แฉคลิปกัปตันเรือเซวอลหนีเอาตัวรอด ขณะสวมบ็อกเซอร์ ยอดดับ 203 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์คลิปวิดีโอซึ่งถ่ายไว้โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยถ่ายไว้ เป็นภาพขณะที่ อี จุนซ็อก กัปตันเรือเซวอลวัย 69 ปี ที่แต่งกายด้วยเสื้อและกางเกางบ็อกเซอร์พยายามหนีออกจากเรือขณะที่มันค่อยๆจมลง สร้างความโกรธแค้นให้ญาติของผู้โดยสารอย่างมาก

0

ทั้งนี้คลิปดังกล่าวยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ เป็นช่วงที่ผู้โดยสารคนอื่นๆสามารถรอดชีวิตได้หากมีคำสั่งอพยพและสละเรือ แต่กัปตันกลับสั่งให้ผู้โดยสารและลูกเรือเข้าไปอยู่ภายในเรือ โดยในคลิปจะเห็นว่าสะพานเดินเรือนั้นแทบไม่มีใครอยู่เลย

ขณะที่ยอดผู้เเสียชีวิตล่าสุดขณะนี้อยู่ที่ 203 ราย และผู้สูญหายอีก99 ราย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เน้นการค้นหาไปที่ด้านขวาของดาดฟ้าชั้น 4 ของเรือ

รายงานยังระบุอีกว่าสำนักงานอัยการเมืองอินชอน ได้เชิญ คิม ฮันซิก วัย 71 ปี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชอง แกจิน มารีน บริษัทผู้ดำเนินการเรือเซวอลไปสอบปากคำ และคาดว่าเขาอาจถูกตั้งข้อหาประมาท ฉ้อโกง และเลี่ยงภาษี

MThai News

ชูวิทย์ โพสต์เหน็บ สุเทพ-อภิสิทธิ์ เล่นหนังเรื่องเดียวกัน แต่คนละบท

ชูวิทย์ โพสต์เหน็บ สุเทพ-อภิสิทธิ์ เล่นหนังเรื่องเดียวกัน แต่คนละบท

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, อภิสิทธิ์, สุเทพ

วันนี้ (30 เม.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นถึงสถานการณืทางการเมือง หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอตัวหารือแก้ปัญหาขัดแย้งในประเทศ โดยระบุว่า

“ทางออก หรือ ทางตัน ?”

ตอนนี้กำลังมีโรดโชว์ของคุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ เดินสายพบผู้มีอำนาจในสังคม เสนอแนวทางใหม่ ปฏิรูปควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง ผมไม่ทราบว่าคุณอภิสิทธิ์คิดจะทำอะไร? หรือกลัวว่าคนเขาจะลืม? เพราะเมื่อสองสามเดือนก่อน ตอนที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง สถานการณ์บ้านเมืองดุเดือด คุณอภิสิทธิ์ไม่ยอมแสดงบทบาทอะไร แล้วแอบจับมือกับคุณสุเทพ เห็นกอดกันกลม แต่ท้ายสุดวิธีการของคุณสุเทพไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ คุณอภิสิทธิ์จึงกลับมาเล่นบท “พระเอก” อีกครั้ง

ขณะที่ภาพลักษณ์ของคุณสุเทพยิ่งอยู่ยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆเหมือน “เด็กดื้อ” คุณอภิสิทธิ์ก็เริ่มสวมบทบาท “เด็กดี” ทันที ชาวบ้านเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองคนกำลัง “เล่นเกมส์ซ่อนแอบ” ให้กับทางออกของประเทศ หากคุณอภิสิทธิ์บอกว่า “พรรคประชาธิปัตย์กับม็อบสุเทพ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน”

ผมอยากเตือนให้ประชาชนได้รับรู้เผื่อจะลืมกันไปแล้ว คุณสุเทพเคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน เป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอภิสิทธิ์ หากคนบอกว่าคุณสุเทพกับคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้พูดคุยกัน ผมขอบอกว่า “หิมะตกในเมืองไทยกลางเดือนเมษายน” ยังฟังดูน่าเชื่อเสียมากกว่า ทั้งสองคนยังคงใช้ยุทธศาสตร์การต่อสู้แบบ “แยกกันเดิน ร่วมกันตี”

