ครม.ต่ออายุ พ.ร.บ.มั่นคงอีก 61 วัน ป้องเหตุม็อบปะทะกัน

ครม.เห็นชอบต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ออกไปอีก 61 วัน ป้องเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มกปปส. และ นปช. ตามข้อเสนอของเลขาฯสมช.

10

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติขยายเวลาการบังคับใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ออกไปอีก 61 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.2557 ตามที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)เสนอ ในที่ประชุม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ได้รายงานถึงเหตุผลความจำเป็นหลัก ๆ ว่าเป็นเพราะขณะนี้มวลชนกลุ่มต่าง ๆ ยังมีการเคลื่อนไหว รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงกังวลเรื่องการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มกปปส. และ นปช. อีกทั้งเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้ง

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กล่าวในที่ประชุม กำชับให้ศอ.รส.พิจารณาเรื่องโครงสร้างกำลังพลว่าควรต้องปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่หรือไม่ เพราะบางพื้นที่มีการชุมนุมเบาบางลง จึงเห็นว่าควรพิจารณาปรับจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า และไม่ซ้ำซ้อน

MThai News

อุทธาหรณ์! สาวมะกันถ่ายเซลฟี่ขณะขับรถ พุ่งชนรถบรรทุก ดับอนาถ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์สีแดงเลือดหมู จอดเสียหลักอยู่ข้างทาง ในสภาพพังยับเยิน บนถนนแห่งหนึ่งในเมืองไฮพอยน์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ทางตะวันออกของสหรัฐ คาดว่าขับชนรถบรรทุกที่พุ่งสวนมา โดยภายในรถพบศพ น.ส.คอร์ธนีย์ แซนด์ฟอร์ด อายุ 32 ปี ใกล้กันมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนตกอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่า ผู้ตายถ่ายภาพตนเอง (เซลฟี่) และอัพโหลดลงเฟซบุ๊คด้วย

article-2614151-1D62C06300000578-364_634x189

ทั้งนี้จากการตรวจสอบหน้าเฟซบุ๊กพบว่ามีการโพสต์ข้อความ “The happy song makes me HAPPY.” เมื่อเวลา 08.33 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งการเกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลา 8.34 น. ซึ่งห่างกันเพียง 1 นาทีเท่านั้น

MThai News

article-2614151-1D62C27D00000578-170_634x363

article-2614151-1D62C06B00000578-291_306x423

ณัฐวุฒิเชื่อ แนวทางพล.อ.สายหยุด ไร้คนหนุน รอดูท่าทีก่อนชุมนุมใหญ่

“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เชื่อ ไม่มีใครเห็นด้วยกับแนวทาง พล.อ.สายหยุด พร้อมรอท่าที สุเทพ ก่อนชุมนุมใหญ่ นปช.

533638-01

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ในขณะนี้ ตนเองมั่นใจว่า จะไม่มีใครให้ความสำคัญกับการดำเนินการของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานคณะรัฐบุคคล และ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เสนอให้ทูลเกล้าฯ ขอพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยเห็นว่า สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เพราะทุกฝ่ายต้องการวัตถุประสงค์ในการบรรลุของแต่ละบุคคลก่อน จึงก่อให้เกิดความสับสนในบ้านเมือง โดยเฉพาะ การเดินหน้าพูดคุย เพื่อหาทางออกให้ประเทศของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกมองมาโดยตลอดว่า มีความพยายามจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล โดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง จึงอยากให้ นายอภิสิทธิ์ ไปตกลงกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก่อนเพราะเชื่อว่า เมื่อสองคนตกลงกันได้แล้วทุกฝ่ายจะไม่มีปัญหา

ทั้งนี้ แกนนำ กปปส. ควรถือโอกาสในการครบรอบ 180 วัน ทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในการต่อสู้ ว่า ทำให้ระบอบประชาธิปไตย เสียหายไปมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่ม นปช. จะรอท่าทีของทาง นายสุเทพ ที่จะมีการประกาศในวันที่ 30 เมษายนนี้ ก่อนที่จะกำหนดท่าทีชัดเจนอีกครั้ง