หรูแต่ร้าง! เศรษฐีจีนทิ้งคฤหาสน์หรู เหตุไกลเมืองที่เจริญ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมืองเบ่ยไฮ่ ตั้งอยู่ในมณฑลกวงซี ชาง เป็นเมืองหรูที่ถูกแปรสภาพเพื่อให้เป็นเมืองใหญ่ของบรรดาเศรษฐีจีน ตั้งแต่เมื่อ 6 ปีก่อน แต่ยังไร้เงาคนอยู่

13982279211398227941l

ในรายงานเปิดเผยว่า ภายในเมืองมีคฤหาสน์กว่า 100 หลัง หลังละกว่า 3 ล้านหยวน หรือราว 15 ล้านบาท รวมไปถึงตึกสูง ห้างสรรพสินค้า ทางหลวงและสวนสาธารณะ

ทั้งนี้ เมืองเบ่ยไฮ่กลับถูกแปรสภาพอีกครั้งจากเมืองหรูเป็นเมืองร้างที่ไร้คนอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีคนนำเงินออมที่มีมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ภายในเมือง แต่เพราะปัญหาทำเลที่ตั้งที่ห่างไกลจากแหล่งเศรษฐกิจหลักของประเทศจีน หรืออีกทำนองหนึ่งก็มีคนกล่าวว่า เมืองนี้เป็น “เขตมืด” ของจีน ทำให้ไม่มีคนสนใจเข้าไปจับจองเป็นเจ้าของเพื่อพักอาศัย

นอกจากปัญหาเรื่องควมห่างไกลจากเมืองใหญ่และแหล่งเศรษฐกิจสำคัญแล้ว คฤหาสน์ทั้งหลายยังต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษาสภาพไม่ใช้ทรุดโทรมลง

ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลจีนคาดหวังว่าเมืองเบ่ยไฮ่ จะเติบโตรุ่งเรืองกลายเป็นผลพวงของนโยบายสำคัญของทางรัฐบาลจีน เพราะได้บังคับให้ชาวจีนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้แต่ในประเทศเท่านั้น มีนักวิเคราะห์ได้กล่าวว่า จีนได้กลายเป็นแผ่นดินแห่งฟองสบู่ด้านอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะมีตึกอาคาร ที่ถูกสร้างขึ้นมากมายเกินความจำเป็นและความต้องการ

13982279211398227968l

13982279211398227954l

13982279211398227989l
MThai News

ชูวิทย์ อยากหนีไปกินหอยที่สุราษฎร์ แนะสุเทพ เลิกหมกมุ่น

วันนี้(24 เม.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสผ่านเฟซบุ๊คอยากจะหนีม็อบไปพักผ่อนเที่ยวที่ต่างจังหวัด แนะนำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ปล่อยวางและเลิกหมกมุ่นทางการเมือง โดยเผยว่าหลังจากประเทศไทยประสบปัญหาการเมืองมา 5 เดือน ทุกคนเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงอย่างที่คุณสุเทพพูดอยู่บนเวทีทุกวี่ทุกวัน จนรู้สึกเบื่อหน่าย เป็นที่แน่นอนแล้วว่าคุณสุเทพและม็อบไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

1511960_711196258927106_4169754671827752722_o

ทุกอย่างเป็นเพียงนิยายความฝันลมแล้งๆ แค่ย้ายการแสดงจากสภามาอยู่ที่ข้างถนน ผมยังจำเหตุการณ์ในห้องประชุมสภาได้เป็นอย่างดี มีทั้งปาแฟ้ม เขวี้ยงเก้าอี้ จนไปถึงศึกชิงบัลลังก์ประธานสภาการออกมาก่อม็อบประท้วงก็ไม่ได้ต่างกัน เหมือนละครหลังข่าวที่ฉายให้เราดู นั่งวิพากษ์วิจารณ์พระเอก นางเอก ตัวร้าย เสร็จแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ ปิดไฟ เข้านอน

