แฟนเพจของคุณ Tanbabasnake ผู้สนใจศึกษาเรื่องงูและมีงูเป็นสัตว์เลี้ยง ได้เผยแพร่วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด แบบผิดๆ มักจะมีให้เห็นในละครไทยโดยชาวบ้านที่ที่ประสบเหตุและไม่รู้อาจจะทำตามหรือลอกเลียนแบบได้ ซึ่งอาจทำให้มีอันตรายถึงชีวิต โดยเผยว่า วิธีปฐมพยาบาลที่ผิด ที่พบในละคร ได้แก่

ไม่ควรทำ
1.ดูดพิษงูออกจากแผล : พิษงูเป็นก้อนโปรตีนประกอบกัน และสามารถย่อยได้ แต่ถ้าหากมีเพียงแผลเล็กๆ ฟันผุ ร้อนใน กัดปาก หรือแผลในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร พิษก็เข้าสู่ร่างกายได้
นอกจากนี้ ในปากของเราเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆนาๆ ที่ถ้าหากเข้าแผลของผู้ถูกกัดไป อาจจะทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม หรือแผลติดเชื้อได้
2.กรีดแผลเป็นตัว X : วิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้พิษไหลออกจากแผล และเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากใบมีดที่ไม่สะอาด
3. การขันชะเนาะ (รัดเหนือแผลให้เลือดไม่ไหล) :วิธีดังกล่าวอาจเคยเป็นวิธีที่ยอมรับกันมาก่อน แต่การขันชะเนาะ หรือเอาสายรัดแน่นๆเหนือแผล มักเกิดความผิดพลาด และทำให้เลือดไม่มาเลี้ยงอวัยวะที่ถูกกัด เสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตายจนต้องตัดอวัยวะทิ้ง ผู้ที่ถูกงูกัด ถึงแม้ว่าจะขันชะเนาะเอาไว้ก็ไม่สามารถรั้งพิษงูไม่ให้แพร่กระจายได้ แต่จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเนื้อตายทำให้จำเป็นต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้งะ นอกจากนี้ การขันแล้วปล่อยสลับไปมา ไม่ทำให้พิษหยุดการแพร่กระจาย
4. มะนาว : กรดของมะนาวไม่สามารถล้างพิษของงูได้ทั้งการกินและการทา
5. ขยับอวัยวะที่ถูกกัด และ “แตกตื่น” : เมือถูกงูกันควรจะคุมสติตัวเองไว้ให้ดี และพยายามอย่าให้อวัยวะที่ถูกกัดมีการใช้งาน เคลื่อนไหว ให้ขยับเฉพาะจำเป็นเท่านั้น เพราะว่าเมื่อขยับอวัยวะ เลือดก็จะมาเลี้ยงส่วนนั้นมากขึ้นครับ อาจเร่งให้พิษที่อยู่ในกระแสเลือด สูบฉีดไปยังอวัยวะสำคัญได้เร็วขึ้นไม่มากก็น้อย
6. เข้าไปตีหรือจับงู เพื่อพางูไปหาหมอด้วย : เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องรู้ว่างูที่กัดเป็นอะไร แต่จำลักษณะสำคัญไปก็พอ ไม่ถึงกับต้องพยายามพามันไปด้วย
ทั้งนี้การปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีหลังจากที่โดนงูกัด ควรทำดังนี้
1. ตั้งสติ
2. จำแนกงู
3. ดูอาการ ไม่ใช่รอยเขี้ยว สิ่งที่สำคัญคือ “อาการ” หลังจากถูกกัด อาการปวดของงูพิษกัดจะ “ไม่เหมือนกับของมีคมบาด” ครับ เวลาถูกของมีคมบาดมันจะปวดตุ้บๆ หนักๆ จากแรงกดแรงกระแทก
แต่ถ้าหากเป็นงูพิษกัด จะเป็นอาการ “ปวดร้อน” เหมือนถูกไฟหรือน้ำร้อนลวก และทรมานกว่าอย่างชัดเจน(ยกเว้นในกรณีของงูตระกูลงูสามเหลี่ยม (Genus Bungarus) ที่อาจไม่มีอาการเหล่านี้)
4. หยุดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น และถอดเครื่องประดับและเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก
5. ใช้ผ้ายืด หรือผ้าที่มีความยืดหยุ่นพอ พันให้กระชับทั้งอวัยวะ เพื่อชะลอการดูดซึมของพิษงูที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท
6. ดามอวัยวะที่ถูกกัดด้วยของแข็ง
7. พาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ภาพและข้อมูลจาก Tanbabasnake
MThai News