนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ถือเป็นครั้งแรก จึงขอความเป็นยุติธรรม

ประยุทธ์ หน้าขรึม ร่วมพิธีสถาปนากลาโหมครบ 127 ปี

ประยุทธ์ หน้าขรึม งานพิธีสถาปนากลาโหมครบ 127 ปี ด้าน ยิ่งลักษณ์ เผย ทหารเป็นที่พึ่ง-ความหวังของปชช. พร้อมให้ความสำคัญ “สร้างปรองดอง-ฟื้นฟูปชต.-ดับไฟใต้” รับห่วงโจรใต้บึ้มยะลา เตรียมส่ง “ประชา” ลงพื้นที่ดูความเสียหาย

เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ 8 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวันสถาปนากระทรวงกลาโหมครบรอบ 127 ปี

ประยุทธ์ จัทร์โอชา, วันสถาปนากระทรวงกลาโหม, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมพิธี โดยในการจัดงานวันสถาปนากระทรวงกลาโหมมีพิธีสำคัญ ประกอบด้วย การบวงสรวงปืนใหญ่โบราณจำนวน 8 กระบอก พิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา และพิธีเปิดน้ำพุ บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกลาโหม รวมถึงการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต

โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบสารเนื่องในวันสถาปนากระทรวงกลาโหม โดยมีใจความว่า กระทรวงกลาโหม เป็นองค์กรนำในการสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงของรัฐ และมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อความผาสุกของประชาชน จากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันประชาชนในชาติต้องการความรัก ความสามัคคี และความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สถาบันทหารยังคงเป็นที่พึ่งและความหวังของประชาชนเสมอมมา กระทรวงกลาโหมจึงต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้วยการช่วยพัฒนาพลังอำนาจแห่งชาติทุกด้าน โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลโดยเฉพาะการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ

และฟื้นฟูประชาธิปไตย การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด และการเร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวยมทั้งการสนับสนุนการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติและการพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง

ขณะที่ด้านพล.อ.นิพัทธ์ ได้อ่านสารเนื่องในวันสถาปนากระทรวงกลาโหมว่า กระทรวงกลาโหมได้รับการสถาปนาขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการวางรากฐานด้านกิจการทหารให้มีการจัดแบบมาตรฐานสมัยใหม่ทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ

ทหารมีภาระหน้าที่ในอันที่จะสืบสานพระราชปณิธานในการสร้างความทันสมัย และความเจริญรุ่งเรืองให้แก่กิจการทหาร ซึ่งเป็นมรดกของพระองค์ท่าน พร้อมกับปรับปรุงให้เหมาะสมกับกาลสมัยทั้งในด้านการเสริมอำนาจกำลังรบ การเพิ่มพูนประสิทธิภาพของกองทัพให้แข็งแกร่ง มีความพร้อมรบ สามารถเผชิญต่อภัยคุกคามได้ในทุกรูปแบบทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ

รวมทั้งการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนั้นทหารในยุคปัจจุบันต้องมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความรัก และความสามัคคีของคนในชาติ การพิทักษ์รักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเตรียมความพร้อมขององค์กรเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558

ขณะเดียวกัน หลังจากเสร็จพิธี ทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ.นิพัทธ์ และผบ.เหล่าทัพได้ร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมหารือร่วมกันประมาณ 30 นาทีก่อนที่ผบ.เหล่าทัพจะเดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด สำหรับการจัดงานสถาปนากระทรวงกลาโหมได้มีการจัดกำลังทหารของกระทรวงกลาโหมจำนวน 3 กองร้อย

และชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนจำนวน 2 กองร้อยจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 6 ร่วมกันรักษาความปลอดภัยรอบกระทรวงกลาโหมอย่างเข้มงวด พร้อมกับมีการปิดถนนด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เพื่อตั้งแถวทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ โดยการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีกลุ่มผุ้ชุมนุมเดินทางมายังกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ในเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดและก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงหลายจุดในพื้นที่จ.ยะลาว่า ตนเป็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้จึงได้กำชับให้ผบ.เหล่าทัพสั่งการให้ทหารเข้าไปช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พร้อมทั้งได้มอบหมายให้พล.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ดูความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น และการจ่ายค่ารักษาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมพิธีนั้น พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าที่เรียบเฉย และเคร่งขรึมตลอดเวลา ตั้งแต่เดินทางมาถึงกระทรวงกลาโหม

MThai News

ประยุทธ์ จัทร์โอชา, วันสถาปนากระทรวงกลาโหม, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ประยุทธ์ จัทร์โอชา, วันสถาปนากระทรวงกลาโหม, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ประยุทธ์ จัทร์โอชา, วันสถาปนากระทรวงกลาโหม, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ประยุทธ์ จัทร์โอชา, วันสถาปนากระทรวงกลาโหม, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ตรวจสอบช่องทีวีดิจิตอลใหม่ และช่องทีวีเดิมกันเถอะ!!

ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เริ่มทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (1 เมษายน 2557) หมายเลขช่องโดยหลักตามที่ประกาศ หากไม่ใช่ต้องหาช่างมาจูนเครื่องใหม่

ทีวีEyWwB5WU57

โดยผู้ให้บริการโครงข่าย(มัลติเพล็กเซอร์) จะดึงสัญญาณจากช่องรายการที่พร้อมออกอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครนครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา ซึ่งประชาชนที่มีเครื่องรับโทรทัศน์รองรับระบบดิจิตอลหรือมีอุปกรณ์แปลงสัญญาณ(set-top-box) และอยู่ในพื้นที่ที่มีการทดลองออกอากาศจะสามารถรับชมได้ทันที

1388042012-CKuband-o

สำหรับช่องทีวีดิจิตอลใหม่ที่ใช้เสาอากาศ จานดาวเทียม และกล่องรับสัญญาณช่องใหม่ที่จะปรับใช้ มีดังนี้
หมายเลข 1           ช่อง TV 5HD1         หมายเลข 23    เวิร์คพอยท์ ทีวี
หมายเลข 2           11  NBT                     หมายเลข 24    True 4 U
หมายเลข 3           ไทยพีบีเอ                   หมายเลข 25    G25 (แกรมมี่)
หมายเลข 4-12    ช่องสาธารณะ           หมายเลข 26    NOW
หมายเลข 13         3 Family                   หมายเลข 27    CH 8 (อาร์เอส)
หมายเลข 14         MCOT Kids             หมายเลข 28    3 SD
หมายเลข 15         LOCA (ทีวีพูล)         หมายเลข 29    โมโน ทีวี
หมายเลข 16         TNN 24                    หมายเลข 30    MCOT HD
หมายเลข 17         THV (ทีวีพูล)           หมายเลข 31    ONE (แกรมมี่)
หมายเลข 18         New TV (เดลินิวส์)        หมายเลข 32    ไทยรัฐ ทีวี
หมายเลข 19         สปริงนิวส์                    หมายเลข 33    3 HD
หมายเลข 20        Bright TV (3เอ มาร์เก็ตติ้ง)    หมายเลข 34    ATV (By อมรินทร์)
หมายเลข 21        วอยซ์ ทีวี                      หมายเลข 35    BB TV (CH 7)
หมายเลข 22        ช่องเนชั่นทีวี               หมายเลข 35    PPTV (น.พ. ปราเสริฐ)

mono-digital-(1)

ช่องทีวีสาธารณะเดิม ผู้ที่รับชมทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ก็รับชมได้เช่นกัน เนื่องจากผู้ให้บริการต้องนำช่องรายการในระบบดิจิตอลที่เป็นฟรีทีวีไปเผยแพร่ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่
กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แครี่)สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการจัดเรียงช่องของแต่ละกล่องรับสัญญาณจะเปลี่ยนแปลงไปสำหรับช่องฟรีทีวีเดิม โดยช่องฟรีทีวีเดิม ช่อง 3-5-7-9-11
และไทยพีบีเอส ช่องใหม่มีดังนี้

ผู้ที่ใช้กล่องรับสัญญาณดาวเทียมของ “จีเอ็มเอ็มแซด” ช่องฟรีทีวีเดิมจะจัดอยู่ในหมายเลข 306-311
ช่อง 3 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 306 และหมายเลข 1
ช่อง 5 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 307
ช่อง 7 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 308
ข่อง9  จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 309
ช่อง 11 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 310
ช่องไทยพีบีเอส จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 311

ผู้ที่ใช้กล่องของ”พีเอสไอ”
ช่อง 3 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 330
ช่อง 7 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง  331
ช่อง 9 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 332
ส่วนช่อง 5 ช่อง 11 (NBT) และไทยพีบีเอส ถือเป็นช่องทีวีสาธารณะ จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 11, 12 และ 13 (ตามลำดับ)

ผู้ที่ใช้กล่องรับสัญญาณช่องลีโอเทค หมายเลขช่องของฟรีทีวีจะเปลี่ยนไปดังนี้
ช่อง 3 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 47
ช่อง 5 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 11
ช่อง 7 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 48
ช่อง 9 จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 50
ไทยพีบีเอส และช่อง NBT จะอยู่ที่หมายเลขช่อง 331 และ 330

ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากศูนย์บริการของแต่ละบริษัทดังนี้
พีเอสไอ โทร. 02-730-2999
จีเอ็มเอ็ม โทร. 1629
ลีโอเทค โทร. 02-595-8000
อินโฟแซท โทร. 02-913-9999

MThai News