คนโบราณเขาบอก “ชีวิตคือความจริง ความจริงทำให้มีประสบการณ์ ประสบการณ์ทำให้เกิดความรู้ ความรู้ทำให้เกิดปัญญา”
สถานการณ์ปัจจุบันเช่นกัน “สุเทพเป็นเพียงนักการเมืองคนหนึ่ง และความเป็นจริงคือ นักการเมืองมักต้องการอำนาจ”

คุณสุเทพเอาแต่พูดซ้ำประโยคเดิมๆว่า “ไม่ต้องการอำนาจ ที่ทำอยู่เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย ชนะแน่ เมื่อชนะแล้วผมจะกลับบ้าน”
ยิ่งย้ำเท่าไหร่ คนในม็อบก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะประสบการณ์ทำให้เกิดความรู้ และความรู้ทำให้เกิดปัญญา

ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมือง อยากหนีม็อบสุเทพไปเที่ยวพักผ่อนสมองสักสองสามวัน สูดอากาศริมทะเล ฟังเสียงคลื่น กินอาหารทะเลสดๆ อาจไปหาหอยนางรมกินที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีบ้านเกิดคุณสุเทพ ที่ซึ่งคุณสุเทพไม่ได้กลับไปเยี่ยมเป็นเวลายาวนาน ทุกคนที่บ้านคงคิดถึง

คุณสุเทพเองคงคิดถึงบ้านเช่นกัน ปล่อยวางแล้วกลับบ้านบ้าง อย่ามัวแต่หมกมุ่นกับการเมืองมากเกินไป ออกห่างมาจากม็อบ แล้วจะทำให้สมองปลอดโปร่ง ไม่จมปลักอยู่กับสิ่งเดิมๆ อย่างน้อยยังได้มีเวลาคิดมุกใหม่ เพราะมุกเก่าคนเขาเบื่อจะแย่แล้ว

MThai News

เด้ง4ตร.เซ่นจับแพะ คดีข่มขืนสาวท้อง

สั่งย้ายด่วน 4 ตำรวจท่าฉัตรไชย กรณีจับแพะคดีข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ขณะชาวบ้านพอใจ ยอมเปิดถนนเทพกระษัตรีแล้ว

532599-01

ชาวบ้านหมากปรก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กว่า 400 คน ที่รวมตัวกันปิดถนนบริเวณปากทางเข้าวัดไม้ขาว ถนนเทพกระษัตรี หมู่ 3 ต.ถลาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันที่ 23 เมษายน เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต ออกมาแสดงความรับผิดชอบ กรณีจับผู้ต้องหาผิดตัวในคดีข่มขืนหญิงท้อง ได้ยอมเปิดเส้นทางการจราจรแล้ว

หลังพอใจที่ พ.ต.อ.พีรยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต มีคำสั่งด่วนให้ 4 นายตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย ประกอบด้วย ร.ต.ท.อัครพล ศิวิไล รอง สว.สส. ร.ต.ต.มนัส ฝ้ายเพ็ชร รอง.สว.ป. จ.ส.ต.แสนศักดิ์ โชติ ผบ.หมู่งาน ป. และ ส.ต.อ.ยงยุทธ ฤทธิ์พลัด ผบ.หมู่ ป. ไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.57 เป็นต้นไป

สำหรับสาเหตุที่ชาวบ้านมาปิดถนน เนื่องจากไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต กรณีจับกุมผู้ต้องหาผิดตัวในคดีข่มขืนหญิงท้อง 5 เดือน ซึ่งต่อมาตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตัวจริงได้ เป็นพี่น้องฝาแฝดอายุ 17 ปี จึงเรียกร้องให้นำตัวออกมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และขอโทษเหยื่อ รวมถึงญาติของผู้เสียหาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน อีกทั้งเกรงจะเกิดอันตรายต่อผู้ต้องหา จึงทำให้ชาวบ้านออกมารวมตัวกันประท้วงดังกล่าว

532599-03 532599-04