เมื่อคุณสุเทพไม่สามารถปิดจ๊อบอย่างที่ตัวเองประกาศ “ครั้งสุดท้าย” ครั้งแล้วครั้งเล่า ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบอย่างไร แขกในม็อบก็น้อยลงไปเรื่อยๆจนนับคนได้ เหลือแต่การ์ดที่มีมากกว่าคนมาร่วมเสียอีก กระแสสุเทพเริ่มซา ตอนนี้คุณอภิสิทธิ์จึงมาโหมโรงด้วยวิธีการเดิมๆ โพสท่าพูดหล่อๆ เสนอทางออกที่ฟังดูดี

เหมือนเช็คที่เซ็นชื่อเอาไว้ล่วงหน้า แล้วให้กรอกตัวเลขเอาเอง เป็น “หนี้บุญคุณ” ที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หาทางออกให้กับประเทศ แต่จริงๆแล้วเงินในบัญชีไม่มีสักสลึง จะกรอกไปเท่าไหร่เช็คมันก็เด้ง เพียงแต่จังหวะมันเหมาะให้แสดงเป็นพระเอกอย่างที่คุณอภิสิทธิ์ถนัด

ผมว่าแม้แต่คนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ยังชักจะรู้แล้วว่า คุณอภิสิทธิ์ออกมาครั้งนี้เป็นเพียงแค่ “โฆษณาคั่นรายการ” ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เล่นหนังเรื่องเดียวกันแต่แสดงคนละบทกับคุณสุเทพ จริงๆ ที่น่าจับตาคือ พระเอกตัวจริงตลอดกาล “ทหารไทย” หากเจรจาต๊าอ่วยลงตัวว่าให้ใครเป็นนายกฯ เรื่องคงจบไปแล้ว เพราะครั้นจะให้ลงแรงแต่ไม่ได้เป็นนายกฯคงทำใจไม่ไหว

จะหาทางออก กลับมาเจอทางตันเอาจนได้

MThai News

หนุ่มใหญ่วัย32 พบรักเด็ก13 พาหนีไปอยู่กิน โดนข้อหาพรากผู้เยาว์

หนุ่มใหญ่ พบรักเด็กสาว 13 ที่วัด สานสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ้ก ก่อนพาตัวหนีไปอยู่กิน สุดท้ายไปไม่รอดโดนรวบข้อหาพรากผู้เยาว์

1501
วานนี้(29 เม.ย.) รายการ ห้องข่าว7สี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเลน ได้เข้าจับกุม นายอรุณ อับดุลเลาะห์ อายุ 32 ปี ได้ที่บ้านพักซอยลาดพร้าว 87 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ในข้อหาพรากผู้เยาว์

เนื่องด้วยฝ่ายชายได้พาเด็กหญิงเอ(นามสมมติ) หนีออกจากบ้านพักในเขต ตำบลบางเลน อำบางเลน จังหวัดนครปฐม ไปเป็นเวลา 2 เดือน ทางพ่อแม่ของเด็กหญิงเอ ได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

ซึ่งนายอรุณ ได้ให้การว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และเคยเป็นคนขับรถที่วัดคอกไผ่วัว เป็นเหตุให้ได้พบกับเด็กหญิงเอที่นั่น หลังจากนั้นได้มีการติดต่อสื่อสารกันในเฟซบุ้กจนเกิดเป็นความรัก ต่อมาจึงตัดสินใจหนีมาอยู่กินด้วยกันที่บ้านพัก ซอยลาดพร้าว 87 เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนจะถูกจับกุมที่บ้านพักดังกล่าว

ทั้งนี้ ฝ่ายหญิงก็ยอมรับว่าได้มีความสันพันธ์อันดีกับนายอรุณมานาน ก่อนจะหนีตามกันออกมา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุบตัวนายอรุณไว้ดำเนินคดีต่อไป

1511

ขอบคุณข้อมูล/ภาพประกอบข่าวจาก รายการ ห้องข่าว7สี
MThai News