“คาร์บอม” ป่วนยะลาหลายจุด ไฟลุกท่วม -เจ็บมากกว่า10 คน

ยะลาป่วน! เกิดเหตุคาร์บอมบ์กลางเมือง หลายจุด ไฟไหม้บ้านวอดกว่าสิบหลัง เบื้องต้นบาดเจ็บ มากกว่า 10 คน

Bomb(49)+
เวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 6 เม.ย. ศูนย์วิทยุ191 ยะลา รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในตัวเมืองยะลา จำนวน4 จุด คือ 1.แยกโคลิเซี่ยม บริเวณหน้าร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ 2.หน้าเอทีเอ็ม การไฟฟ้าสาย15 3.หน้าร้านฟ้าใส 4.ทางเข้าตลาดเมืองใหม่ เบื้องต้นมีรายงานผู้บาดเจ็บ12 คน สาหัส 1 คน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า เหตุระเบิดดังกล่าว เป็นคาร์บอมบ์ คนร้ายบรรจุไว้ในรถพ่วงข้างที่บริเวณหน้าร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ลามไปติดบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายสิบหลัง

Bomb(48)

จุดที่ 1 แยกโคลิเซี่ยม
จุดที่ 2 แยกทางเข้าเมืองใหม่ ภายในซอยยิ้มจินดา
จุดที่ 3 atm หน้าการไฟฟ้ามลายูบางกอก
จุดที่ 4 หน้าร้านฟ้าใส

Bomb(47)

ล่าสุดพล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาค 4 สั่งปิดเมืองและสัญญาณโทรศัพท์ผวาระเบิดซ้ำ สั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มทางเข้าออกเมืองหาตัวคนร้าย เบื้องต้นได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรยะลาเวลา 16.23 น. ว่ามีผู้บาดเจ็บ จำนวน 12 ราย สาหัส 1 นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว

Bomb(35)

MThai News

เด็ก-ผู้ปกครอง สพฐ.เล็งยกเลิกจับฉลากเข้าเรียนม.1

สพฐ.เผยภายหลังตรวจเยี่ยมจับฉลากเข้าเรียนโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งรับนักเรียนทั้งหมด 104 คน เล็งหาวิธีรับนักเรียนใหม่แทนการจับฉลาก

626606

วันนี้ 6 เม.ย.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดให้มีการจับฉลากเข้าเรียนชั้น ม.1 ทั่วประเทศ โดยนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ตรวจเยี่ยมการจับฉลากที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) กทม.เขต 2 ซึ่งตั้งแต่เช้ามีผู้ปกครองพร้อมบุตรหลานที่มีสิทธิจับฉลากเข้าเรียนชั้น ม.1ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน นำธูปเทียนและพวงมาลัยมาสักการะพระพุทธรูปประจำโรงเรียน เพื่อขอพรให้จับฉลากได้ โดยเด็กบางคนได้แขวนเครื่องรางของขลัง เพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ตนเองด้วย ทั้งนี้ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ตามแผนรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการได้ 100 คน มายื่นความจำนงขอจับฉลาก 167 คน แต่มารายงานตัวเพียง 104 คน ทำให้ทางโรงเรียนตัดสินใจประกาศรับเด็กทั้งหมดเข้าเรียน ทำให้เด็กที่รอคิวจับฉลากต่างเฮลั่นห้องประชุม

นายอภิชาติ กล่าวว่า “ปีนี้ในเขตพื้นที่บริการมีเด็กเกินจำนวนที่รับได้ไม่มากนัก ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่าหากโรงเรียนไหนมีเด็กเกินจากส่วนที่รับได้ไม่เกิน 10 คน ก็ให้รับทั้งหมด โดยไม่ต้องมีการจับฉลาก เพราะเวลานักเรียนมารายงานตัวจริง ๆ จะขาดอยู่ประมาณ 10 คนทุกปี อย่างไรก็ตามหลังจากจับฉลากแล้วนักเรียนคนใดยังไม่มีที่เรียนก็ขอให้มาแจ้งความจำนงในวันที่ 7-11 เม.ย.นี้ ที่ สพม. กทม.เขต 1 และ สพม.กทม เขต 2 รวมถึงแจ้งความจำนงไปยัง สพฐ. หรือหากไม่รู้ว่าตนเองจะไปไหนก็ให้ย้อนกลับไปที่โรงเรียนตนเองสมัคร เพื่อให้โรงเรียนส่งชื่อไปรวมกัน ซึ่งทางเขตพื้นที่ฯจะจัดสรรที่เรียนให้และจะประกาศรายชื่อในวันที่ 18 เม.ย.2557 เพื่อให้นักเรียนไปรายงานตัวในโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรร และขณะนี้มีหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ โรงเรียนวัดเบญจมบิพิตร ที่ยังมีที่นั่งว่างอยู่

ทั้งนี้ ในเขต สพม.กทม.เขต 2 ปีนี้มีจำนวนเด็กเกินที่จะรับได้ 2,925 คน ซึ่งน้อยกกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนสพม.กทม.เขต 1 มีจำนวนเด็กเกินที่จะรับได้ 600-700 คนเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า การจับฉลากเข้าเรียนอาจสร้างแรงกดดันจนทำให้มีผลต่อความรู้สึกเด็ก และผู้ปกครอง ซึ่ง สพฐ. อาจจะพิจารณายกเลิกการจับฉลากเข้าเรียนในชั้น ม.1 รวมทั้งจำนวนนักเรียนในพื้นที่บริการของโรงเรียนยอดนิยมก็ลดลงทุก ๆ ปี ดังนั้นเมื่อการรับนักเรียนในปีนี้แล้วเสร็จจะมีการหารือกับคณะกรรมการรับนักเรียน รวมถึงคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งก็มีความห่วงใยในเรื่องนี้เช่นกันว่าหากยกเลิกการจับฉลากแล้วจะหาวิธีการใดมาใช้แทน”

MThai News

เรือจีนจับพบสัญญาณคล้ายกล่องดำ MH370

เรือสัญชาติจีน พบสัญญานคล้ายกล่องดำ เครื่องบิน MH370 นานาชาติเร่งค้นหาจุดตรวจพบโดยมีความหวังอีกครั้ง
Ship776

เรือสัญชาติจีนจับสัญญานสั่นสะเทือนความถี่ที่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ต่อวินาทีได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับสัญญาณบีคอนจากเครื่องพินเจอร์ที่ส่งออกมาจากกล่องบันทึกการบินของกล่องดำของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ เที่ยวบิน MH370 ได้อีกครั้ง ในวันนี้ (6 เม.ย.) หลังจากก่อนหน้า เรือรบของจีนได้รับสัญญานแบบเดียวกันเป็นครั้งแรก ซึ่งสัญญานสั่นสะเทือนที่พบเป็นชนิดเดียวกับที่ติดตั้งไว้ในกล่องดำของเครื่องบินโดยสารมาเลเซียที่หายไปตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม และมีรายงานยืนยันด้วยว่า เรือค้นหาของออสเตรเลียได้รับสัญญานในลักษณะนี้เช่นกัน

ความคืบหน้าครั้งนี้ นับเป็นการจุดประกายความหวัง หลังการหายไปของเครื่องบินเอ็มเอช370 กินเวลาเกือบครบ 1 เดือน ซึ่งเป็นกำหนดที่อายุงานแบตเตอรี่ของเครื่องส่งสัญญาณจะสิ้นสุดลง ขณะนี้เครื่องบินรบและเรือรบมากกว่า 20 ลำของชาติที่ร่วมในปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย กำลังมุ่งหน้าเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่พบสัญญาน ซึ่งอยู่ทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียต่างระบุตรงกันว่า การพบสัญญานล่าสุดนี้นับเป็นความคาดหวังมากที่สุดของการค้นหาเครื่องบินที่สูญหายเกือบจะครบ 1 เดือน

MThai News