จับพ่อค้าเป็ดพะโล้จี้แบงก์หาเงินง้อเมีย

ตำรวจปทุมธานี ตามจับพ่อค้าเป็ดพะโล้ จี้ชิงเงินธนาคารธนชาติได้แล้ว อ้าง หาเงินขอคืนดีภรรยา  538311-01 พล.ต.ต. สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี นำตัวคนร้ายก่อเหตุชิงเงินธนาคารธนชาต สาขารังสิต-คลอง 3 ริมถนนรังสิต-นครนายก ต.บึงยี่โถ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 พ.ค.57  ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัว นายธานาวุฒ สัมพันธ์ อายุ 27 ปี ชาวปทุมธานี อาชีพเป็นพ่อค้าขายเป็ดพะโล้ ตลาดพระรูป คลองสองธัญบุรี ผู้ต้องหาได้ที่ร้านข้าวต้มย่านรังสิต หลังจากได้กลับมางานศพยายที่ย่านคลองเปรม ต.บางพูน เหตุที่ทำไปเพราะต้องการนำเงินไปให้ภรรยาและขอคืนดีด้วย ส่วนรถจักรยานยนต์ ของกลางที่จี้มานั้น ได้นำไปทิ้งที่วัดเพิ่มทาน ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง พร้อมเงินของกลางเหลืออยู่หมื่นกว่าบาท และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยรับว่าได้เงินสดไปกว่าสามแสนบาท และนำไปใช้จ่ายระหว่างหลบหนี ซื้อรถเก๋งเซฟิโร่ 9ธ-5054 กรุงเทพ 1 คัน สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น ซื้ออาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ส่วนปืนที่ก่อเหตุเป็นปืนบีบีกัน

สรส.นัดหยุดงานเริ่ม22พค.หนุนสุเทพทวงอำนาจ ลั่น ไม่ตัดน้ำ ตัดไฟแน่นอน

มติ สรส. นัดหยุดงาน เริ่ม 22 พ.ค. หนุน “สุเทพ” ทวงคืนอำนาจ จี้ ครม. ลาออก หารัฐบาลใหม่ 538294-01

นาย คมสันต์ ทองศิริ เลขาธิการสมาพันแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และเครือข่าย กว่า 2 ชั่วโมง ว่า รูปแบบและขั้นตอนในการปฏิบัติการร่วม กปปส. ต่อจากนี้คือ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ถึงวันที่ 21 พ.ค. สหภาพแรงงานแต่ละแห่ง จะปฏิบัติการไล่ล่าทวงคืนอำนาจจากคณะรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ และตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. เป็นต้นไป ขอให้สมาชิกสหภาพแรงงานทั่วประเทศ นัดหยุดงาน

นอก จากนี้ ขอให้สหภาพแรงงานทุกแห่ง ออกแถลงการณ์ไม่รับอำนาจระบอบทักษิณ พร้อมติดป้ายสนับสนุนให้มีรัฐบาลใหม่ที่เป็นรัฐบาลของประชาชน รวมถึง แสดงสัญลักษณ์การอารยะขัดขืน โดยการติดสัญลักษณ์ธงชาติหรือการแขวนนกหวีด

ทั้งนี้ หากรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เหลือไม่คืนอำนาจให้ประชาชน จะทำการกดดันและปฏิบัติการขั้นสูงสุดต่อไป

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า ไม่มีมาตรการในการตัดน้ำตัดไฟ เพื่อกดดันรัฐบาลอย่างแน่นอน

โดนเข้าแล้ว ! สตง. สั่งรัฐ แจงงบใช้จ่าย ศอ.รส. หลังพบผิดปกติ ไม่มีใบเสร็จ

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งนำเอกสารการใช้เงินของ ศอ.รส. มาให้ตรวจสอบ หลังมีกระแสข่าว หลายรายการไม่มีใบเสร็จ 486554-01

ที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีเอกสารถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้สั่งการให้ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ให้นำเอกสารหลักฐานการใช้จ่ายงบประมาณทุกประเภทให้ สตง. ได้ดำเนินการตรวจสอบว่า มีการใช้ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ในการดำเนินดูแลรักษาความสงบทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวว่า หลายรายการใช้จ่ายไม่มีหลังหลักฐาน ซึ่งอาจจะมีการทุจริตได้

เนื่อง จากเห็นว่า ศอ.รส. เป็นหน่วยงานพิเศษ มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง และต้องสนับสนุนงบประมาณจำนวนมาก มีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุม ระหว่างวันที่ 22 ม.ค.-22 มี.ค. 2557 เป็นวงเงินงบประมาณ 2,747 ล้านบาท ให้กับ 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น นายกรัฐมนตรี ควรสั่งการให้ผู้อำนวยการ ศอ.รส. กำหนดแนวปฏิบัติในการจัดเก็บเอกสารหลักฐานการจ่ายเงินงบประมาณทุกประเภทให้ ครบถ้วน

สตง. ยังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ค่าใช้จ่ายของ สตช. เป็นหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณสูงสุด วงเงิน 1,987 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายด้านกำลังพลของตำรวจ 1,444 ล้านบาท ที่ส่วนใหญ่จะเป็นผลตอบแทนอัตราคนละ 300 บาท ค่าใช้จ่ายด้านบริหารจัดการ 534 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบดำเนินการ 303 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายสูงสุดอันดับแรกๆ ได้แก่ เครื่องแบบสนาม 59 ล้านบาท วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน 47 ล้านบาท ส่วนงบลงทุน 231 ล้านบาท ได้แก่ หมวกกันกระสุน 208 ล้านบาท กล้องส่องทางไกลดิจิตอลบันทึกภาพสองตา 18 ล้านบาท และครุภัณฑ์กล้องวงจรปิดและระบบบันทึกภาพ 3 ล้านบาท

ด้าน รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ในฐานะที่ กกต. เป็นผู้เห็นชอบอนุมัติงบประมาณให้ ศอ.รส. จำนวนเงิน 1,250 ล้านบาท  เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ยอมรับว่ากกต. ตั้งข้อสังเกตและได้ทักท้วงในหลายราชการของ ศอ.รส. โดยหาก สตง. ต้องการรายละเอียด กกต. ก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล