“ดุสิตโพล” ชี้คนไทยกลัวสงครามกลางเมือง จี้รัฐ-ม็อบเจรจา

สวนดุสิตโพล สำรวจคนไทย 68.55% เชื่อมีโอกาสเกิดสงครามกลางเมือง 48.36 แนะรัฐและม็อบเจรจา ไม่ยั่วยุ  44.6 หวังตรวจสอบ “ยิ่งลักษณ์” เที่ยงธรรม 42.06 ชี้มีตัวอย่างไม่ดีทำคนไม่เคารพกฏหมาย

Poll

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,434 คน ถามความขัดแย้งทางการเมืองไทย ณ วันนี้ จะลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมืองเหมือนประเทศอื่นๆหรือไม่ พบว่า 68.55% มีโอกาสจะเป็นสงครามกลางเมือง เพราะ มีการใช้อาวุธร้ายแรงก่อเหตุตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่จะรุนแรงและบานปลายมากขึ้น อาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อความวุ่นวาย หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เจ้าหน้าที่ทหาร/ตำรวจอาจต้องใช้กำลังในการปราบปรามจนเกิดการปะทะกัน ฯลฯ 24.81% ไม่แน่ใจ เพราะ สถานการณ์ไม่แน่นอน มีทั้งผู้ไม่หวังดี มือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้คาดเดาได้ยาก มีการเคลื่อนไหวหลายกลุ่ม ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ฯลฯ และ 6.64% ไม่มีโอกาสจะเป็นสงครามกลางเมือง เพราะ คนไทยไม่น่าจะทำร้ายประเทศชาติหรือทำร้ายกันเอง เชื่อว่าจะหาวิธีแก้ไขหรือคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ ฯลฯ

เมื่อถามว่า ทำอย่างไร จึงจะไม่ให้ความขัดแย้งทางการเมืองบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง 48.36% รัฐบาลและผู้ชุมนุมต้องเจรจากันอย่างสันติ ไม่ยั่วยุปลุกปั่นให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น 22.74% ทุกฝ่ายต้องไม่ใช้กำลัง และอาวุธร้ายแรง ระวังผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อความวุ่นวาย 14.97% เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจต้องเข้มงวด ควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยยึดตามหลักสากลและ 13.93% ประชาชนจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง มีสติ มีวิจารณญาณ

เมื่อถามว่า ทำไมความขัดแย้งทางการเมือง ณ วันนี้ จึงรุนแรงและยาวนาน 38.69% นักการเมืองยังคงเห็นแก่พวกพ้อง มุ่งหวังอำนาจและประโยชน์24.03% การแก้ปัญหายังไม่ตรงจุด ไม่เด็ดขาด ขาดความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย 22.62% การบริหารบ้านเมืองที่ผิดพลาด ปล่อยให้มีการทุจริต คอรัปชั่น กฎหมายยังมีช่องโหว่ และ 14.66% เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน มีปัญหาสะสมมากขึ้น ไม่น่าจะแก้ไขได้ในเร็ววัน

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไรที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดนตรวจสอบและชี้มูลความผิดในประเด็นต่างๆทางการเมืองขณะนี้ 44.60% อยากให้เป็นการตรวจสอบที่มีความเที่ยงตรง เป็นธรรมอย่างแท้จริง ไม่ 2 มาตรฐาน 34.53% เป็นสถานการณ์ที่กดดัน อยากให้ฝ่ายที่ตรวจสอบและนายกฯ ออกมาสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และ 20.87% อยากรู้ข้อเท็จจริง อยากรู้ว่าผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ผิดจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า ทำไมคนไทย ณ วันนี้ จึงเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายลดน้อยลง 42.06% มีแบบอย่างที่ไม่ดีให้เห็น กฎหมายไม่เด็ดขาด ไม่เอาผิดอย่างจริงจัง 32.62% สภาพสังคมเสื่อมโทรม คุณธรรมจริยธรรมลดลง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากขึ้น และ 25.32% คนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

MThai News

“ทหารชุดคุ้มกัน” ถูกการ์ดคปท.ยิงบาดเจ็บ2นาย

ทหารลาดตระเวนถูกการ์ดคปท.ยิงบาดเจ็บ 2 นาย ชื่อ”ส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรี-จ.ส.อ. ชัยยันต์ เล็กพงษ์”

528717-02

ร.ต.ท.ชวลิต กิ้มเฉี้ยง พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณซ.ลิขิต ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังวัดเบญจบพิตร ซึ่งอยู่ติดกับด้านหลังพื้นที่ชุมนุม คปท. แขวงและเขตดุสิต โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.รามาธิบดี จำนวน 2 รายทราบชื่อส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรี และจ.ส.อ. ชัยยันต์ เล็กพงษ์ เจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน 2 ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่บริเวณ หน้าอกด้านขวา ใกล้กับไหปลาร้า กระสุนทะลุด้านหลัง ทั้ง 2 ราย เบื้องต้นแพทย์ให้การช่วยเหลือ อาการพ้นขีดอันตราย

จากการสอบถาม จ.ส.อ.ไพโรจน์ กันทา เจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน 2 พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมด้วยเพื่อนทหารรวม 5 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันออกลาดตระเวนตามปกติ โดยใส่ชุดนอกเครื่องแบบ ไม่มีอาวุธติดตัว ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งสองคนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันแรก ส่วนตนขี่ตามมาเป็นคันที่สอง เมื่อรถวิ่งมาบริเวณจุดเกิดเหตุ ได้มีเสียงปืนดังออกมา 1 นัด ก่อนที่จะมีการยิงรัวออกมาเป็นชุดใหญ่หลายสิบนัด ซึ่งเท่าที่ได้ยินมั่นใจว่าเป็นอาวุธสงคราม อาจจะเป็นชนิด อาก้า จากนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บได้ล้มลง ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าซอยด้านข้างโรงเรียนวัดเบญจฯ เพื่อทะลุออกไปยังถ.ศรีอยุธยา บริเวณดังกล่าวจะมีจุดบังเกอร์ของการ์ด คปท. ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 20-30 เมตร และใกล้กันยังมีจุดบังเกอร์ของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นจุดบังเกอร์ วัดเบญจฯ

“ทันทีที่รถจยย.ล้มลง ได้มีการ์ดของคปท. วิ่งออกมาจากแนวบังเกอร์ 2 คน ใช้ปืนมาจี้ที่หัว เป็นปืนลูกโม่ ขนาด .38 พวกผมต้องรีบแสดงตัวว่าเป็นทหาร เป็นทหารชุดลาดตระเวนนอกเครื่องแบบ จึงทำให้การ์ดคนดังกล่าวเก็บอาวุธและผมก็รีบประสานนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรพ.ทันที ผมยืนยันได้ว่า คนที่ยิง ยิงออกมาจากแนวบังเกอร์ของการ์ดคปท. ซึ่งที่ผ่านมาผมก็ออกลาดตระเวนแบบนี้ทุกคืน ในช่วงเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นมา ก็จะอยู่ในโซนนี้ ย่านนี้ แต่อาจจะไม่ซ้ำเส้นทาง แต่จะลาดตระเวนเป็นประจำทุกคืน ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง ซึ่งบรรดาการ์ดคปท.ก็มักจะรู้จักกันดี เหตุการณ์ครั้งนี้ผมจำหน้าได้อย่างแม่นยำ สำหรับการ์ดที่วิ่งออกมาแล้วใช้ปืนจี้ ” จ.ส.อ.ไพโรจน์ ระบุ

 MThai News

“ทหารชุดคุ้มกัน” ถูกการ์ดคปท.ยิงบาดเจ็บ2นาย

ทหารลาดตระเวนถูกการ์ดคปท.ยิงบาดเจ็บ 2 นาย ชื่อ”ส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรี-จ.ส.อ. ชัยยันต์ เล็กพงษ์”

528717-02

ร.ต.ท.ชวลิต กิ้มเฉี้ยง พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณซ.ลิขิต ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังวัดเบญจบพิตร ซึ่งอยู่ติดกับด้านหลังพื้นที่ชุมนุม คปท. แขวงและเขตดุสิต โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.รามาธิบดี จำนวน 2 รายทราบชื่อส.ต.ประเสริฐ จันทร์ศรี และจ.ส.อ. ชัยยันต์ เล็กพงษ์ เจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน 2 ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่บริเวณ หน้าอกด้านขวา ใกล้กับไหปลาร้า กระสุนทะลุด้านหลัง ทั้ง 2 ราย เบื้องต้นแพทย์ให้การช่วยเหลือ อาการพ้นขีดอันตราย

จากการสอบถาม จ.ส.อ.ไพโรจน์ กันทา เจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน 2 พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมด้วยเพื่อนทหารรวม 5 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันออกลาดตระเวนตามปกติ โดยใส่ชุดนอกเครื่องแบบ ไม่มีอาวุธติดตัว ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งสองคนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันแรก ส่วนตนขี่ตามมาเป็นคันที่สอง เมื่อรถวิ่งมาบริเวณจุดเกิดเหตุ ได้มีเสียงปืนดังออกมา 1 นัด ก่อนที่จะมีการยิงรัวออกมาเป็นชุดใหญ่หลายสิบนัด ซึ่งเท่าที่ได้ยินมั่นใจว่าเป็นอาวุธสงคราม อาจจะเป็นชนิด อาก้า จากนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บได้ล้มลง ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าซอยด้านข้างโรงเรียนวัดเบญจฯ เพื่อทะลุออกไปยังถ.ศรีอยุธยา บริเวณดังกล่าวจะมีจุดบังเกอร์ของการ์ด คปท. ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 20-30 เมตร และใกล้กันยังมีจุดบังเกอร์ของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นจุดบังเกอร์ วัดเบญจฯ

“ทันทีที่รถจยย.ล้มลง ได้มีการ์ดของคปท. วิ่งออกมาจากแนวบังเกอร์ 2 คน ใช้ปืนมาจี้ที่หัว เป็นปืนลูกโม่ ขนาด .38 พวกผมต้องรีบแสดงตัวว่าเป็นทหาร เป็นทหารชุดลาดตระเวนนอกเครื่องแบบ จึงทำให้การ์ดคนดังกล่าวเก็บอาวุธและผมก็รีบประสานนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรพ.ทันที ผมยืนยันได้ว่า คนที่ยิง ยิงออกมาจากแนวบังเกอร์ของการ์ดคปท. ซึ่งที่ผ่านมาผมก็ออกลาดตระเวนแบบนี้ทุกคืน ในช่วงเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นมา ก็จะอยู่ในโซนนี้ ย่านนี้ แต่อาจจะไม่ซ้ำเส้นทาง แต่จะลาดตระเวนเป็นประจำทุกคืน ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง ซึ่งบรรดาการ์ดคปท.ก็มักจะรู้จักกันดี เหตุการณ์ครั้งนี้ผมจำหน้าได้อย่างแม่นยำ สำหรับการ์ดที่วิ่งออกมาแล้วใช้ปืนจี้ ” จ.ส.อ.ไพโรจน์ ระบุ

 MThai News